ตอนที่ 1771
บทที่ 1771 สองปีต่อมา ....................
October 21, 2026
บทที่ 1771 สองปีต่อมา
………………..
บทที่ 1771 สองปีต่อมา
ตระกูลกงเหย่!
ขุมกำลังสูงสุดแห่งหนึ่งในเอกภพจักรวรรดิ
ก่อนที่เขาจะได้หวนพานพบกับเจิ้นหลิวชิง เฉินซีก็ทราบจากจักรพรรดินีอวี้เชอแล้วว่าตระกูลกงเหย่มีสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนิกายอำนาจเทวะ มีตัวตนยิ่งใหญ่มากมายในตระกูลได้เป็นผู้อาวุโสในนิกายอำนาจเทวะ
ขณะนั้น เนื่องจากจักรพรรดินีอวี้เชอมอบหมายภารกิจแก่เขา เฉินซีจึงเดินทางสู่ซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ ตั้งใจขัดขวางกงเหย่เจ๋อฟูมิให้ได้รากเต๋าบรรพชนขั้นจักรพรรดิระดับเก้ามา
ขณะนั้นเขาจึงกล่าวได้ว่าไม่ได้เคียดแค้นอะไรตระกูลกงเหย่นัก แต่ก็ไม่ได้มองอีกฝ่ายในแง่ดีเช่นกัน
หลังจากที่พบเจิ้นหลิวชิง ทัศนคติของเขาต่อตระกูลกงเหย่ก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นเกลียดชัง
โดยเฉพาะหลังจากที่ถูกกงเหย่เจ๋อฟูยั่วยุไม่เลิกรา ความเกลียดชังที่เขารู้สึกก็ทวีสู่ขีดสุด
ไม่ต้องพูดถึงว่าเกิดสิ่งใดขึ้นต่อหลังเจิ้นหลิวชิงเกือบตกตายเพราะกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตราจากตระกูลกงเหย่
ตระกูลกงเหย่…. ตระกูลกงเหย่…. ขณะนี้ดวงตาของเฉินซีเย็นเยียบทิ่มแทง ขานนามตระกูลกงเหย่ซ้ำๆ ในใจ ทำให้บรรยากาศรอบกายเขาน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง
หนี้เลือดนี้ต้องล้างด้วยเลือด! หลังตัดสินใจได้ เฉินซีก็หันมองเยี่ยเหยียนผู้บาดเจ็บหนัก โคจรลมหายใจ ทว่าในใจเขากลับปรากฏใบหน้าจิ้มลิ้มงดงามของเจิ้นหลิวชิง
…
เจ็ดวันจากนั้น เยี่ยเหยียนฟื้นจากภวังค์สมาธิ ปราณของนางเสถียรแล้ว มันไม่ได้ปั่นป่วนอ่อนแออีกต่อไป นอกจากนั้น ใบหน้างดงามเปี่ยมเสน่ห์ของหญิงสาวยังเจือประกายเจิดจรัส
“เจ้าตื่นแล้ว” เสียงของเฉินซีแว่วมา เยี่ยเหยียนหันมองตาม ก็พบว่าเฉินซีกำลังมองนางอยู่จากไกล ๆ
เหตุนี้ทำให้นางประหลาดใจเล็กน้อย และรู้สึกประทับใจอย่างไม่อาจขยายความเช่นกัน มิคาดคิดเลยว่าเฉินซีจะพิทักษ์นางอยู่จนบัดนี้
“อืม” เยี่ยเหยียนพยักหน้า แล้วจึงพูดเย้ยตนเอง “เดิมทีข้าคิดว่าข้าตายแน่ แต่ใครจะคิดว่าสวรรค์เมตตา ยอมให้ข้าหาทางรอดมาได้”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?” เฉินซีถาม
“จะอะไรได้ล่ะ? ข้าถูกตระกูลกงเหย่ไล่ล่าน่ะสิ” เยี่ยเหยียนไหวไหล่ ดูผ่อนคลายนัก
เยี่ยเหยียนเงียบไปครู่หนึ่ง จึงกล่าวว่า “เพราะแผ่นหยกที่นักพรตเต๋าเซวี่ยทิ้งไว้ เดิมทีข้าไม่รู้ว่ามีมันอยู่ และสังเกตพบมันจากในซากของเขาในภายหลัง แต่ตระกูลกงเหย่ก็สังเกตเห็นเช่นกัน และพวกนั้นก็รุมเข้ามาไล่ล่าข้าสุดชีวิตเหมือนฝูงหมาบ้ากันทันที”
นางเว้นช่วงเล็กน้อย จึงกล่าวยิ้ม ๆ “ยังดีที่ตระกูลกงเหย่ทิ้งศพของนักพรตเต๋าเซวี่ยไว้ในแดนรกร้าง ไม่ใช่ภายในตระกูลกงเหย่ มิเช่นนั้น ข้าคงไม่เหลือแล้วป่านนี้”
ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง ขมวดคิ้วกล่าวว่า “พวกเขากล้าไล่ล่าเจ้าแค่เพื่อแผ่นหยกแผ่นเดียวหรือ?”
เยี่ยเหยียนผงะไป นางเองก็งุนงงยิ่งเช่นกัน ขมวดคิ้วกล่าวว่า “ข้าเองก็จับต้นชนปลายไม่ถูก ชั่วขณะนี้ ไร้ผู้ใดทราบว่าข้าสะบั้นสัมพันธ์กับนิกายอำนาจเทวะแล้ว นอกจากนั้น ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็ยังเป็นทายาทตระกูลเยี่ยอยู่ดี แต่ตระกูลกงเหย่ยังกล้าพยายามฆ่าข้า มันไม่ปกติแท้ ๆ”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นางและเฉินซีก็สบตากัน ต่างผู้ล้วนตระหนักว่าเรื่องทั้งหมดน่าจะเกี่ยวกับแผ่นหยกที่นักพรตเต๋าเซวี่ยทิ้งไว้!
เฉินซีกระทั่งคาดว่า เหตุที่ตระกูลกงเหย่จับตัวเจิ้นหลิวชิงและนักพรตเต๋าเซวี่ยไปก็น่าจะเป็นเพราะแผ่นหยกนี้!
ทว่า… ของสำคัญเช่นนี้ เหตุใดตระกูลกงเหย่จึงไม่สังเกตเห็นมัน?
“ข้าสังเกตเห็นแผ่นหยกนี้ยามเก็บเถ้ากระดูกให้นักพรตเต๋าเซวี่ย” เยี่ยเหยียนเหมือนจะสังเกตเห็นความงุนงงของเฉินซี และกล่าวอย่างประหลาดใจงุนงงเล็กน้อยเช่นกัน “ยามนี้พอพูดออกมา มันก็บังเอิญจริง ๆ เถ้ากระดูกเหล่านี้ดูสุดแสนธรรมดา แต่พอวางลงในโกศ เถ้ากระดูกก็เชื่อมต่อกันอย่างเป็นเอกลักษณ์ แล้วค่อย ๆ หลอมรวมกันเป็นแผ่นหยกนั่น”
เฉินซีได้ยินเช่นนี้ก็ประหลาดใจยิ่ง เพราะคงไร้ผู้ใดเดาได้ว่านักพรตเต๋าเซวี่ยจะหลอมรวมมันเข้ากับร่างของเขาเอง
เฉินซีอดนำมันออกมาพินิจอีกครั้งไม่ได้ แต่เขาก็รั้งตนเอง ไม่ดูเนื้อหาภายในอยู่ดี
นักพรตเต๋าเซวี่ยทิ้งมันไว้ มันย่อมต้องเป็นของเจิ้นหลิวชิง
เห็นได้ชัดว่าเยี่ยเหยียนไม่ได้พินิจเนื้อหาภายในแผ่นหยก และนางก็ฉงนใจถึงมันนัก แต่เมื่อเห็นเฉินซีเก็บมันไปอีกครั้ง นางก็เข้าใจความคิดของเขาทันที
“ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะคำนึงถึงคู่บำเพ็ญเพียรของเจ้าเพียงนี้” เยี่ยเหยียนเอ่ยปาก
“คำนึงถึงแล้วมีประโยชน์อะไร ข้าในยามนี้เป็นห่วงเพียงว่าหลังนางฟื้นมาพบข่าวความตายของอาจารย์นาง จะรับความสะเทือนใจไหวหรือไม่เท่านั้น” เฉินซีถอนหายใจ เขาทอดสายตามองอารามไท่ชูจากไกล ๆ พลางครุ่นคิด แม้เทพธิดาแห่งอารามไท่ชูจะสะกดกู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตราในร่างหลิวชิงได้ นางก็คงไม่อาจลืมตาตื่นตราบใดที่ข้ายังหาวิธีรักษานางไม่ได้
นี่หมายความว่า เฉินซีต้องเผชิญหน้ากับตระกูลกงเหย่ตรง ๆ ในสักวัน ประการแรกเพื่อล้างแค้นให้เจิ้นหลิวชิง และสองคือเพื่อบังคับคนเหล่านั้นให้ส่งเคล็ดวิชาแก้กู่ศักดิ์สิทธิ์อวมนตรามา!
“จริงสิ มีอีกเรื่องที่ข้าต้องบอกเจ้า” เยี่ยเหยียนลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวว่า “หลังจากที่ข้าแตกหักกับตระกูลกงเหย่ พวกเขาก็ขู่ว่าหากเจ้าไม่เป็นฝ่ายส่งวิญญาณของกงเหย่เจ๋อฟูให้พวกเขาก่อน พวกเขาจะให้เจ้าชดใช้อย่างสาหัส แม้จะมีเขาเทพพยากรณ์คุ้มครองอยู่ก็ตาม”
เฉินซีพลันเริ่มหัวเราะเมื่อได้ยินเช่นนี้ แต่เสียงหัวเราะนั้นไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง
สายตาของเยี่ยเหยียนเพ่งมอง และเห็นว่านั่นคือวิญญาณของกงเหย่เจ๋อฟู