ตอนที่ 1774
บทที่ 1774 แดนรวนเรลืมเลือน
October 21, 2026
บทที่ 1774 แดนรวนเรลืมเลือน
………………..
บทที่ 1774 แดนรวนเรลืมเลือน
พลังเอกภพคืออะไรกันแน่? เฉินซีก็มิรู้ แต่ก็อดรู้สึกตกตะลึงกับคำอธิบายของท่านเทพธิดาไม่ได้
สามารถเอาพลังเช่นนั้นมาใช้ได้ด้วยหรือ?
วิ้ง!
ทันใดนั้น นางก็ใช้มือเรียวทำท่า ม่านแสงขนาดใหญ่ปรากฏขึ้น ภาพที่สะท้อนอยู่ภายในนั้นคือเหล่าดวงดาราและทิวทัศน์ทั้งหลายในโลก ถ้าสังเกตดี ๆ ก็จะเห็นว่าดาวแต่ละดวงมีเมืองใหญ่ตั้งอยู่ภายใน เป็นภาพที่น่ามหัศจรรย์ใจยิ่ง
มองดูม่านแสงนี่แล้วก็คล้ายกับมองดูเอกภพ
“นี่คือพลังเอกภพ มันฉายภาพของเอกภพสมุทรทักษิณาออกมา” นางเอ่ยเสียงเรียบ “แต่พลังบ่มเพาะในปัจจุบันของข้าเหนือกว่าขอบเขตมหาราชเทวาไปนานแล้ว และข้าได้มอบพลังเอกภพนี้ให้กับจักรพรรดิฉางเล่อ”
เฉินซีหรี่ตาลงด้วยความประหลาดใจ “พลังนี่มีผลอย่างไรกันแน่?”
นางตอบ “มันทำให้เจ้าได้รับพลังแก่นแท้สสารของทั่วทั้งเอกภพมาคอยสนับสนุนยามบ่มเพาะพลัง ดังนั้นยิ่งมีพลังแก่นแท้สสารแกร่งแค่ไหน โอกาสขึ้นสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าก็ยิ่งมากตามไปด้วย”
นางส่ายหน้า “ไม่ใช่หลังจากขึ้นขอบเขตมหาราชเทวาหรอก แล้วเจ้ายังต้องเตรียมตัวมากมายเพื่อขึ้นสู่ขอบเขตมหาราชเทวาให้ได้ด้วย”
เฉินซีอึ้งไป แล้วหัวเราะเสียงขื่นออกมา “ทั่วทั้งแดนเทพโบราณแห่งนี้มีเพียงพันเอกภพเท่านั้น ทั้งแต่ละแห่งยังมีจักรพรรดิประจำอยู่แล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้คงจะใช้พลังขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลชิงเอาพลังเอกภพมาไม่ได้หรอก”
นางพยักหน้า “หากไม่ใช่เช่นนั้น จะมีความต่างระหว่างจ้าวเอกภพและจักรพรรดิธรรมดาไปเพื่ออะไรกันเล่า?”
นางหยุดไปเล็กน้อยแล้วว่าต่อ “เจ้าต้องรู้ให้แจ่มแจ้งว่า ผู้ที่อยู่ในแดนเทพโบราณซึ่งสามารถขึ้นสู่ขอบเขตมหาราชเทวาได้ย่อมมีโอกาสเป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกษัตริย์ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องธรรมดาอยู่แล้ว อย่างน้อยทั่วทั้งเอกภพสมุทรทักษิณาก็มียอดฝีมือเพียงสิบสามคนที่สามารถขึ้นสู่ขอบเขตมหาราชเทวาได้”
นั่นหมายความว่าอย่างไร?
ก็หมายความว่ายอดฝีมือขอบเขตมหาราชเทวานับได้ว่าเป็นตัวตนสูงสุดภายในแดนเทพโบราณแล้ว มีไม่กี่คนเท่านั้นที่จะก้าวถึงจุดนี้ได้
หากเทียบกันแล้ว จำนวนจักรพรรดิที่มีพลังเอกภพจึงยิ่งมีน้อยกว่า
เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ยอดฝีมือขั้นกษัตริย์ที่มีพรสวรรค์ในการขึ้นขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขึ้นเป็นขอบเขตมหาราชเทวาได้ยากยิ่ง และหากอยากเป็นจ้าวเอกภพก็ยิ่งยากกว่าเดิม
จริง ๆ แล้วเรื่องนี้ไม่ซับซ้อน จ้าวเอกภพนั้นควบคุมดูแลเอกภพนับพัน แต่ละเอกภพก็มีดวงดารามีโลกทั้งหลายตั้งอยู่ มีขอบเขตกว้างใหญ่ไพศาล สิ่งมีชีวิตมากมายอาศัยอยู่ภายในนั้น
ทว่าในฐานะจ้าวเอกภพ คนที่จะเป็นได้ก็ต้องเป็นยอดฝีมือแห่งเอกภพ ต้องกุมอำนาจสูงส่งเอาไว้ในมือให้ได้
ไม่ต้องกล่าวถึงจ้าวเอกภพทั้งหลาย แค่จักรพรรดิธรรมดาก็ยังได้รับความเคารพสูงส่งไม่ว่าไปที่ใด เป็นดั่งจักรพรรดิทางสายเลือดที่โดดเด่นราวตะวันบนฟากฟ้า
อำนาจที่สูงส่งมาพร้อมกับความยากลำบากในการได้มา
ผู้บ่มเพาะพลังเองก็เช่นกัน จำนวนน้อยนิดของจักรพรรดิเองก็หมายความว่าพวกเขาเป็นยอดฝีมือสูงส่งในแดนเทพโบราณ
ทว่าจักรพรรดิเจิ้นอู่จ้าวเอกภพภาสอุดร จักรพรรดิฉางเล่อจ้าวเอกภพสมุทรทักษิณา จักรพรรดินีอวี้เชอจ้าวเอกภพมสิหิม ย่อมเป็นจักรพรรดิที่โดดเด่นในหมู่จักรพรรดิด้วยกัน เป็นคนที่ไม่ว่าใครในแดนเทพโบราณก็ไม่กล้าล่วงเกิน
หากการขึ้นขอบเขตมหาราชเทวาเป็นเรื่องง่ายดายแล้ว เทียบอันดับรู้แจ้งจักรวาลก็คงไร้ประโยชน์
แม้เรื่องพวกนี้เหมือนจะไกลตัวเฉินซีที่อยู่เพียงขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกลางในตอนนี้ แต่คำพูดของเทพธิดาก็ยังทำให้เขารู้สึกกดดันในใจอยู่ดี
บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลแบ่งออกตามรากเต๋าบรรพชนได้เป็น บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นธรรมดา บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นสูง บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นสุดยอด บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกษัตริย์ บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นราชา และบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นจักรพรรดิ
ทว่าเมื่อเป็นขอบเขตมหาราชเทวา ก็จะไม่นับผู้ที่ใช้รากเต๋าบรรพชนซึ่งต่ำกว่ารากเต๋าบรรพชนขั้นราชวงศ์ในการทะลวงพลังเลย หรือก็คือมีแต่ผู้มีพรสวรรค์ในการเป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกษัตริย์เท่านั้นจึงจะสามารถเป็นจักรพรรดิได้
ยังต้องหมั่นบ่มเพาะพลังและลงมือทำในด้านอื่นอีก!
การมีพรสวรรค์เป็นบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นกษัตริย์เป็นเพียงเงื่อนไขเบื้องต้นในการขึ้นขอบเขตมหาราชเทวาเท่านั้น
ทว่าความแตกต่างในพลังเอกภพก็สามารถสร้างความต่างพลังของจักรพรรดิด้วยกันเองได้