ตอนที่ 1775
บทที่ 1775 พร้อมไป
October 21, 2026
บทที่ 1775 พร้อมไป
………………..
บทที่ 1775 พร้อมไป
หลังจากกล่าวเช่นนี้ เทพธิดาก็เอ่ยคำ “ลู่เอ๋อร์”
“ศิษย์อยู่นี่แล้ว”
น้ำเสียงอ่อนโยนของมฤควิญญาณขาวดังขึ้น
เฉินซีสงสัย เทพธิดากำลังจะทำอะไร?
“ฆ่าพวกมัน”
คำพูดต่อมาของเทพธิดายิ่งทำให้เฉินซีตกตะลึง เขาเบิกตากว้างขณะหัวใจสั่นสะท้าน
“น้อมรับ”
แม้มฤควิญญาณขาวตอบรับ แต่กลับไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ
นี่ทำให้เฉินซีมั่นใจว่าเทพธิดาไม่ได้ล้อเล่น!
แต่เทพธิดาตัดสินประหารอีกฝ่ายด้วยหนึ่งคำพูด ใครก็ตามที่เห็นเช่นนี้ย่อมไม่อาจสงบสติลงได้
“ในเมื่อมาทำให้ข้าขุ่นเคืองก็ต้องขจัดปัญหาภายภาคหน้าให้สิ้นซาก หากตระกูลเส้าเฮ่ากล้าปฏิเสธก็สามารถมาหาข้าที่สวนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูได้”
เมื่อเทพธิดาพูดถึงตรงนี้ นางก็มองเฉินซีแล้วเอ่ยคำ “สหายตัวน้อย ภายภาคหน้าต้องระวังตัวให้มาก ผู้ที่สามารถกลายเป็นมหาเทพเต๋าได้ล้วนทะเยอทะยานและไร้ยางอาย หากต้องการฆ่าขึ้นมา พวกเขาย่อมไม่สนว่าเจ้าจะมาจากเขาเทพพยากรณ์หรือไม่”
เฉินซีครุ่นคิดอยู่นานก่อนจะพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วเอ่ยคำ “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ชี้แนะ”
ในตอนนี้คำพูดของเทพธิดาทำให้เขารู้สึกตื้นตันและตกตะลึงยิ่ง ในที่สุดตนก็เข้าใจว่าความเด็ดเดี่ยว ความอหังการ และศักยภาพของมหาเทพเต๋านั้นน่าสะพรึงกลัวเพียงใด
“แน่นอนว่าภายใต้สถานการณ์ปกติ มหาเทพเต๋าจะไม่โจมตีบุ่มบ่าม ถึงแม้จะไม่หวาดกลัวคู่ต่อสู้ แต่ทันทีที่ลงมือสังหารคนที่มีภูมิหลังสูงส่งขึ้นมา สุดท้ายก็จะนำมาซึ่งปัญหามากมาย”
สิ้นคำ นางก็ลุกขึ้นแล้วเอ่ยคำ “หลังจากเจ้าไปแล้ว ข้าจะปิดเส้นทางลับทั้งหมดในสวนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู จากนี้ไป… หากข้าไม่อนุญาตหรือมหาเทพเต๋าไม่มาด้วยตัวเองก็ไม่มีใครสามารถหาที่นี่พบ”
เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น “เป็นเพราะพวกเส้าเฮ่าอวี่หรือ?”
ส่วนเหตุผลแท้จริง นางไม่อาจพูดอะไรได้มากนัก
เฉินซีหยุดซักไซ้อีกเมื่อเห็นเช่นนี้
“ไปพบฮุ่ยฉงกับข้าเถอะ”
กล่าวจบเทพธิดาเดินออกไป
…
บัดนี้เฉินซีได้ข้อสรุปแล้วว่าเยี่ยเหยียนน่าจะเป็นพี่สาวของฮุ่ยฉงจริง ๆ
ทว่าเยี่ยเหยียนเคยบอกว่าในอดีตนางเป็นหนี้บุญคุณฮุ่ยฉงค่อนข้างมาก และเดิมทีเฉินซีคิดว่าการได้พบกับอีกฝ่ายจะต้องนำไปสู่การพลิกผันบางอย่างที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้
แต่เมื่อเขากับเทพธิดาได้พบเยี่ยเหยียนกับฮุ่ยฉง พวกเขาต้องตกตะลึงที่พบว่าเรื่องราวมันไม่เป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้
ทั้งสองไม่ได้ทะเลาะหรือเงียบใส่กัน มันไม่มีความขัดแย้งที่มาจากความเข้าใจผิดอย่างที่เฉินซีจินตนาการ
ในตอนนี้มีเพียงเยี่ยเหยียนที่นั่งกอดเข่าสะอื้นไห้อย่างเงียบงัน ส่วนฮุ่ยฉงคอยลูบหลังและปลอบประโลมอีกฝ่ายด้วยเสียงอันแผ่วเบา…
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีเกิดความสงสัย เยี่ยเหยียนติดหนี้อะไรฮุ่ยฉงกันแน่?
บางทีเทพธิดาอาจทราบ แต่เรื่องนี้ค่อนข้างเป็นเรื่องส่วนตัว จึงไม่เหมาะที่ถาม
“ไม่ต้องห่วง ฮุ่ยฉงคือศิษย์ของอารามไท่ชู หากข้าไม่อนุญาต นางย่อมไม่มีทางหมั้นหมายกับผู้ใดได้”
แม้คำพูดของเทพธิดาจะดูเรียบง่าย แต่กลับแสดงให้เห็นถึงเสน่ห์ที่น่าประทับใจ
เสียงร่ำไห้ของเยี่ยเหยียนเงียบลง นางรีบลุกขึ้นประสานมือคำนับพร้อมเอ่ยคำ “ขอบคุณผู้อาวุโสที่ให้การช่วยเหลือ” นางยังคงสะอื้น น้ำเสียงจึงยังติดขัดเล็กน้อย
นี่ทำให้เฉินซีตกตะลึง เขาไม่คาดคิดว่าผู้หญิงที่ดูแข็งแกร่งและเย็นชาอย่างเยี่ยเหยียนจะมีด้านที่ละเอียดอ่อนเช่นนี้
“ท่านเทพธิดา”
ฮุ่ยฉงลุกขึ้นยืนข้างกายเทพธิดาแล้วเอ่ยคำอย่างเกรี้ยวกราด “ตระกูลเส้าเฮ่ากับนิกายอำนาจเทวะน่ารังเกียจนัก ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาเป็นใคร เหตุใดถึงคิดจะหมั้นหมายกับข้า?”
“เอาเถอะ เจ้าควรรู้สึกโชคดีด้วยซ้ำที่เกิดมาในตระกูลเยี่ย น้อยคนนักที่จะสามารถขัดต่อเจตจำนงของตระกูลได้”
เทพธิดาปลอบประโลมนางเสียงเรียบ
คำพูดนี้ทำให้ฮุ่ยฉงตกตะลึง จากนั้นจึงมองเยี่ยเหยียนผู้ยืนอยู่ข้างกายและอดรู้สึกทุกข์ใจไม่ได้ “ฝ่าบาทพูดถูก พี่สาวของข้าน่าสงสารนัก นางเคยตกเป็นเหยื่อเพื่อแสวงหาผลประโยชน์จากนิกายอำนาจเทวะ”
เยี่ยเหยียนตกตะลึง นางคล้ายกับรู้สึกตื้นตันก่อนจะเอ่ยคำ “ฮุ่ยฉง อย่าพูดอย่างนั้น ข้าออกจากนิกายอำนาจเทวะมานานแล้ว”
“ท่านเทพธิดา ตอนนี้พี่สาวข้าไม่สามารถกลับบ้านได้ อีกทั้งยังเป็นศัตรูกับนิกายอำนาจเทวะและตระกูลเส้าเฮ่า ท่านสามารถแสดงความเมตตาช่วยเหลือนางได้หรือไม่? หรือระหว่างนี้ให้นางอยู่ในอารามไท่ชูไปก่อนก็ได้”
ฮุ่ยฉงมองเทพธิดาด้วยสายตาน่าสงสารขณะขอร้องวิงวอน
“ไม่ได้”
แม้เทพธิดาจะเอ่ยคำอย่างสงบ แต่กลับเต็มไปด้วยความเด็ดขาดที่มิอาจปฏิเสธได้ “หากศิษย์ของนิกายอำนาจเทวะปรากฏตัวที่นี่ ภายภาคหน้าก็จะไม่หลงเหลือความสงบในอารามไท่ชูอีกต่อไป”
ฮุ่ยฉงดวงตาหมองหม่น รู้สึกผิดหวังอย่างสุดซึ้ง
เยี่ยเหยียนร่างแข็งทื่อเช่นกัน ใบหน้างดงามซีดเผือด แม้นางจะตัดขาดกับนิกายอำนาจเทวะแล้ว แต่มันก็ยังถือเป็นการทรยศต่อนิกายอำนาจเทวะอยู่ดี