ตอนที่ 1790
บทที่ 1790 สุสานมวลมังกร
October 21, 2026
บทที่ 1790 สุสานมวลมังกร
………………..
บทที่ 1790 สุสานมวลมังกร
สุสานมวลมังกร!
โครงกระดูกมังกรอันเบียดเสียดลอยตัวในท้องนภา ปรากฏว่าเป็นของยอดฝีมือเผ่ามังกรที่ตกตายไปกับมหาเทพเต๋าบรรพมังกรเมื่อกาลก่อน!
เฉินซีสูดหายใจเฮือก ไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าเหตุใดเมื่อกาลก่อน เผ่ามังกรจึงกระทำการสุดแสนไร้สติเช่นนั้นลงไป
พวกเขาทำเช่นนี้ทำไม?
เป็นความเชื่อหรือ? หรือบางทีจะเป็นพิธีกรรมอย่างหนึ่ง? เฉินซีไม่อาจคิดออกว่าเหตุผลเป็นเช่นไร แต่สิ่งนี้ทำให้เขาพอเข้าใจมากขึ้นว่ามหาเทพเต๋าบรรพมังกรไม่ธรรมดาเพียงไหน
“แม้ที่นี่จะอันตราย แต่เจ้าก็ไม่ต้องห่วงไป ขอเพียงไม่ไปแตะโครงกระดูกมังกรเหล่านี้เข้า หากเจ้าอยากทำสมาธิบ่มเพาะ ที่นี่ก็เหมาะสมที่สุดแล้ว” เหล่าไป๋ส่งกระแสปราณเร็วจี๋
เฉินซีพยักหน้า แล้วกวาดตามองไปรอบตัว หาสถานที่ปลอดภัยลับตาคน ก่อนจะนั่งลงขัดสมาธิ
ทว่าขณะที่เขากำลังจะทำสมาธิฟื้นบาดแผล จู่ ๆ เหล่าไป๋ก็พูดขึ้นด้วยสีหน้ามีลับลมคมใน “เจ้าหนู อยากรู้หรือไม่ว่าบรรพชนผู้นี้ได้เคล็ดวิชาเช่นไรมาจากกระดูกต้นกำเนิดของจ้าววิญญาณอาถรรพ์?”
เฉินซีกล่าวกับวิหคเฒ่าสั้น ๆ “ไม่”
ว่าแล้วก็หลับตาลง ชายหนุ่มตระหนักชัดเจนว่ายิ่งมีท่าทีใคร่รู้ วิหคเฒ่านี่จะยิ่งปากหนัก และเขาก็ไม่อยากสนองทิฐิให้วิหคเฒ่านี่
สีหน้าของเหล่าไป๋ชะงัก พูดขึ้นอย่างร้อนใจ “เดี๋ยวสิ! บรรพชนผู้นี้ยังพูดไม่จบ เจ้าก็ปฏิเสธแล้ว นี่จะไม่ไว้หน้ากันเลยหรือ?”
เฉินซีเงียบกริบ ทำเหมือนไม่ได้ยินเหล่าไป๋เลยสักคำ ทำให้เป่าน้อยข้าง ๆ กันขำคิกไม่หยุด
“ก็ได้! จำไว้นะว่าเจ้าปฏิเสธเอง น่าเสียดาย หากเจ้าฝึกฝนเคล็ดวิชาที่ถ่ายทอดกันมาในยุคก่อน อย่างน้อยเจ้าก็จะสามารถกำจัดผลข้างเคียงของวิชาระเบิดสังหารเทวะได้สักครึ่ง น่าเสียดายที่มีคนไม่คิดรักษามัน” เหล่าไป๋กลอกตา รำพึงเสียงลุ่มลึก
หัวใจของเฉินซีสั่นสะท้าน พลันลืมตาขึ้นมาถาม “วิชาอะไร?”
เหล่าไป๋พูดอย่างลำพอง “เจ้ามิใช่ไม่อยากรู้หรือ? อย่าถามข้าสิ เคล็ดวิชานี้ที่ข้า บรรพชนผู้นี้บากบั่นทำความเข้าใจมาคงไม่เหมาะสมกับเจ้าหรอก”
เฉินซีพูดอย่างอารมณ์เสีย “รีบบอกข้ามา!”
“เฮ้ พูดกับบรรพชนผู้นี้ให้ดี ๆ หน่อย!” เหล่าไป๋ไม่ชอบใจอย่างยิ่ง
เมื่อเห็นเฉินซีเป็นเช่นนี้ เหล่าไป๋ก็สิ้นหนทาง ยังไม่ลืมว่าในอดีตยามเฉินซีคว้าคอมัน และสภาพในตอนนั้นน่าเวทนาเพียงไร
“ก็ได้ ข้าจะบอกให้ แต่เจ้าต้องยอมรับเงื่อนไขหนึ่งของข้านะ” เหล่าไป๋พูดอย่างห่อเหี่ยว
“ว่ามา” เฉินซีกล่าวสั้น ๆ
“หากเราสามารถหามรดกสูงสุดที่มหาเทพเต๋าบรรพมังกรทิ้งไว้พบ เจ้าต้องให้มันกับข้า!” เหล่าไป๋พูดเร็วจี๋
เฉินซีนิ่งไป จ้องมองเหล่าไป๋อยู่เนิ่นนาน จนเมื่อเหล่าไป๋รู้สึกไม่สบายใจยามถูกจ้องนานเข้า ในที่สุดเฉินซีก็ตอบเสียงเรียบ “ก็ได้”
เมื่อได้ยินเฉินซีตอบกลับง่ายเช่นนี้ เหล่าไป๋ก็เหมือนรู้สึกไม่อยากเชื่อเล็กน้อย เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรำพึงออกมา “อันที่จริง ไม่ใช่เพราะข้า บรรพชนผู้นี้โลภมากหรอก แต่เป็นเพราะวาสนาสูงสุดนั้นน่าจะสามารถช่วยข้า บรรพชนผู้นี้ก้าวข้ามทัณฑ์หนึ่งได้”
เสียงของเขาเจือความเศร้าอย่างหาได้ยาก
ความเศร้านั้นมิได้ปลอมแปลง มิเช่นนั้น เฉินซีคงรับรู้ได้ทันที นี่จึงทำให้เฉินซีรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้ “เหล่าไป๋ มันคือทัณฑ์อะไร?”
“เจ้าไม่เข้าใจหรอก” เหล่าไป๋ส่ายหัว “เจ้าเข้าใจไว้ก็พอว่าข้าต้องทำเช่นนี้หากต้องการมีชีวิตรอด บางที… อาจเป็นเพราะสวรรค์สมควรตายนั่นอิจฉาความสามารถของข้า บรรพชนผู้นี้กระมัง?”
“เฉินซีไม่เข้าใจ แต่ข้าเข้าใจนะ ข้าเคยได้ยินเทพธิดากล่าวว่าเจ้าเกิดจากในความโกลาหล มีความสามารถมองทะลุสรรพสิ่งโดยกำเนิด ยิ่งกว่านั้น แม้มีการบ่มเพาะเพียงน้อยนิด เจ้ากลับมีความรู้ยิ่งใหญ่ตราบกาลนาน และประจักษ์แก่สรรพวิชาในโลกหล้า กล่าวกันว่าเจ้าคือสรรพวิญญาจารย์!” เป่าน้อยฉีกยิ้มกว้าง “อันที่จริง มันก็ไม่ต่างจากทักษะที่ข้ามีเท่าไหร่ ตาคู่นี้ของข้ามองทะลุสรรพสิ่งในฟ้าดิน และหูของข้าก็ได้ยินความลึกล้ำในโลกา”
สรรพวิญญาจารย์!
หัวใจของเฉินซีสั่นสะท้าน อดมองเหล่าไป๋อย่างประหลาดใจไม่ได้ แต่เขาก็ต้องพบว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเลื่อนลอยประหนึ่งหวนระลึกความหลัง
มิน่าเล่า วิหคเฒ่านี้จึงมักพูดว่ากระทั่งเซวียน ผู้นำยุคหมานกู่ยังเรียกขานเป็นอาจารย์ หรือนั่นจะเป็นเรื่องจริง? เฉินซีประหลาดใจ นับแต่ที่เขารู้จักเหล่าไป๋มา เขาก็เพิ่งรู้ที่มาของเหล่าไป๋ยามนี้
“แต่เทพธิดาก็กล่าวไว้เช่นกัน ว่ามหาเต๋าจะช่วงชิงจากผู้มีมาก เอื้อเฟื้อแก่ผู้มีน้อย ทักษะโดยกำเนิดท้าทายสวรรค์มากไป สุดท้ายก็ถูกสวรรค์ริษยา ในความคิดข้า ยิ่งฝึกฝน เหล่าไป๋จะเผชิญทัณฑ์บางอย่าง และหากก้าวข้ามมันไม่ได้ นั่นจะเป็นจุดจบของเขา” เป่าน้อยกล่าวเนิบ ๆ ไม่ได้สังเกตเลยว่าสีหน้าของเฉินซีแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย กระทั่งเหล่าไป๋ยังดูเต็มไปด้วยความกังวล
“เหล่าไป๋ จริงหรือ?” เฉินซีเงียบไปนาน ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเครียด