ตอนที่ 1789
บทที่ 1789 สำเนียงมังกร
October 21, 2026
บทที่ 1789 สำเนียงมังกร
………………..
บทที่ 1789 สำเนียงมังกร
โฮก!
เสียงมังกรคำรนเลื่อนลั่นเช่นอัสนีกึกก้องไปทั่วทิศ ทำให้ฟ้าดินหม่นรัศมี มิติสะท้านสะเทือนรุนแรง
พร้อมกันนั้น แรงกดดันอันน่าสะพรึงสุดขีดสายหนึ่งหลากเข้ามาดุจกระแสธารา กระจายไปทั่วท้องนภาเรืองพร่าง
เพียงพริบตา เฉินซีก็เหมือนร่วงสู่โพรงน้ำแข็ง สะท้านเกร็งไปทั้งตัว แรงกดดันนี้ร้ายกาจเกินไป ทำให้เส้นขนทั่วกายชี้ตั้ง ร่างสะท้านด้วยความกลัว
ไม่เพียงเขา กระทั่งเป่าน้อยยังเบิกตากว้างหน้าง้ำ กำลังจะอ้าปากอุทาน ทว่าก็ได้รับกระแสปราณจากเฉินซีบอกว่า “ใจเย็นไว้ ให้เหล่าไป๋จัดการ!”
ทันทีที่พูดจบ หนึ่งศีรษะมังกรขนาดมหึมาพลันปรากฏจากส่วนลึกของท้องนภา ดวงตาดุจคู่ตะวันโรจน์เรือง เขาตระหง่านเช่นบรรพต หนวดเจิดจรัสเช่นธารสีเงินโรยจากเวหา
เพียงศีรษะนี้ลำพังก็กินพื้นที่ทั่วท้องนภาแสนไกล
ปราณของมันยิ่งใหญ่ทรงสง่า เปี่ยมบรรยากาศเก่าแก่ดุจข้ามจากบรรกาล ประหนึ่งเจ้าเหนือสรรพสิ่ง กระทั่งทำให้ท้องนภาเรืองดาวสงัดงันราวป่าช้า
ถึงขนาดที่กระทั่งปราณจากศีรษะมังกรนี้น่ากลัวเกินจักรพรรดิใดที่เคยพบพาน!
โฮก!
เสียงมังกรคำรนกวาดกระหน่ำดุจนทีหลาก เลื่อนลั่นชวนดับโสต นอกจากนั้น ท้องนภาเรืองรองนี้ยังดูเจียนระเบิดเป็นจุณเพราะมันเต็มที
“โชคดีแท้! โชคดีนัก! มันเป็นเพียงจารึกมังกรมายา….” ขณะที่เฉินซีตกตะลึงเป็นกังวล เสียงอันโล่งใจของเหล่าไป๋ก็ลอยมาผ่านกระแสปราณดังเข้ามา ก่อนเฉินซีจะทันได้ตอบ เขาก็เห็นเหล่าไป๋เผยสีหน้าเคร่งขรึม แล้วเดินข้ามมิติไป ขณะที่ทั่วกายเผยปราณยิ่งใหญ่สูงส่งอันหายากยิ่ง
มันเงยหน้าขึ้นมองศีรษะมังกรบนท้องนภาอย่างเงียบ ๆ อยู่นาน ก่อนจะเปล่งคลื่นเสียงอันกึกก้องคลุมเครือยิ่ง
ทุกพยางค์สุดแสนซับซ้อน น้ำเสียงเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เว้นวรรคแปรสำเนียง บางครั้งเรียบง่าย บางครั้งกระแทกเสียง ทันทีที่เหล่าไป๋เริ่มออกวจีเหล่านี้ มันก็เผยแรงกดดันน่าสะพรึงสะเทือนถึงวิญญาณ
มันคือสำเนียงมังกร!
นอกจากนั้น มันยังให้ความรู้สึกกดดันอย่างเป็นเอกลักษณ์ และความยิ่งใหญ่อันเป็นของเผ่ามังกร
แม้เฉินซีจะไม่เคยได้ยินมันมาก่อน แต่เขาก็แน่ใจว่านี่คือสำเนียงมังกรไม่ผิดแน่ ส่วนเหล่าไป๋พูดอะไรอยู่นั้น ไม่อาจทราบได้เลย
ศีรษะมังกรเหนือท้องนภานั้นเดิมทีถลึงตามองมาอย่างดุร้าย กู่ร้องแข็งกร้าว ประหนึ่งจะล้างคณะเฉินซีให้สิ้น ทว่ายามมันได้ยินเหล่าไป๋พูดด้วยสำเนียงมังกร เสียงคำรามของมันพลันหยุดลง หรี่ตามองจ้องที่เหล่าไป๋
พริบตานั้น เฉินซีสังเกตเห็นอย่างชัดเจนว่าปีกซึ่งพับอยู่เบื้องหลังของเหล่าไป๋คลับคล้ายสั่นสะท้าน
ทว่าในภายนอก มันดูสุดแสนเยือกเย็นสำรวม เปล่งสำเนียงมังกรอันคลุมเครือออกมาอีกระลอก
เสียงนี้ยาวนานอย่างยิ่ง เหมือนเป็นการหวนย้อนกาลเวลาอันแสนห่างไกล บรรยายถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่สูงส่ง
เฉินซีสังเกตเห็นชัดเจนว่าประกายดุร้ายในดวงตามังกรวูบไหวไม่จบสิ้น เหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่งอย่างไม่แน่ใจ
เมื่อเหล่าไป๋หยุดพูด ศีรษะมังกรขนาดมหึมาก็อ้าปากเปล่งสำเนียงมังกรเช่นกัน มันทรงพลังแต่เรียบง่าย เลื่อนลั่นเช่นอัสนีสะท้านฟ้าดิน
เหล่าไป๋ได้ยินเช่นนี้ก็เหมือนถอนใจโล่งอก ก่อนจะแย้มยิ้มแล้วพูดคุยต่อในสำเนียงมังกร
เหตุการณ์นี้ดูประหลาดยิ่งนัก หนึ่งฝ่ายเป็นศีรษะมังกรลึกลับขนาดมหึมาในท้องนภาพร่างพราว เผยลักษณ์เพียงส่วนศีรษะ ขณะที่อีกฝ่ายเป็นวิหคขนขาวดุจหิมะ กรงเล็บแหลมคมดุจหลอมจากทอง
หนึ่งเป็นดั่งนายเหนือฟ้าดิน ขณะที่อีกฝ่ายเหมือนมดตัวจ้อย แต่ขณะนี้ พวกมันกลับเสวนากันผ่านสำเนียงมังกรราวมาจากเผ่าพันธุ์เดียวกัน
แต่เฉินซีสัมผัสได้ชัดเจนว่ายิ่งบทสนทนาดำเนิน แรงกดดันซึ่งปกคลุมเต็มฟ้าดินก็ยิ่งบรรเทา ไม่ได้ร้ายกาจเช่นกาลก่อน
กระทั่งท้องนภาใกล้เคียงยังเงียบเสียงลง
สิ่งนี้ทำให้เฉินซีลอบผ่อนลมหายใจโล่งอก อย่างน้อยที่สุดก็พิสูจน์ได้แล้วว่าการสื่อสารระหว่างเหล่าไป๋และมังกรมีความคืบหน้ามากนัก
หนึ่งก้านธูปผ่านไป จู่ ๆ เหล่าไป๋ก็โบกปีกให้มังกรราวกล่าวลา จากนั้นก็หันกลับมาข้างกายเฉินซีอย่างลอยชาย
ยามหันหลังให้มังกร สีหน้าซึ่งเดิมสุขุม สำรวมและเป็นมิตรของเหล่าไป๋ก็พลันพังทลาย เผยความกลัวเกาะกุมหัวใจ รีบส่งกระแสปราณรัวเร็วพูดคำเดิมซ้ำ ๆ “กลัวจะตายแล้ว กลัวจะตายแล้ว….”
เฉินซีผงะไป ชายหนุ่มเงยหน้ามองและพบว่าไกลออกไป ศีรษะมังกรพยักหน้าให้เขาน้อย ๆ ก่อนจะกลายเป็นละอองแสงมหึมากระจายหายไปในอากาศธาตุ
เห็นเช่นนี้ เฉินซีก็เข้าใจแล้วว่าเหล่าไป๋สามารถใช้วาทศิลป์จัดการอันตรายตรงหน้าได้!