ตอนที่ 1788
บทที่ 1788 ภูมิมังกรมายา
October 21, 2026
บทที่ 1788 ภูมิมังกรมายา
………………..
บทที่ 1788 ภูมิมังกรมายา
จากตำนานเล่าขาน มหาเทพเต๋าบรรพมังกรได้ใช้ทักษะอันเลิศล้ำสร้างสุสานให้ตนเองก่อนตกตาย ทิ้งวาสนายิ่งใหญ่ไว้ยามสิ้นขัย
บ้างกล่าวว่ามันคือดวงจิตมังกร
บ้างว่ามันคือพลังแก่นแท้สสารจากมหาเทพเต๋าบรรพมังกร
บ้างว่าคือมุกมังกรอันบรรจุมรดกทั้งหมดของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรเอาไว้
กล่าวได้ว่ามีความเห็นมากมายแตกต่าง
แต่ไม่ต้องสงสัยเลยว่า มันคือมรดกยิ่งใหญ่อย่างแน่นอน
เพราะตำนานนี้ พื้นที่อันตรายยิ่งยวดในกลุ่มดาววิญญาณจรแห่งนี้จึงดึงดูดผู้บ่มเพาะมากมายตลอดกาลนาน
น่าเสียดาย ไม่เพียงคนเหล่านั้นไม่อาจหาที่ตั้งของมรดกยิ่งใหญ่นั้นได้ พวกเขาส่วนใหญ่ยังตกตายอยู่ในกลุ่มดาววิญญาณจรด้วย
จนบัดนี้ ข่าวลือเกี่ยวกับมรดกสูงสุดนี้ได้เงียบหาย น้อยคนนักจะหยั่งทราบ แต่ตัวตนอย่างจักรพรรดิไท่จิ้งไม่เคยลืมตำนานนี้เลย
เพราะเหตุใด?
เพราะแตกต่างจากมหาเทพเต๋าอื่น ๆ มหาเทพเต๋าบรรพมังกรคือมังกรอย่างแท้จริง! เขาเป็นเทพโดยกำเนิดซึ่งก่อเกิดจากความโกลาหล สายเลือดสูงส่งเหนือกิเลน ปี้อ้าน ไป๋เจ๋อ และเซี่ยจื้อนัก
มีเพียงอสูรนภาศักดิ์สิทธิ์อย่างวิหคเพลิงที่แท้จริงเท่านั้นที่เทียบชั้นมันได้
นอกจากนั้น การบ่มเพาะของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรยังเลิศล้ำ บรรลุถึงขอบเขตมหาเทพเต๋า ซากสังขารของเขามีหรือจะธรรมดา?
ไม่ว่าจะไร้ประโยชน์เพียงไร อย่างน้อยก็ยังสามารถนำไปทำศาสตราศักดิ์สิทธิ์ได้!
แน่นอน หากได้ซากสังขารของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรมาจริง ๆ ก็คงไร้ผู้ใดทำของขวัญฟ้าประทานเสียของไปเช่นนั้นหรอก
…
เพียงพริบตา ความคิดเหล่านี้ก็แล่นพล่านในใจจักรพรรดิไท่จิ้ง ทำให้สายตาที่เขามองมายังแดนเต๋าวรุณจินดาจากไกล ๆ เจือความปรารถนารุ่มร้อนอย่างช่วยไม่ได้
หากข้าได้รับวาสนายิ่งใหญ่นี้มาขณะฆ่าศัตรู ก็นับว่าเป็นโชคยิ่งใหญ่สำหรับข้าโดยแท้!
ทว่าพริบตาต่อมา จักรพรรดิไท่จิ้งก็เริ่มลังเลเล็กน้อย
ผู้คนซึ่งออกแสวงโอกาสนี้นับแต่โบราณกาลล้วนล้มเหลวไร้ข้อยกเว้น! นอกจากนั้น พวกเขายังพบจุดจบอันน่าสยดสยองยิ่ง ไม่เพียงตกตาย ข่าวคราวยังเงียบหาย สังขารไร้ที่กลบฝัง
ในโลกหล้าผู้บ่มเพาะปัจจุบัน กลุ่มดาววิญญาณจรก็คือแดนจำกัดที่ไม่มีผู้ใดกล้าล่วงล้ำ เพราะนั่นเท่ากับรอรับจุดจบอันน่าสะพรึงกลัว
ยิ่งไม่ต้องพูดถึง จากสิ่งที่จักรพรรดิไท่จิ้งทราบ ผู้บ่มเพาะทั้งหลายที่กล้าเข้าสู่แดนดินนี้ล้วนเป็นผู้เก่งกาจเกินธรรมดาอันลือนามในยุคสมัย แต่เมื่อมาถึง พวกเขาก็สูญหายสิ้นข่าวคราว….
ด้วยเหตุนี้ ไม่ว่าจักรพรรดิไท่จิ้งจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของตนเพียงไร เขาก็ยังไม่กล้าบุ่มบ่ามอยู่ดี
วูบ! วูบ! วูบ!
ขณะนั้นเอง จู่ ๆ มิติก็กระเพื่อมเป็นวง บุคคลกลุ่มหนึ่งปรากฏขึ้น ซึ่งก็คือเหล่ายอดฝีมือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลจากตระกูลบริวารของตระกูลเส้าเฮ่า
สิ่งนี้ปลุกจักรพรรดิไท่จิ้งจากภวังค์ความคิดในบัดดล เขามองมายังคนเหล่านั้นแล้วอดขมวดคิ้วมิได้ “เหตุใดพวกเจ้าจึงมากันเพียงสิบเอ็ด? คนอื่นเล่า?”
ได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของผู้ฟังก็ยากมอง หลายคนยังเผยความหวาดผวาตกค้าง เหมือนพบบางสิ่งอันน่าสะพรึงกลัวระหว่างทาง
“ผู้อาวุโสสิบห้า ระหว่างทางมีอันตรายและภัยธรรมชาติมากมายนัก เราที่รอดชีวิตมาถึงที่นี่ได้อย่างสวัสดิภาพนับว่าโชคดีแล้ว ส่วนผู้อื่น ข้าเกรงว่า…” ใครบางคนพูดด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง
ปราณของพวกเขากระทั่งหายไปจากกระดานสุเมรุเทียมเมฆา เห็นได้ชัดว่าตายไปแล้ว!
“ใช้ไม่ได้กันเสียเลย!” จักรพรรดิไท่จิ้งตำหนิเสียงเย็น แม้เขาจะตระหนักดีว่าเส้นทางที่นี่เต็มไปด้วยอันตรายสารพัด ทั้งฝนอุกกาบาต รอยแยกมิติ หลุมดำ พิรุณแสงหลากสีและอื่น ๆ… กล่าวได้ว่าเป็นสถานที่อันตรายร้ายแรง เป็นภัยถึงชีวิตแม้แต่กับบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
แต่เมื่อนึกขึ้นมาว่า กระทั่งเฉินซียังมาถึงที่นี่อย่างปลอดภัยได้ ขณะที่ยอดฝีมือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลสามคนจากฝ่ายตนกลับตกตายระหว่างทาง เขาก็รู้สึกว่าคนเหล่านั้นไร้ประโยชน์จริง ๆ
ขณะนี้ บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลคนอื่น ๆ รอบข้างต่างเงียบงันเช่นจั๊กจั่นในเหมันตฤดู หัวใจรู้สึกคับแค้นเล็กน้อย เพราะการมาที่นี่ พวกเขาต้องบากบั่นรับความเสี่ยงสาหัสยิ่ง ภัยธรรมชาติเหล่านั้นใช่สิ่งที่หลบกันได้ง่าย ๆ หรือ?
“ช่างมันเถอะ ภารกิจของเราสำคัญกว่า ก่อนหน้านี้ข้าพบร่องรอยเจ้าเด็กนั่นแล้ว น่าเสียดายที่เขาฉวยโอกาสก่อนข้ามาถึงหนีเข้าไปในแดนเต๋าวรุณจินดา หลังจากนี้….” เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ จักรพรรดิไท่จิ้งพลันสูดหายใจลึก ๆ แล้วกัดฟันกล่าว “เราไปด้วยกัน ไม่ว่าจะอันตรายเพียงไร มีข้าอยู่ พวกเจ้าก็ไม่ต้องกังวล”
แดนเต๋าวรุณจินดา!
เมื่อได้ยินชื่อนี้ สีหน้าของเหล่าบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลก็แปรเปลี่ยนทันตา เห็นได้ชัดว่าเคยได้ยินตำนานเกี่ยวกับมหาเทพเต๋าบรรพมังกรมามากมาย
หลายคนกระทั่งเผยเค้าความหวาดหวั่นลึกซึ้ง ลังเลอย่างยิ่ง