ตอนที่ 1787
บทที่ 1787 มหาเทพเต๋าบรรพมังกร ....................
October 21, 2026
บทที่ 1787 มหาเทพเต๋าบรรพมังกร
………………..
บทที่ 1787 มหาเทพเต๋าบรรพมังกร
ไม่ช้าเฉินซีก็พบว่าสาเหตุที่เป่าน้อยสามารถทำทั้งหมดนี้ได้ล้วนมาจากดวงตาสีทองสุกสกาวของมัน
ยามที่กะพริบตา แสงศักดิ์สิทธิ์สีทองก็จะเคลื่อนไหวไปมาขณะสัญลักษณ์ที่คลุมเครือลี้ลับพวยพุ่งออกมาจากส่วนลึกของดวงตา พวกมันส่งเสริมซึ่งกันและกันขณะสะท้อนความพิศวงทั้งหลายประหนึ่งสามารถมองเห็นสัจธรรมฟ้าดินอันแสนวิเศษ รวมถึงความลึกลับของมหาเต๋า นับว่าน่าสะพรึงยิ่ง
นี่คือความสามารถโดยกำเนิดของวานรตาทองซึ่งว่ากันว่าเป็นเอกลักษณ์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลก มันสามารถมองเห็นความลึกลับของโลกผ่านดวงตาและฟังเรื่องลี้ลับจากทั่วทุกสารทิศได้ นับว่าอัศจรรย์ยิ่งนัก
แต่ถ้าลองคิดดูให้ดี แม้แต่เป่าน้อยก็ได้รับการชื่นชมที่สามารถอยู่ในอารามไท่ชูเพื่อฝึกฝนร่วมกับเทพธิดาได้ มันแสดงให้เห็นว่าพรสวรรค์ของเขาเหลือเชื่อมากแค่ไหน
ซึ่งพรสวรรค์แต่กำเนิดนี้ทำให้เป่าน้อยหลบเลี่ยงอันตรายทั้งหลายได้ขณะทะยานอยู่ในกลุ่มดาวที่เต็มไปด้วยจิตสังหารอันตรายที่คาดเดาไม่ได้
หากผู้บ่มเพาะคนอื่นมาที่นี่ พวกเขาคงต้องเผชิญกับความยากลำบากในทุกย่างก้าว ถึงขนาดไม่กล้าเข้าสู่ส่วนลึกเพียงลำพัง
ถึงอย่างไรกลุ่มดาวแห่งนี้ก็ถูกปกคลุมด้วยกลิ่นอายแห่งความตายไร้ที่สิ้นสุดและเต็มไปด้วยภัยพิบัติธรรมชาติอันน่าสะพรึง เช่น อุกกาบาต มิติและเวลาที่แตกสลาย หลุมดำ ฝนแสงสว่างหลากสีสัน เป็นต้น หากไม่ระวัง ทั้งร่างกายและวิญญาณก็จะถึงคราวจบสิ้นเป็นแน่
เป่าน้อยแบกเฉินซีขึ้นหลังขณะทะยานออกไปประหนึ่งแสงสีทองเจิดจ้า มันพุ่งผ่านกลิ่นอายแห่งความตายอันเข้มข้นก่อนจะหายไปในพริบตา
แต่หลังจากผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป เหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น
เป่าน้อยหยุดนิ่งขณะแสงสีทองทอประกายในดวงตา สีหน้าของมันเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและลังเลราวกับตัดสินใจไม่ได้
เฉินซีตกตะลึงขณะเงยหน้ามอง จากนั้นจึงสังเกตเห็นว่ามีดาวเคราะห์ลุกเป็นไฟกำลังลอยอยู่ในท้องนภาดาราอันไกลลิบ!
พวกมันรวมตัวกันหนาแน่นจนคล้ายกับไม่มีจุดสิ้นสุด ดาวเคราะห์ทุกดวงถูกปกคลุมด้วยเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวแปลกประหลาดน่าขนลุกประหนึ่งดวงไฟผี ทำเอาหัวใจของผู้คนแทบหยุดเต้น
พวกมันลอยและแผดเผาอย่างเงียบงัน เปลวเพลิงสีเขียวน่าขนลุกดังกล่าวทำให้ผืนฟ้าตกอยู่ในความเงียบสงัดประหนึ่งสุสานดารา!
ด้วยความแข็งแกร่งของเฉินซีประหนึ่งหินผา ยังอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเมื่อได้เป็นสักขีพยานกับเหตุการณ์อันแปลกประหลาด ใหญ่โต และน่าขนลุกเช่นนี้
ดวงดาวนับไม่ถ้วนกำลังแผดเผาขณะเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์สีเขียวสาดส่องบนท้องนภา ใครเล่าจะกล้าเชื่อว่าเหตุการณ์อันน่าสะพรึงจะสามารถคงอยู่ในท้องนภาดาราอันกว้างใหญ่แห่งนี้ได้?
บรรยากาศอันเงียบสงัดแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ ผู้คนสามารถตัดสินได้ในทันทีว่าสถานที่แห่งนี้อันตรายอย่างยิ่ง!
เฉินซีคิ้วขมวด ชายหนุ่มทราบดีว่าหากหันหลังกลับหรืออ้อมจากอีกฝั่งในตอนนี้ย่อมไม่ต่างการพาตัวเองเข้าสู่มือศัตรู
“ข้าก็ไม่รู้”
เป่าน้อยเกาศีรษะด้วยความหงุดหงิดยิ่ง ดวงตาสีทองของมันไม่อาจตรวจจับความลี้ลับได้ “แต่ถ้าข้ามีระดับการบ่มเพาะอยู่ที่ขอบเขตมหาราชเทวาจะต้องบอกได้อย่างแน่นอน”
“ช่างขลาดเขลาเบาปัญญานัก นี่คือแดนเต๋าซึ่งเต็มไปด้วยปราณทัณฑ์ ไม่ว่าลิงเช่นเจ้าจะทรงพลังแค่ไหน เกรงว่าก็คงไม่สามารถมองความลี้ลับดังกล่าวได้”
ทันใดนั้น น้ำเสียงเย้ยหยันอันเกียจคร้านก็ดังขึ้น
เหล่าไป๋!
หัวใจของเฉินซีสั่นสะท้าน ชายหนุ่มพลันตระหนักได้ว่าเหล่าไป๋ได้สติจากการปิดด่านแล้ว
“เจ้ามัวทำอะไรอยู่ ปลดปล่อยข้าไปเดี๋ยวนี้!”
เหล่าไป๋ออกคำสั่งด้วยความหยิ่งทะนง
นับตั้งแต่ได้รับชิ้นส่วนกระดูกต้นกำเนิดของจ้าววิญญาณอาถรรพ์ เมื่อห้าปีก่อน เจ้าวิหคเฒ่าตัวนี้ก็เหมือนกับถูกสิง มันอยู่ภายในร่างของเฉินซีเพื่อทำการศึกษาสมบัติชิ้นนี้จนลืมวิธีการนอน การกิน ลืมสิ้นทุกสิ่งทุกอย่าง
มันไม่แม้แต่ตอบรับคำเรียกของเฉินซีด้วยซ้ำ
แต่คาดไม่ถึงว่ามันจะได้สติในตอนนี้ก่อนจะกลับมามีสีหน้าหยิ่งทะนงอันภาคภูมิอีกครั้ง
ตอนนี้เฉินซีไม่คิดจะล้อเล่นกับเหล่าไป๋ ดังนั้นเขาจึงรีบเข้าประเด็นทันที “เจ้าบอกว่าที่นี่คือแดนเต๋างั้นหรือ?”
เหล่าไป๋ไม่พอใจกับความหยาบคายของเฉินซี มันจึงผละออกจากมือของอีกฝ่ายก่อนจะยืดหน้าอกแล้วเอ่ยคำอย่างสงบ “ผิดแล้ว นี่คือแดนเต๋าซึ่งเต็มไปด้วยปราณทัณฑ์ต่างหาก!”
“แล้วมันต่างกันตรงไหน?”
เฉินซีคิ้วขมวด
“สหายตัวน้อย เจ้ายังมองไม่ออกอีกหรือ นี่คือสถานที่ที่มหาเทพเต๋าประสบกับภัยพิบัติ หลังจากถึงแก่ความตาย ปราณทัณฑ์ยังคงอบอวลอยู่บนร่างกายเพื่อกัดกร่อนแดนเต๋าที่ควบคุมตอนยังมีชีวิตอยู่”
เหล่าไป๋ถอนหายใจ “แต่พอมาคิดอีกที เจ้าไม่เคยเห็นมหาเทพเต๋าประสบกับภัยพิบัติมาก่อน เพราะงั้นเจ้าถึงไม่เข้าใจฉากตรงหน้านี้!”
มหาเทพเต๋าประสบกับการลงทัณฑ์!
เพียงพริบตา เฉินซีก็นึกถึงข่าวลือที่เยี่ยเหยียนเคยเล่าให้ฟัง
เมื่อนานมาแล้ว เดิมทีกลุ่มดาววิญญาณจรคือดินแดนการบ่มเพาะอันบริสุทธิ์ ทว่าเมื่อตัวตนสูงสุดขอบเขตมหาเทพเต๋าประสบกับภัยพิบัติ ดินแดนแห่งนี้จึงได้รับผลกระทบเช่นกัน มันถูกปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตายก่อนถูกละทิ้งอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นสถานที่อันตรายยิ่ง
เดิมทีเฉินซีคิดว่ามันเป็นเพียงข่าวลือ แต่หลังจากเหล่าไป๋เอ่ยเช่นนั้น เขาก็ตระหนักได้ว่าเรื่องทั้งหมดนี้อาจจะเป็นความจริง!
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหวอยู่ภายในเมื่อทราบว่ามหาเทพเต๋าตายอยู่ที่นี่เมื่อนานมาแล้ว แม้ว่าตัวจะตาย แต่กลิ่นอายแห่งความตายบนร่างกายยังสามารถเปลี่ยนดาราจักรให้กลายเป็นสถานที่อันตรายอันรกร้างได้