ตอนที่ 1786
บทที่ 1786 เขตอันตราย
October 21, 2026
บทที่ 1786 เขตอันตราย
………………..
บทที่ 1786 เขตอันตราย
ครั้งนี้เฉินซีโกรธขึ้นมาจริง ๆ แล้ว
คนใจดีเองก็มีน้ำโหได้เหมือนกัน ไม่ต้องพูดถึงเฉินซีหรอก ทันทีที่ออกจากอารามไท่ชูมาได้ เขาก็ถูกไล่ล่าครั้งแล้วครั้งเล่า เหมือนเห็นเขาเป็น ‘ลูกพลับนิ่ม’ ที่บีบได้ตามใจชอบ
เป่าน้อยเกาหัวถาม “หากศัตรูรู้เข้าจะทำอย่างไร?”
“จะรู้ได้ก็ยาก” เฉินซีเอ่ยเสียงเรียบ พูดแล้วเขาก็โคจรพลังอักขระผนึกเต๋าภายในจิตวิญญาณ ก่อนที่มันจะแผ่ออกมาปกปิดตัวตนของเขาและเป่าน้อยไว้
ทันใดนั้น เป่าน้อยก็เบิกตากว้างถาม “ทำไม… ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนตัวตนถูกลบหายไปเช่นนี้เล่า?”
แต่ไม่ทันไรเป่าน้อยก็เข้าใจคำพูดของเฉินซี ก่อนเดาะลิ้นด้วยความชื่นชม “วิชานี้ลึกล้ำเสียจริง กระทั่งวิชาที่เทพธิดาสอนให้ข้ายังเทียบไม่ติด”
เฉินซียิ้มแล้วไม่อธิบายอะไรอีก
ชายหนุ่มหยิบขวดยาและสมุนไพรออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อนจะเลือกสมุนไพรที่เหมาะสมกับตนแล้วนั่งเพื่อทำสมาธิอยู่กับพื้น
ฟืด~
เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วละทิ้งความคิดไร้สาระทั้งหลาย ก่อนจะเริ่มดูดซับปราณโอสถเพื่อฟื้นฟูร่างกายที่ถูกวิชาระเบิดสังหารเทวะไป
ตามการคาดเดาของเขา อย่างน้อยก็ต้องดูดซับปราณโอสถเหล่านี้ราวสามเดือนกว่าจะฟื้นฟูร่างจนหายดี
เป่าน้อยนั่งยองอยู่ข้าง ๆ เหลือบมองรอบข้างอย่างระแวดระวัง แม้พลังอักขระผนึกเต๋าจะปิดบังตัวตนพวกเขาเอาไว้แล้วแต่ก็ไม่กล้าประมาท
…
เวลาล่วงเลยผ่านไปไม่ทันรู้ตัว หนึ่งเดือนเปลี่ยนผันไปอย่างรวดเร็ว
ทุกสิ่งอย่างเงียบสงบ ไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นเลย จึงทำให้เป่าน้อยที่คอยระแวดระวังอยู่ข้างกายเฉินซีมาตลอดถอนหายใจออกมา
ถึงขั้นที่เขาอยากให้สถานการณ์ดำเนินต่อ ทว่าก็ได้แต่รอให้เฉินซีฟื้นตัวจนหายดี จะได้ออกล่าสังหารไอ้พวกที่ตามตื๊อไม่ยอมไปเสียที
แต่ก็ยังเกิดเรื่องขึ้นจนได้
สองวันต่อมา ก็มีบทสนทนาผ่านกระแสปราณหนึ่งถูกอักขระผนึกเต๋าจับไว้ได้ ทำให้เฉินซีที่ทำสมาธิอยู่ผวาตื่นขึ้น
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก ฟังจากที่ผู้อาวุโสสิบหกว่าไว้ เด็กนั่นต้องยังอยู่ที่นี่แน่”
“เช่นนั้นเราจะเอาอย่างไรกันดี?”
“ย่อมต้องทำตามที่ผู้อาวุโสสิบห้าสั่งไว้ ไม่ว่าจะเจอตัวหรือไม่ก็ต้องทำลายดวงดาวทุกดวงที่เราผ่าน เช่นนั้นเจ้าเด็กนั่นก็จะมีที่หลบซ่อนน้อยลง ไม่นานก็เจอตัว”
“เราก็ทำได้เพียงเท่านั้น ทว่าเจ้าสังเกตหรือไม่ว่ายิ่งเราเข้าไปในห้วงลึกของกลุ่มดาววิญญาณจร ก็ยิ่งเจอแต่อันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ ?”
“ตอนนี้จะไปสนเรื่องนั้นได้หรือ? ลงมือกันก่อนเถอะ”
เมื่อได้ยินดังนี้ เฉินซีก็ใจสะท้าน คิดจะทำลายดาวทุกดวงที่ผ่านเลยงั้นหรือ?
“เป่าน้อย ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าทำ” เฉินซีไม่ลังเลแล้วกระแสปราณหาเป่าน้อยทันที
…
สองเงาร่างยืนเคียงข้างกันอยู่บนดวงดาวรกร้างแห่งหนึ่ง
คนหนึ่งมีรอยสักพิราบวรทะฝังอยู่บนอก ส่วนอีกคนมีรอยสักราชาพิราบบนอกเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าสองบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลนี้มาจากเผ่าพันธุ์วิหคโบราณคนละเผ่า
“เริ่มกันเลย” ยอดฝีมือจากเผ่าพิราบวรทะเอ่ยเสียงทุ้ม พูดจบเขาก็ทำท่าคว้าจับ เกิดเป็นเปลวเพลิงปรากฏขึ้นบนฝ่ามือ เผาผลาญหลุมดำบนห้วงอากาศโดยรอบ
เคร้ง!
อีกด้านหนึ่ง ยอดฝีมือจากเผ่าราชาพิราบหยิบกระบองสีแดงเลือดออกมา
ครืน!
ทันใดนั้นทั้งสองคนก็ลงมือพร้อมกัน เปลวเพลิงลุกโหมกระพือ ปกคลุมไปกว่าครึ่งดวงดาว ในขณะที่กระบองสีแดงเลือดแหวกผ่านฟ้า ทุบลงมาใส่ดาวด้านล่างอย่างรุนแรง
สองบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลกำลังโจมตีดวงดาวดวงหนึ่ง เมื่อรวมพลังโจมตีกันแล้วก็ทำลายมันให้สิ้นซากได้ไม่ยาก
นี่คืออำนาจของขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล หากเป็นเทวารู้แจ้งวิญญาณก็อาจทำเช่นนี้ได้ยากสักหน่อย
ตู้ม!
ทว่าในจังหวะที่ทั้งสองโจมตีนั้นเอง พื้นที่เหนือศีรษะก็พังทลายแล้วระเบิดออก
จากนั้น กระบองเหล็กดุดันที่มาพร้อมกับแรงพลังเหนือใครก็พุ่งลงมาใส่
“บัดซบ!” อีกด้านหนึ่ง ยอดฝีมือจากเผ่าราชาพิราบนั้นฝีมือแกร่งกล้า ใช้ประสบการณ์หลายปีในการต่อสู้เหวี่ยงกระบองสีเลือดป้องกันการโจมตีไปตามสัญชาตญาณ
ตู้ม!
ทว่าพริบตาต่อมา กระบองสีแดงเลือดก็ถูกดีดกระเด็น อีกทั้งยังได้ยินเสียง ‘เปรี๊ยะ’ ดังขึ้นมาก่อนที่แขนขวาจะระเบิดออก ร่างถูกดีดลงกระแทกพื้นดั่งกระสอบทราย