ตอนที่ 1785
บทที่ 1785 มาเยือนตามกัน
October 21, 2026
บทที่ 1785 มาเยือนตามกัน
………………..
บทที่ 1785 มาเยือนตามกัน
วูบ!
มิติสั่นสะท้านรุนแรง หนึ่งเสียงกู่ก้องเสียดแหลม
มันคือผลของการเคลื่อนย้ายมิติอย่างรวดเร็วสุดขีด ขณะที่เสียงหวีดแหลมนั้นดังขึ้น ร่างของเฉินซีก็ทะยานไกลออกไปแสนลี้แล้ว
สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่าความเร็วการเคลื่อนย้ายปัจจุบันของเขาน่าตกใจเพียงไร
และสัจธรรมก็เป็นเช่นนั้น ในเมื่อเขาตัดสินใจถอนตัวจากที่นี่ เฉินซีก็มุ่งหน้าสุดกำลังโดยไม่หยุดพักเผื่อผ่านเส้นทางในกลุ่มดาววิญญาณจร
ระหว่างเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เรือนผมขาวดุจหิมะของเฉินซีเริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นสีเทา หม่นประกายสิ้นสีสัน นอกจากนั้น อำนาจยิ่งใหญ่รอบกายเขายังค่อย ๆ อ่อนกำลัง….
นี่คือสัญญาณบ่งบอกว่าความแข็งแกร่งของเขาหลังใช้วิชาระเบิดสังหารเทวะกำลังเริ่มเลือนหาย
จากการประมาณการของเฉินซี หกชั่วยามต่อจากนี้ เขาน่าจะตกอยู่ในสภาวะ ‘อ่อนแอ’ อย่างสมบูรณ์
หากข้าทนไม่ไหวจริง ๆ ก็ทำเพียงเพียงขอให้เป่าน้อยเป็นผู้เดินทางเสียแล้ว…. เฉินซีรำพึงในใจ
อำนาจต่อสู้ของเป่าน้อยชวนตะลึงอย่างยิ่ง แม้เขาจะออกจากอารามไท่ชู จนไม่อาจยืมพลังข้อจำกัดจากสวนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูได้ แค่อำนาจต่อสู้ของเขาลำพังก็สามารถทัดเทียมจักรพรรดิหนานตู้ยามบาดเจ็บสาหัสได้แล้ว นี่เป็นสิ่งที่กระทั่งเฉินซียังไม่อาจตะกายถึง
แต่เฉินซีก็ตระหนักดี ว่าหากให้เป่าน้อยเป็นผู้เดินทาง นั่นไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เป่าน้อยเหยียบย่างสู่โลกภายนอก แม้อำนาจจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ขาดความรู้และประสบการณ์ เหมือนกระดาษขาวอันมิอาจรับมืออันตรายและความลวงหลอกในโลกหล้าได้
ขณะเดียวกัน หากให้เยี่ยเหยียนมาทำแทน พวกเขาก็จะถูกจับได้ง่ายมาก เพราะผู้ที่รู้จักนางไม่ได้มีเพียงตระกูลเยี่ย แต่กระทั่งยักษ์ใหญ่อย่างนิกายอำนาจเทวะและตระกูลเส้าเฮ่าก็รู้จักนางเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ หากมีผู้ใดพบนาง มันก็เท่ากับอันตรายสารพัดจะประดังเข้าใส่พวกเขา
“เป่าน้อย” เฉินซีโพล่งขึ้น
เป่าน้อยถาม “อะไรหรือ?”
“หากระหว่างทาง เราพบเหตุไม่คาดฝันใด ๆ เจ้าต้องฟังคำข้า ห้ามเข้าไปยุ่งกับศัตรูเด็ดขาดนะ” เฉินซีออกคำสั่งรัวเร็ว
เขาเป็นห่วงเป่าน้อยนัก เพราะอีกฝ่ายมีอารมณ์ร้อน โมโหง่าย ถูกศัตรูหลอกได้ง่ายยิ่ง
เฉินซีครุ่นคิดหนักอยู่ครู่หนึ่ง ขณะที่เขากำลังจะสั่งการต่อไป ม่านตาของชายหนุ่มพลันหดตัว หยุดเคลื่อนไหวเฉียบพลัน
“เอ๋!”
“ดูนั่นเร็ว ใช่เจ้าเด็กนั่นหรือไม่!”
“ไล่ตามไป!”
ขณะเดียวกับที่เฉินซีหยุดฝีเท้า พลังใจร้ายกาจหลายต่อหลายสายพลันกวาดเข้ามาจากท้องนภาแสนไกล
เพราะเฉินซีมีอักขระผนึกเต๋า เขาจึงได้ยินเสียงสนทนาของพวกเขาทันที และตัดสินได้ว่าอีกฝ่ายน่าจะมาไล่ล่าตน!
เมื่อตระหนักเช่นนี้ สายตาของเฉินซีก็เหลือบไปยังบริเวณหนึ่งซึ่งปกคลุมด้วยอำนาจวิญญาณจร ดวงตาบังเกิดประกายมาดมั่นขึ้นเฉียบพลัน
วูบ!
อึดใจต่อมา เฉินซีและเป่าน้อยก็หายลับไปจากที่ ไหวกายสู่บริเวณนอกเส้นทางอันปกคลุมด้วยอำนาจวิญญาณจรภายในกลุ่มดาววิญญาณจร
การออกนอกเส้นทางนั้นหมายถึงอันตรายหายนะ เพราะจากคำร่ำลือ ผู้บ่มเพาะทั้งหลายที่พยายามเข้าสู่กลุ่มดาววิญญาณจรล้วนแทบไร้ผู้รอดชีวิตตราบกาลนาน
ทว่ายามนี้ เฉินซีไม่อาจมามัวคิดมาก
อำนาจที่เขาได้จากการใช้ระเบิดสังหารเทวะกำลังอ่อนแรง เขาเจียนตกอยู่ในสภาวะ ‘อ่อนแอ’ เต็มที จึงไม่มีเวลามาเผชิญหน้าศัตรูมากนัก
ดังนั้นการไปกบดานในกลุ่มดาววิญญาณจรจึงเป็นทางเลือกเดียวที่เขามี
…
ตู้ม!
หลังเฉินซีจากไปได้ไม่นาน นาวาสมบัติสีทองลำหนึ่งซึ่งยิ่งใหญ่ดุจขุนเขาตระหง่านก็ขยี้มิติเวลาเคลื่อนมา
ขณะนี้บนเรือสมบัติมีผู้ยืนอยู่สิบกว่าคน คละเพศคละวัย ต่างผู้ล้วนแต่งกายหรูหรา มีปราณร้ายกาจน่าสะพรึงกลัว อย่างน้อย ๆ ก็อยู่ในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
โดยเฉพาะชายชุดเขียวซึ่งเป็นผู้นำ แม้ยืนเฉยก็ให้บรรยากาศกดดันของผู้นำซึ่งมีสรรพสิ่งในกำมือ และเป็นถึงจักรพรรดิ!
“ปรากฏว่าเจ้าเด็กนั่นกลัวจนถึงขนาดหนีเข้าเขตอันตรายในกลุ่มดาววิญญาณจร ฮ่า ๆ ขี้ขลาดจริง ๆ”
“กระทั่งพบหน้าเรายังไม่กล้า เด็กนี่… น่าจะเป็นคนร้ายที่ฆ่าเยี่ยเฟิง”
“เราควรทำเช่นไร?”
“ย่อมต้องล่าสังหารเจ้าเด็กนั่นไปน่ะซี!”