ตอนที่ 1801
บทที่ 1801 ถกวิถีเต๋า
October 21, 2026
บทที่ 1801 ถกวิถีเต๋า
………………..
บทที่ 1801 ถกวิถีเต๋า
ท้องนภาอันพร่างพราวนั้นไร้ขอบเขตและเงียบสงัด โลงทองแดงละล่องท่ามกลางหมู่ดาว เผยบรรยากาศยิ่งใหญ่เก่าแก่ ดูเลิศล้ำสุดขั้ว
ยากนักจะคาดคิดว่าเหตุใด โลงศพสักโลงจึงดูยิ่งใหญ่ได้เช่นนี้
ทั่วฟ้าดินเงียบสงัด กลุ่มของเฉินซียืนกลางเวหา อดรู้สึกตะลึงในใจยามมองสรรพสิ่งตรงหน้ามิได้
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่ต้องเป็นสุสานของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรในตำนาน!
ตลอดกาลนานมา กลุ่มดาววิญญาณจรถูกมองเป็นเขตหวงห้ามมาตลอด และผู้บ่มเพาะแทบทั้งหมดที่มาแสวงโชคในกลุ่มดาววิญญาณจรต่างทิ้งชีวิตไว้ที่นี่ ไร้ผู้ใดบรรลุสำเร็จ
ทว่ายามนี้ พวกเฉินซีผ่านอุปสรรคอันตรายนานา ข้ามท้องนภาพร่างพราวแสนยาวไกล ประสบบททดสอบต่าง ๆ และสองข้อจำกัดที่หุบเขารังมังกร จนในที่สุดก็ได้มาเห็นสุสานของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรที่นี่ได้ ดังนั้นในใจของพวกเขาจึงเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์ปนเป ไม่อาจสงบลงได้แสนนาน
ถึงขนาดไม่คาดคิดด้วยซ้ำ ว่าแค่หนีการไล่ล่าของศัตรู จะมาถึงที่นี่ได้ มันแสดงให้เห็นชัดเจนว่าสวรรค์และโชคชะตาชอบเล่นตลกกับคน สรรพสิ่งในโลกหล้าไม่อาจคาดเดา
“ในที่สุดเราก็มาถึง….” หลังผ่านไปแสนนาน เสียงรำพึงของตงปั๋วเหวินก็ดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบกริบนี้
เขาสวมอาภรณ์สีม่วง ใบหน้าหล่อเหลาเช่นชายหนุ่ม นอกจากนั้น ดวงตาเรืองรองเช่นอัสนียังเปี่ยมอารมณ์อันเกินประมาณ รวมถึงร่องรอยกาลเวลาเกินคาดหยั่ง
เพื่อบรรลุให้ถึงขอบเขตมหาเทพเต๋า เขาติดอยู่ที่นี่มาแปดพันปี ในที่สุดยามนี้ก็พบความหวังริบหรี่ จึงไม่อาจสงบใจได้เลย
“มรดกสูงสุดต้องถูกซ่อนที่นี่แน่!” เหล่าไป๋ตื่นเต้น ดวงตาเรืองรองด้วยความปรารถนา ยิ้มกว้างอย่างเปรมปรีดิ์
เหล่าไป๋เกิดจากความโกลาหล มีความสามารถมองทะลุสรรพสิ่งมาแต่กำเนิด นอกจากนั้น แม้จะมีการบ่มเพาะเพียงน้อยนิด ก็ยังมีความรู้กว้างไกล ทราบถึงสรรพวิชาในโลกหล้า กล่าวได้ว่าเป็นสรรพวิญญาจารย์ที่แท้จริง
ทว่าเพราะความสามารถโดยกำเนิดท้าทายสวรรค์เช่นนี้ จึงถูกสวรรค์ริษยา ต้องเผชิญทัณฑ์ในการฝึกฝน หากไม่อาจข้ามผ่านก็หมายถึงความตาย!
มิเช่นนั้น การบ่มเพาะคงไม่ค้างอยู่ในขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณหลังผ่านกาลแสนนานเช่นนี้
แต่หากได้มรดกนี้มา บางทีมันอาจทำให้เขาฝืนทัณฑ์จากเต๋าสวรรค์ยามพัฒนาขอบเขตได้!
ดังนั้นเหล่าไป๋จึงตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดยามมาถึงสุสานมหาเทพเต๋าบรรพมังกร
ไม่ว่าจะเป็นตงปั๋วเหวินหรือเหล่าไป๋ ต่างก็หมายมาดหวังมรดกสูงสุดที่นี่ ขณะนี้พวกเขาต่างทอดถอนใจตามกัน ทำให้บรรยากาศตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
ตงปั๋วเหวินหรี่ตาลงแล้วเงียบไป
เฉินซี เป่าน้อย และเยี่ยเหยียนต่างสังเกตเห็นมันทันที และหัวใจของพวกเขาก็สั่นสะท้านพร้อมเพรียง
โอกาสอยู่เพียงเอื้อม ด้วยเหตุนี้ หากจู่ ๆ ตงปั๋วเหวินลงมือขึ้นมา ผลลัพธ์ก็จะเกินคาดคิด
บรรยากาศเงียบกริบ ไร้ผู้ใดปริปาก ไม่มีใครขยับตัว
แม้จะไม่มีผู้ใดปริปาก แต่ทั้งกลุ่มของเฉินซีและตงปั๋วเหวินต่างตระหนักดี ว่าการร่วมมือของพวกเขาจบลงที่นี่!
ส่วนจะเป็นมิตรหรือศัตรู ทั้งหมดขึ้นกับตงปั๋วเหวิน
ขณะนี้ในที่สุดเฉินซีก็ตระหนักซึ้งว่าความกังวลของเหล่าไป๋ถูกต้องตรงเผง ต่อหน้าโชคยิ่งใหญ่ มันก็สร้างจิตมุ่งร้ายในผู้อื่นได้จริง ๆ
ดังคำกล่าวว่า คนเราไม่ควรมุ่งร้ายแก่ผู้อื่น แต่ต้องระแวดระวังกันไว้ แม้เฉินซีจะรู้สึกว่าคนอย่างตงปั๋วเหวินไม่น่าทำเรื่องน่ารังเกียจอย่างทำตัวเนรคุณ แต่เขาก็ไม่กล้าเลินเล่อเลยสักนิด
เมื่อเวลาผ่านไป บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงัด กลิ่นอายสงครามฟุ้งจาง ประหนึ่งมรสุมกำลังก่อตัว
ขณะจ้องมองร่างนิ่งงันของตงปั๋วเหวินจากไกล ๆ ดวงตาของเฉินซีก็ค่อย ๆ หรี่ลง เขาเตรียมตัวใช้ระเบิดสังหารเทวะทันทีที่การต่อสู้บังเกิด และจะใช้เต๋ารู้แจ้งแห่งจุดจบระเบิดสมบัติวิญญาณธรรมชาติบางชิ้นที่ไม่ได้ใช้ทันที!
เป่าน้อยเองก็ระแวดระวังขึ้นมา ม่านตาเรืองแสงทองวูบไหว
เยี่ยเหยียนกำมืออย่างเงียบเชียบ ดวงตาเฉิดฉายเจือประกายมุ่งมั่นเคล้าจิตสังหาร
ขณะที่บรรยากาศยิ่งทวีความตึงเครียดนี้เอง จู่ ๆ ตงปั๋วเหวินก็ผ่อนหายใจยาว แล้วหันมามองเฉินซีและคณะ
ขณะนี้สีหน้าของเขาสุขุม เฉยชา เย็นเยียบไร้อารมณ์ใด ๆ ทำให้ผู้อื่นไม่อาจตัดสินได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่กันแน่
ทว่ายามกลุ่มของเฉินซีสบสายตากับตงปั๋วเหวิน หัวใจของพวกเขาก็หนาวเยือกขึ้นมาเล็กน้อยอย่างช่วยไม่ได้
ตงปั๋วเหวินอ้าปากเหมือนจะพูดบางอย่าง กล่าวได้ว่าหลังเงียบไปครู่หนึ่ง ก็เหมือนตัดสินใจบางอย่างแล้ว
แต่ขณะนั้นเอง เขาก็ปิดปากฉับ หันหลังกลับไป ก่อนที่รัศมีศักดิ์สิทธิ์ทิ่มทะลวงเย็นเยียบสายหนึ่งจะระเบิดออกจากตาดุจอัสนี จ้องตรงไปที่โลงทองแดงในส่วนลึกของท้องนภา
เหตุการณ์นี้กะทันหันอย่างยิ่ง ทำให้เฉินซีและคณะซึ่งเดิมตื่นตัวสุดขีดผงะไปเล็กน้อย