ตอนที่ 1802
บทที่ 1802 เส้นทางเย้ยสวรรค์ ....................
October 21, 2026
บทที่ 1802 เส้นทางเย้ยสวรรค์
………………..
บทที่ 1802 เส้นทางเย้ยสวรรค์
การถกวิถีเต๋าเริ่มขึ้น
วงคลื่นรัศมีศักดิ์สิทธิ์สีเงินเรืองออกจากโลงทองแดงตามกันเป็นระลอก ปกคลุมร่างของตงปั๋วเหวินและตราประทับเจตจำนงของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรไว้ภายใน
ด้วยความสามารถของเฉินซีและคณะ พวกเขาไม่อาจได้ยินเนื้อหาการถกวิถีเต๋าระหว่างทั้งสองเลย ทำได้เพียงต้องมองจากไกล ๆ
“บัดซบ! เจ้านั่นได้ชิงโอกาสก่อน!” เป่าน้อยกระฟัดกระเฟียด
“เราควรทำเช่นไร หากตงปั๋วเหวินผู้นั้นทำสำเร็จจริง ๆ เรามิใช่มาเสียเที่ยวหรือ?” เยี่ยเหยียนร้อนใจเล็กน้อย
เฉินซีได้ยินเช่นนี้ก็อดขมวดคิ้วมิได้ ครุ่นคิดหนักไม่จบสิ้น
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก นี่คือชะตา เราพยายามให้ดีที่สุดก็พอ หากสุดท้ายไม่บรรลุตามหวัง นั่นก็หมายความว่าเราไร้วาสนากับโอกาสนี้” ขณะนั้น เหล่าไป๋เหมือนจะเลิกจดจ่อกับเรื่องนี้ แต่เฉินซีก็สังเกตชัดว่ามีความกังวลแฝงอยู่ในท่าทีสงบผ่อนคลายนี้
นี่เป็นเรื่องธรรมดา เพราะถึงอย่างไร โอกาสนี้ก็เกี่ยวกับความสามารถเคลื่อนขอบเขตของเหล่าไป๋ แม้จะใช้ชีวิตมาแสนนาน เขาก็ไม่ต่างจากผู้อื่นยามเป็นเรื่องของโอกาสเช่นกัน
“ไม่แนะนำให้ทำ การทำเช่นนั้นน่าจะไปกระตุ้นการตอบโต้จากตราประทับเจตจำนงของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรเปล่า ๆ” เหล่าไป๋ส่ายหัว ปฏิเสธความคิดของเฉินซี
“ตงปั๋วเหวินผู้นั้นทั้งโลภมากทั้งไม่รู้จักรักษาน้ำใจคน ตลอดกาลนานมา นายใหญ่ไม่น่าชี้แนะเขาเลย!” เยี่ยเหยียนเดือดดาลสุดขีด “หรือเขาจะลืมไปแล้วว่าที่เขามาถึงนี่ได้ก็เพราะไข่มุกต้นกำเนิดมังกรและตาข่ายครอบคลุมสวรรค์ในมือเฉินซี?”
เฉินซีส่ายหัว “พูดเช่นนั้นไม่ได้หรอก หากไม่ได้เขาช่วย เราก็ผ่านข้อจำกัดที่สองไม่ได้เช่นกัน”
ชายหนุ่มไม่ได้ถูกเหตุการณ์นี้กระทบใด ๆ และดูจะไม่มีทั้งโทสะและความแค้น
ดังเขากล่าวไว้ ตงปั๋วเหวินไร้เจตนาชิงโอกาสทั้งหมดไว้คนเดียว และไม่ได้คิดทำร้ายพวกเขาจนมาถึงที่นี่
มิเช่นนั้น ด้วยความสามารถของตงปั๋วเหวิน อีกฝ่ายคงฆ่าเขาได้ตั้งแต่ยามก้าวผ่านข้อจำกัดที่สอง ชิงทั้งตาข่ายครอบคลุมสวรรค์และไข่มุกต้นกำเนิดมังกรไป ก็ทำให้เขามาถึงที่นี่ได้เองแล้ว ไร้เหตุผลต้องรอคอยจนบัดนี้
“ถูกต้อง เทียบกับพวกคนชั่วเจตนาร้ายทั้งหลาย ตงปั๋วเหวินผู้นี้ถือได้แล้วว่าซื่อตรงกว่า แต่น่าเสียดายที่สุดท้าย เขาก็ฝืนความเย้ายวนของโอกาสนี้ไม่ไหว และเกิดเจตนาร้ายต่อเรา” เหล่าไป๋รำพึงด้วยสีหน้าซับซ้อนเล็กน้อย ดุจปราชญ์โบราณว่าไว้ วิหคตายเพราะอาหาร คนตายเพราะทรัพย์สมบัติ
“แล้วเราควรทำเช่นไร?” เยี่ยเหยียนอดถามไม่ได้
“แล้วหากตงปั๋วเหวินทำสำเร็จเล่า?” เยี่ยเหยียนเป็นกังวล
“เช่นนั้นก็พิสูจน์ว่าเราไร้วาสนากับโอกาสนี้ แล้วเราก็แค่ไปเสีย” เฉินซีเงียบไปครู่หนึ่ง จึงตอบกลับ
…
หลังชั่วกาลเกินคะเน เฉินซีพลันสังเกตว่าคลื่นพลังอันคลุมเครือจากโลงทองแดงเริ่มพลุ่งพล่านรุนแรง แล้วร่างของตงปั๋วเหวินซึ่งเดิมนั่งขัดสมาธิอยู่พลันสั่นสะท้าน สีหน้าเฉยชาสำรวมเปลี่ยนแปลงไป
เกิดอันใดขึ้น? หัวใจของเฉินซีสั่นสะท้าน
“เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด!” ก่อนที่เฉินซีจะทันฟื้นจากความตกตะลึง เสียงคำรามลั่นของตงปั๋วเหวินก็ดังสนั่นในฟ้าดิน เต็มไปด้วยความลนลานและโทสะสุดขีด เหมือนเผชิญบางอย่างน่าสะพรึงกลัว
นอกจากนั้น สีหน้ายังบิดเบี้ยวเปลี่ยนแปลงอย่างร้ายกาจ หอบหายใจถี่รัวเหมือนเจียนบ้า ไร้ซึ่งมาดการวางตัวอย่างจักรพรรดิเก้าดาราอีกต่อไป!
“หากไม่รู้จักพอ สรรพสิ่งก็สูญเปล่า!” เสียงหนักแน่นทรงพลังของมหาเทพเต๋าบรรพมังกรกึกก้องขึ้น
เพียงพริบตา ตงปั๋วเหวินก็ดูเหมือนต้องอัสนี ร่างแน่นิ่งหยุดเสียงลงกะทันหัน สีหน้าอึ้งตะลึง
“ฮ่า ๆ! เจ้านั่นเหมือนจะล้มเหลวแล้ว กระทั่งดวงจิตก็เกรงว่าคงไม่ได้ไป” เป่าน้อยปรีดาในความทุกข์ทนของตงปั๋วเหวิน
“การถกวิถีเต๋านี้ร้ายกาจนัก กระทั่งจักรพรรดิเก้าดารายังเหมือนเกินทานทน หากเป็นเราแทนล่ะก็….” เยี่ยเหยียนเป็นกังวลเล็กน้อย
“ไม่ต้องกังวลไปหรอก แค่ถกวิถีเต๋า ไม่ใช่การประมือ ต่อให้ตงปั๋วเหวินนั่นทำไม่ได้ ก็ใช่ว่าข้า บรรพชนผู้นี้จะล้มเหลวไปด้วย!” เหล่าไป๋กลับสุดแสนตื่นเต้น เต็มเปี่ยมด้วยความมั่นใจ เขาถูกขนานนามเป็นสรรพวิญญาจารย์ผู้รอบรู้ ย่อมไม่กลัวการถกวิถีเต๋ากับผู้ใด
เฉินซีอดถอนหายใจโล่งอกยามเห็นเช่นนี้ไม่ได้
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าผิดไปแล้วจริง ๆ….” เสียงรำพึงของตงปั๋วเหวินพลันดังมาจากไกล ๆ และปรากฏว่ามันเจือด้วยความโล่งใจเหมือนได้คลายปมในอก สีหน้ากลับสู่ความเยือกเย็นอีกครั้ง
ฉัวะ!
แล้วเฉินซีและคณะก็ต้องประหลาดใจเมื่อตงปั๋วเหวินกระชากแขนซ้ายของตนออก ทำให้โลหิตสดสาดกระจาย
ทว่าอีกฝ่ายกลับเหมือนไม่รู้สึกเจ็บปวด กล่าวขึ้นอย่างสุขุม “ความคิดร้ายสร้างความคิดไขว้เขว ความโลภของข้าสร้างเงาบดบังหัวใจ หลังจากได้บทเรียนนี้ ข้าสาบานต่อแขนซ้ายนี้ว่า หากภายหน้าสร้างความผิดซ้ำรอย ข้าจะขอรับทัณฑ์ตายจากเต๋าสวรรค์!”