ตอนที่ 1812
บทที่ 1812 ความตายของมหาเทพเต๋า
October 21, 2026
บทที่ 1812 ความตายของมหาเทพเต๋า
………………..
บทที่ 1812 ความตายของมหาเทพเต๋า
จักรพรรดิจื่อเว่ยตงปั๋วเหวินคือจักรพรรดิในตำนานผู้ยิ่งยง สถานะในแดนเทพโบราณสูงส่งเสียจนทัดเทียมจักรพรรดิเจิ้นอู่และจักรพรรดิโกวเฉินได้
ในโลกหล้าผู้บ่มเพาะมีตำนานมากมายเกี่ยวข้องกับตงปั๋วเหวิน เช่นกล่าวว่าเขาเป็นจิตวิญญาณอันเกิดจาก ‘หมอกม่วงโกลาหล’ มีความสามารถโดยกำเนิดสูงส่งเกินธรรมดา
ยังลือกันว่าในหมู่จักรพรรดิเก้าดาราทั่วหล้า ตงปั๋วเหวินมีโอกาสพัฒนาสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋ากว่าผู้ใด
แต่ไม่ว่าข่าวลือจะกล่าวเช่นไร ความแข็งแกร่งของตงปั๋วเหวินก็ร้ายกาจอย่างไร้กังขา
แต่เมื่อพวกเขาพบว่าตงปั๋วเหวินผู้เหินห่างเช่นเมฆาละล่องเกิดจู่โจมอย่างไร้ปรานี ล้างบางกลุ่มของจักรพรรดิไท่จิ้งและห้าขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์อย่างไม่มีปี่ขลุ่ย ตัวตนยิ่งใหญ่ทั้งหลายของตระกูลเชินถูต่างผงะจังงัง เผยสีหน้าไม่คาดฝัน
ไม่ว่าจะเป็นจักรพรรดิไท่จิ้งหรือห้าขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ล้วนไม่ใช่คนธรรมดา แต่ตงปั๋วเหวินกลับฆ่าพวกเขาได้ นี่ไม่ได้หมายความว่าเขาล่วงเกินตระกูลเส้าเฮ่าและนิกายอำนาจเทวะอย่างสมบูรณ์หรือ?
จริงอยู่ที่ตงปั๋วเหวินอยู่ในขั้นสูงสุดของขอบเขตมหาราชเทวา อยู่เหนือคนส่วนใหญ่ในแดนดิน แต่ต้องไม่ลืมว่าตระกูลเส้าเฮ่าเป็นหนึ่งในตระกูลนิรันดร์กาล และในตระกูลก็มีผู้อาวุโสขอบเขตมหาเทพเต๋าอย่างน้อยหนึ่งคน
แต่ตงปั๋วเหวินก็ทำเช่นนี้ลงไป เพราะเหตุใดกัน?
ชั่วขณะนั้น ในโถงเงียบกริบเช่นป่าช้า ทุกคนล้วนผงะตกใจกับข่าวที่ได้ยิน
“พวกท่านเคยได้ยินเรื่องนี้หรือไม่ ที่นานมาแล้ว ตงปั๋วเหวินอยากเข้าร่วมกับเขาเทพพยากรณ์เพื่อหาหนทางพัฒนาสู่ขอบเขตมหาราชเทวา แม้สุดท้ายจะถูกเขาเทพพยากรณ์ปฏิเสธ แต่เขาก็ยังได้รับการชี้แนะจากนายใหญ่อู๋เซวี่ยฉาน” ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงัด เชินถูชิงหยวนเอ่ยขึ้นช้า ๆ ถึงความลับเมื่อแสนนานกาลก่อน “เพราะการชี้นำนี้เอง ตงปั๋วเหวินจึงบรรลุสู่ขอบเขตมหาราชเทวาอย่างราบรื่น”
ทุกคนผงะไป หลายคนเดาบางสิ่งได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ม่านตาหดตัว เผยสีหน้าเข้าอกเข้าใจ
“เช่นนั้นก็หมายความว่า หนนี้จักรพรรดิจื่อเว่ยลงมือเพื่อปกป้องเฉินซีหรือ?”
“ต้องเป็นเช่นนั้นแน่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของจักรพรรดิไท่จิ้งหรือห้าขุนพลวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาล้วนไล่ล่าเฉินซี ศิษย์ของเขาเทพพยากรณ์อย่างหมายชีวิต ยามนี้เมื่อพวกเขาล้วนตกตายด้วยน้ำมือจักรพรรดิจื่อเว่ย ประกอบกับความสัมพันธ์กับนายใหญ่แห่งเขาเทพพยากรณ์ ก็เป็นที่ชัดเจนว่าจักรพรรดิจื่อเว่ยทำเช่นนี้เพื่อปกป้องเฉินซี!”
“มิน่า มิน่าเล่า จักรพรรดิจื่อเว่ยจึงกล้าทำเช่นนี้ ที่แท้ก็เพื่อตอบแทนบุญคุณนายใหญ่ที่มีเมตตาชี้แนะ”
พวกเขาทั้งหลายเสวนาพลางทอดถอนใจชื่นชม
มีเพียงตัวเฉินซีเองที่ตระหนักชัดเจนว่าเหตุใดตงปั๋วเหวินจึงทำเช่นนั้น และมันไม่ใช่เพียงเพื่อตอบแทนบุญคุณศิษย์พี่ใหญ่ของเขาอย่างแน่นอน
“หากวิเคราะห์เช่นนี้ หากข่าวนี้แพร่ไปทั่วเอกภพจักรวรรดิยามใด เสียงลือลั่นฮือฮาจะตามมาแน่นอน” เชินถูเป้าทอดถอนใจ เขาเคยพบเฉินซีมาก่อน และทราบดีว่าความสามารถโดยกำเนิดของชายหนุ่มผู้นั้นไม่ธรรมดาเพียงใด แต่เขาก็มิคาดเลยว่าไม่กี่ปีต่อมา ชายหนุ่มผู้นั้นจะก่อวีรกรรมสะเทือนโลกาเช่นนี้
ทันทีที่วาจาถูกกล่าว คนมากมายก็สนองเห็นด้วย
แต่เชินถูชิงหยวนส่ายหัว “หากเป็นเรื่องแค่นี้ ก็ไม่ควรค่าให้สนใจมากนัก น่าเสียดายที่เรื่องราวในโลกหล้าไม่เคยเรียบง่าย”
คนทั้งหลายตกตะลึงโดยพลัน นี่หมายความเช่นไร? หรือยังมีข่าวอื่นที่ชวนตกใจยิ่งกว่านี้รออยู่อีก?
ไม่เพียงพวกเขา กระทั่งเฉินซีก็อดผงะไปไม่ได้ นึกฉงนเล็กน้อยว่าเชินถูชิงหยวนตั้งใจพูดสิ่งใดกันแน่
ครู่ต่อมา เชินถูชิงหยวนก็เผยคำตอบ “สามวันที่ผ่านมา มีข่าวจากเอกภพไร้จำกัดแจ้งมาว่านักบวชศักดิ์สิทธิ์มั่วหลินแห่งนิกายอำนาจเทวะถูกสังหารสิ้นแล้ว โดยฝีมือนายใหญ่แห่งเขาเทพพยากรณ์!”
เปรี้ยง!
ดุจอัสนีขยี้แดนสงัด คนทั้งหลายจังงังนิ่งค้าง หัวใจสะท้านสะเทือนรุนแรงกว่ายามใด
นักบวชศักดิ์สิทธิ์มั่วหลิน!
นั่นคือตัวตนขอบเขตมหาเทพเต๋า กล่าวได้ว่ายืนยงเป็นนิรันดร์ ไม่อาจล้มโค่น มีความสามารถเกินธรรมดายิ่ง!
เป็นเรื่องน่าตกใจเกินคาดคิดโดยแท้จริง
เพราะถึงอย่างไร ทั่วทั้งแดนเทพโบราณ มีเพียงตัวตนส่วนน้อยนักที่สามารถบรรลุสู่ขอบเขตมหาเทพเต๋าได้ บางที อาจนับได้ด้วยนิ้วมือด้วยซ้ำไป
กล่าวได้ว่าพวกเขาเป็นตัวตน ณ จุดสุดยอดของแดนเทพโบราณ หายากยิ่งดุจขนวิหคเพลิงหรือเขากิเลน
ในความทรงจำของปวงชน นับแต่หนสุดท้ายที่มีมหาเทพเต๋าตกตายนั้นนานนัก อาจเรียกได้ว่าเป็นเวลาหลายสิบล้านปีแล้ว