ตอนที่ 1813
บทที่ 1813 อยู่ดีไม่ว่าดี
October 21, 2026
บทที่ 1813 อยู่ดีไม่ว่าดี
………………..
บทที่ 1813 อยู่ดีไม่ว่าดี
พร้อมกันนั้น ชายผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาในห้อง รายล้อมด้วยกลุ่มคน ดูประหนึ่งจันทราฉายท่ามกลางวงล้อมดารา
กลุ่มคนนั้นมีทั้งชายหญิง ต่างคนล้วนเรืองฤทธิ์มากรัศมี มีการบ่มเพาะสูงส่ง โดดเด่นในหมู่สหายร่วมขอบเขต
ทว่าผู้โดดเด่นกว่าใครย่อมเป็นชายผู้นั้น คนที่สวมชุดดำซึ่งตัดออกมาอย่างพอดีตัว ผิวพรรณขาวเนียนเช่นหยกเรืองรองเจิดจรัส ยิ่งกว่านั้น ทั่วกายยังเรืองรัศมีศักดิ์สิทธิ์ ดูยิ่งใหญ่เหนือผู้ใด
เส้นผมยาวสีม่วงไสวไปเบื้องหลัง เผยใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาไร้คู่เปรียบ
เขาโดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง บรรยากาศสุขุมสำรวม ทุกการกระทำดูประหนึ่งราชนิกุล ให้ความรู้สึกสงบ สูงส่งเหนือปวงชน
เมื่อมองจากไกล ๆ เขาก็เหมือนเกิดมาเป็นเทพ มีความสง่างามเกินใดเปรียบปาน
“เหินห่างโดดเด่น สมแล้วที่เป็นศิษย์ผนึกฤทธิ์จากสำนักศักดิ์สิทธิ์!”
“ดุจราชันในหมู่บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล เหนือชั้นเกินผู้ใดรอบข้าง”
ใครบางคนเอ่ยชม บรรยากาศยิ่งใหญ่เช่นนี้หาได้ยากยิ่ง ราวราชันประพาสแดนดินแทนเต๋าสวรรค์ ตัวตนเช่นนี้ย่อมมีอนาคตไร้ขอบเขต หากไร้สิ่งใดเกินคาดฝัน เขาก็จะขึ้นเป็นจักรพรรดิได้แน่นอน!
“คนผู้นี้หรือกงซุนมู่?” เฉินซีส่งกระแสปราณถาม ขณะที่ตนนั้นดูเหมือนจมในภวังค์ความคิด ปราดเดียวก็เห็นได้ว่าการบ่มเพาะของคนผู้นี้บรรลุขั้นสมบูรณ์ในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลแล้ว ดูประหนึ่งราชันในหมู่บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล
กล่าวคือ ยามคนผู้นี้พัฒนาสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล เขาต้องได้แปรสภาพดูดซับรากเต๋าบรรพชนขั้นราชาระดับแปดมาแน่ ๆ! เพียงศักยภาพที่เขามีก็เหนือชั้นเกินบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลส่วนใหญ่แล้ว
ทว่ายามนี้ เขาเหยียบย่างสู่จุดสูงสุดแห่งขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล เผยศักยภาพบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นราชา ฤทธาจึงยิ่งลึกล้ำเกินหยั่งคะเน
“มิผิด สำนักศักดิ์สิทธิ์มีศิษย์ผนึกฤทธิ์สิบแปดคน และกงซุนมู่ก็อยู่ในอันดับสาม ความแข็งแกร่งย่อมร้ายกาจ จากข่าวลือ เขาอยู่ในลำดับยี่สิบสี่ในเทียบอันดับรู้แจ้งจักรวาล ความสำเร็จเช่นนี้บอกได้ว่าไม่ธรรมดา” เชินถูเยียนหรานส่งกระแสปราณตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยน้ำเสียงอันปนเปด้วยอารมณ์หลากหลาย กระทั่งนางยังต้องยอมรับว่ากงซุนมู่แข็งแกร่งมาก และไม่ใช่แข็งแกร่งธรรมดา เพราะกระทั่งผู้เฒ่าหลายคนในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลยังถูกเขากลบรัศมีเสียมิด
“อันดับยี่สิบสี่? ไม่เลวจริง ๆ” แม้เฉินซีจะพูดเช่นนี้ สายตาของเขาก็เบนไปทางชายซึ่งตามติดข้าง ๆ กงซุนมู่ “คนผู้นั้นคือทาปาชวน ทายาทเผ่าเทพชิงโห่วหรือ?”
คนผู้นั้นสวมชุดเทา รูปลักษณ์ดาษดื่น ท่าทีเฉยชา ดูประหนึ่งก้อนหินบนหน้าผา ให้บรรยากาศมั่นคงหนักแน่น ไม่สั่นคลอนแม้ต้องพายุทั่วสารทิศ
เทียบกับกงซุนมู่ อำนาจของเขาดูหมองกว่ากันมาก แต่เห็นได้ชัดว่าเขาก็เป็นตัวตนสูงสุดในหมู่บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลเช่นกัน
เสียงของเขาเหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่าง ไม่เร็วไม่ช้า กังวานเช่นเสียงระฆัง สะท้านสะเทือนถึงหัวใจ
“สมเป็นศิษย์ผนึกฤทธิ์ลำดับสามจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ ทุกการเคลื่อนไหวเจือเต๋าศักดิ์สิทธิ์ กระทั่งเสียงยังไม่ต่างจากสำเนียงเต๋าในธรรมชาติ” ในโถงหลัก ดวงตาของสตรีบางคนเรืองประกาย
“สหายเต๋าชมเกินไปแล้ว” เชินถูเยียนหรานยกยิ้มสง่างาม วางตัวไม่โอนอ่อนแต่ก็ไม่ถือตัว “เชิญนั่ง”
กงซุนมู่แย้มยิ้ม แล้วนำเหล่าผู้ติดตามไปประจำที่นั่ง
หลังเข้ามาในโถงตระกูลเชินถู เขาก็ยังรักษาความสำรวมจนท้ายที่สุด ราวเดินเล่นในสวนหลังบ้านตนเอง นอกจากนั้น การแสดงออกอันผ่าเผยสง่างามก็เป็นที่สนใจจากทั่วทิศ ทำให้คนทั้งหลายประเมินเขาสูง
แม้จะนั่งที่ของตนแล้ว เขาก็ยังดูแสนโดดเด่น
ขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ซึ่งมาด้วยกันก็หาใช่ธรรมดา พวกเขายืนเคียงกันอย่างเปี่ยมสง่า ต่างฝ่ายเรืองฤทธิ์รัศมี ทำให้พวกเขายิ่งประชันขับเน้นกันให้ดูเฉิดฉาย
พวกเขาคือศิษย์จากสำนักศักดิ์สิทธิ์ หนึ่งในห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิ ต่างมีความทะนงในศักดิ์ศรีเป็นของตน
เทียบกันแล้ว บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลจากตระกูลเชินถูในโถงดูหม่นรัศมีกว่ามากนัก
เฉินซีอดคิดเรื่องนี้ไม่ได้ ในฐานะหนึ่งในกองกำลังสูงสุดของเอกภพจักรวรรดิ ทรัพยากรและฝีมือของตระกูลเชินถูลึกล้ำสุดขั้ว แต่เมื่อใช้ทายาทขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลมาประชัน ก็ได้แค่พอผ่านอย่างแท้จริง
……
ทันทีที่ได้นั่ง กงซุนมู่ก็เข้าประเด็นอย่างตรงไปตรงมา “ข้าเชื่อว่าผู้อาวุโสทั้งหลายน่าจะทราบจุดประสงค์การมาของข้าแล้ว ไม่ทราบว่าผู้อาวุโสทุกท่านตัดสินใจแล้วหรือยัง?”
สิ้นคำ บรรยากาศในโถงพลันเงียบกริบ ทุกคนหันมองเชินถูชิงหยวนผู้นั่งตำแหน่งเจ้าภาพ
“เรื่องนี้ซับซ้อนและสำคัญ ยากนักที่ข้าจะตัดสิน” เชินถูชิงหยวนพลันรำพึง ดูราวนี่เป็นตัวเลือกอันยากเย็นยิ่ง แต่ก็ไม่ได้ตอบคำถามตรง ๆ
กงซุนมู่เผชิญเหตุนี้ก็ทำเพียงยกยิ้ม “ดูเหมือนผู้อาวุโสจะเป็นกังวลเรื่องความบริสุทธิ์ใจของเราสำนักศักดิ์สิทธิ์ กล่าวตามตรง นับแต่ข้ามาที่นี่ในฐานะตัวแทนสำนักศักดิ์สิทธิ์ ข้าย่อมสามารถรับปากบางอย่างได้ ขอเพียงเงื่อนไขของผู้อาวุโสไม่ได้สูงเกินไป ข้าก็สามารถตอบตกลงแทนสำนักศักดิ์สิทธิ์ได้ทันที!”