ตอนที่ 1824
บทที่ 1824 เทพเมรัยสิบสมบัติ
October 21, 2026
บทที่ 1824 เทพเมรัยสิบสมบัติ
………………..
บทที่ 1824 เทพเมรัยสิบสมบัติ
เมื่อเฉินซีขึ้นเขาต่อไป ผู้นำทางก็กลายเป็นจักรพรรดินีผู้หนึ่งแทน นอกจากนั้น นางยังเรียกเขาว่าอาจารย์อาทุกคำ ทำให้เฉินซีต้องใช้เวลาเนิ่นนานกว่าจะทำใจยอมรับได้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวง
ในโลกภายนอก บางทีพวกเขาอาจเรียกกันเป็น ‘สหายเต๋า’ ได้ แต่ยามอยู่ในสำนัก พวกเขาก็ต้องปฏิบัติตามจารีตและลำดับอาวุโส ไม่อาจผิดพลาดใด ๆ ได้
แม้เหวินถิงจะเป็นจักรพรรดินีผู้ยิ่งยง นางก็ต้องเรียกตนเองเป็นศิษย์ต่อหน้าเฉินซี
แล้วเฉินซีก็ต้องตกตะลึงเมื่อเหวินถิงไม่ใช่จักรพรรดินีทั่วไป นางบรรลุแปดดาราในขอบเขตมหาราชเทวาแล้ว นอกจากนั้น นางยังห่างเพียงนิดเดียวก็จะทะลวงสู่เก้าดาราแห่งขอบเขตมหาราชเทวา!
ในโลกภายนอก นางนับได้ว่าเป็นตัวตนยิ่งใหญ่สั่งวาตะบงการเมฆาได้แน่แท้
ขณะเดียวกัน อาจารย์ของนาง ถังเสียนเป็นตัวตนน่าสะพรึงกลัวในขอบเขตมหาเทพเต๋า!
สิ่งนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีศิษย์ในเขาเทพพยากรณ์มากมายที่เก่งกาจน่าสะพรึงกลัว กล่าวได้ว่าที่แห่งนี้เป็นที่อาศัยของผู้มากฝีมือเกินคณานับ
แต่เมื่อคิดดูแล้ว เรื่องนี้ก็สุดแสนธรรมดา
ศิษย์พี่ใหญ่ของเฉินซี อู๋เซวี่ยฉานเป็นมหาเทพเต๋า ดังนั้นในฐานะศิษย์เอกสายตรงของบรรพชนผู้ก่อตั้งลำดับสาม เหวินเต้าเจิน ก็สมเหตุสมผลที่ถังเสียนบรรลุขอบเขตมหาเทพเต๋าเช่นกัน
นอกจากนั้น จักรพรรดิจื่อเว่ย และตงปั๋วเหวิน ยังพัฒนาการบ่มเพาะสู่ขอบเขตปัจจุบันได้หลังได้รับคำชี้แนะจากอู๋เซวี่ยฉาน ดังนั้นในฐานะศิษย์สายตรงของถังเสียน ย่อมไม่มีทางที่เหวินถิงจะด้อยไปกว่าใครอื่น
ระหว่างทาง เฉินซีได้รับรู้เรื่องมากมายจากเหวินถิง
เช่นเหวินเต้าเจินมีศิษย์สายตรงทั้งสิ้นสิบเก้าคน และถังเสียนคือผู้แข็งแกร่งที่สุด บรรลุขอบเขตมหาเทพเต๋ามาเนิ่นนานนัก
ขณะเดียวกัน ในหมู่ศิษย์รุ่นที่สองของเหวินเต้าเจินซึ่งเหวินถิงเป็นหนึ่งในนั้น มีศิษย์ทั้งสิ้นสามสิบเจ็ดคน และเหวินถิงอยู่ในลำดับสาม
ส่วนศิษย์รุ่นที่สามนั้นยิ่งมากไปกว่านั้นอีก
ควรค่ากล่าวถึงว่า แม้เหวินถิงจะเป็นบุตรีบุญธรรมของบรรพบุรุษผู้ก่อตั้งลำดับสาม เหวินเต้าเจิน แต่ในสำนัก นางเป็นศิษย์ของถังเสียน
สิ่งนี้ดูขัดแย้งกับลำดับอาวุโสในสำนัก แต่มันดำเนินไปภายใต้คำสั่งของเหวินเต้าเจิน ส่วนเหตุผลนั้น มีเพียงเหวินเต้าเจินที่ทราบ
วิ้ง!
ชั่วกาลอันเกินประมาณต่อมา แรงกดดันไร้ลักษณ์ก็ไหลบ่าเข้าปะทะดุจธารเชี่ยว ทำให้เฉินซีอดรู้สึกอึดอัดมิได้
เหวินถิงสะบัดแขนเสื้อ ก่ออักขระยันต์เรืองรองมากมายขึ้นจากละอองแสงเจิดจรัส ทะยานออกสลายแรงกดดันทั้งมวลลงสิ้น
“อาจารย์อา นี่คือแดนจำกัดของสำนัก มีเพียงศิษย์ขอบเขตมหาราชเทวาหรือสูงกว่าเท่านั้นที่เข้าได้ แต่ท่านจะเข้าใจความซับซ้อนของข้อจำกัดบนเขาได้แน่นอน ดังนั้นมิต้องกังวลไป” เหวินถิงอธิบายแล้วนำทางเฉินซีต่อไป
…
ระหว่างทาง เฉินซีสังเกตพบว่าภูเขานี้สูงสุดขั้ว และทางเดินที่เขากำลังใช้ขึ้นเขาก็เป็นเพียงหนึ่งในเส้นทางอันหลากหลาย
นอกจากนั้น ระหว่างทางเขายังสังเกตเห็นดินแดนลับมากมายถูกสร้างขึ้นตามที่ต่าง ๆ …ซึ่งจากการอธิบายของเหวินถิง ดินแดนลับทั้งหมดล้วนเป็นสถานที่บ่มเพาะของศิษย์คนอื่น ๆ ในสำนัก
ทว่าศิษย์สายตรงของฝูซีมิได้บ่มเพาะในดินแดนลับใด ๆ และพวกเขาจะอยู่ในสุขาวดี ณ ยอดเขา
ขณะนี้ ศิษย์พี่สามของเขาเที่ยอวิ๋นไห่ก็กำลังบ่มเพาะอยู่ที่นั่น
หนึ่งชั่วก้านธูปมอดต่อมา ในที่สุดทั้งสองก็มาถึงยอดเขา
ทะเลเมฆาม้วนตัวตลบลอย หมู่ดาวเคลื่อนวนโคจร เปล่งรัศมีพริบพราย ทำให้ยอดเขาดูสุดแสนยิ่งใหญ่ ศักดิ์สิทธิ์และตรึงตราจำเริญจิตนัก
ยามยืนอยู่ที่นี่ เขาก็เกิดความรู้สึกราวทัศนาทั่วทิศอยู่เหนือที่ใดในโลกหล้า
น้ำตกสีเงินเรืองรองทอดลงจากเก้าชั้นสรวง บรรจุอำนาจยิ่งใหญ่ทรงพลัง ปรากฏว่าน้ำตกนั้นก่อตัวขึ้นจากปราณเต๋าอันบริสุทธิ์สุดขั้ว!
หลังโรยลงจากฟ้า มันก็เปลี่ยนเป็นรัศมีศักดิ์สิทธิ์หนาแน่นแพร่กระจายไปทั่วขุนเขา ชุบเลี้ยงบำรุงพลังชีวิตแก่สรรพสิ่ง ดูสุดแสนอัศจรรย์เกินธรรมดา
เฉินซีสูดหายใจลึก ๆ สัมผัสถึงปราณเต๋าหนาแน่นไหลบ่าเข้าสู่ร่าง พลังชีวิตทั่วกายพลุ่งพล่าน ดูประหนึ่งละล่องหลอมรวมกับมหาเต๋า ความรู้สึกนี้ลึกล้ำและสุขสบายอย่างไม่อาจบรรยาย
หากข้าบ่มเพาะที่นี่ ผลที่ได้จะยอดเยี่ยมเกินธรรมดาแน่แท้! ยอดไปเลย! ปราณเต๋าจากเก้าชั้นสรวงโรยลงมารวมตัวที่นี่ กล่าวได้ว่าเป็นวาสนาธรรมชาติก่อ ยืมชะตากรรมเต๋าสวรรค์ อย่างน้อยที่สุด การทำเช่นนี้ได้ก็ต้องอยู่ในขอบเขตมหาเทพเต๋าก่อน… เฉินซีอุทานอย่างชื่นชมในใจ ทอดถอนใจไม่จบสิ้น
นับแต่เขามาถึงเขาเทพพยากรณ์จนปีนสู่ยอดเขาได้ในขณะนี้ ทุกสิ่งที่ประสบตลอดทางก็ทำให้เฉินซีตระหนักว่าสำนักที่ตนสังกัดไม่ธรรมดาเพียงไร