ตอนที่ 1828
บทที่ 1828 บรรพชนผู้ก่อตั้งถึงกับตกตะลึง
October 21, 2026
บทที่ 1828 บรรพชนผู้ก่อตั้งถึงกับตกตะลึง
………………..
บทที่ 1828 บรรพชนผู้ก่อตั้งถึงกับตกตะลึง
เฉินซีไม่ได้ถอนหายใจเช่นนี้มานาน จากนั้นจึงเดินทางต่อ
ตอนนี้เขาดูผ่อนคลาย แต่ที่จริงตอนนี้เขากำลังต้านทานแรงกดดันจากมหาเต๋าอยู่ เห็นได้ชัดจากสีหน้าและความก้าวหน้าที่เป็นไปอย่างเชื่องช้า
ครืน!
แรงกดดันจากพลังมหาเต๋ายิ่งดุดันขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งยังเริ่มส่งเสียงดั่งฟ้าลั่นก้องไปทั่วบริเวณ
ตู้ม!
เฉินซีรู้สึกสะท้านไปทั่วร่าง คล้ายกับถูกคุ้นเขาขนาดใหญ่กดทับลงมา ซวนเซไปเล็กน้อย คล้ายกับจะถูกดีดกระเด็นไป
ความลำบากยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ …. แสงศักดิ์สิทธิ์ฉายชัดในแววตาเฉินซี จ้องไปยังส่วนลึกของดวงดาวดวงนั้น แล้วกัดฟันเดินหน้าต่อ
แรงกดดันยังคงทวีคูณขึ้น กระทั่งจิตวิญญาณและดวงจิตแห่งเต๋าก็ยังถูกกดดันอย่างแรงกล้า ให้ความรู้สึกหายใจไม่ออกคล้ายกับกำลังจมน้ำ
ตอนนี้เขาใช้เต็มกำลังแล้ว แต่ความเร็วก็ยิ่งลดลง ยิ่งก้าวเท้าลำบากขึ้นเรื่อย ๆ ….
ห้าพันลี้
พอมาถึงจุดนี้ กระดูกภายในร่างก็ลั่นไปหมด ไม่อาจทนต่อแรงกดดันที่กดทับลงมาได้อีก รูขุมขนทั่วร่างปลดปล่อยแสงศักดิ์สิทธิ์ออกมา ใบหน้าจริงจังอย่างถึงที่สุด
เป็นจังหวะนั้นเองที่เขาเห็นว่ามีดวงดาวอีกดวงที่ปลดปล่อยกลิ่นอายของตราประทับเจตจำนงออกมา
จริง ๆ แล้วก่อนหน้านี้เขาก็เคยเห็นดาวเช่นนี้มาก่อน มีตราประทับเจตจำนงที่ศิษย์พี่สามเที่ยอวิ๋นไห่ทิ้งเอาไว้ มีของศิษย์รุ่นสามฮวาเยี่ยน และของคนอื่น ๆ สลักไว้เช่นกัน
แต่พวกมันก็ไม่อาจเทียบได้กับตราประทับเจตจำนงบนดาวดวงนี้เลย
ดาวดวงนี้คล้ายกับดาวน้ำแข็ง สามารถมองทะลุผ่านคล้ายผลึกแก้ว และปลดปล่อยกลิ่นอายเย็นยะเยือกเสียดแทงออกมา แค่มองก็ทำให้ความเย็นเสียดลึกถึงภายใน เป็นอะไรที่น่ากลัวยิ่ง
บนดาวดวงนั้นมีทะเลสาบสีน้ำเงินสายหนึ่ง มันปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง มีเรือกระดาษสีดำสนิทลอยอยู่ในนั้น มันลอยเคว้งคว้างอยู่ท่ามกลางธารน้ำแข็งนั่น ดูไม่สะดุดตาสักเท่าไหร่
แต่กลับสามารถดึงดูดสายตาของเฉินซีได้ในทันที
…ชายหนุ่มคิดว่ามันดูไม่ธรรมดา แม้จะมีสีดำสนิทดั่งม่านราตรี และคล้ายดั่งเรือลำน้อยกลางธาราใหญ่ แต่หากมองให้ดี จะเห็นเข้ากับกลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง!
เหมือนกับว่าหากเรือลำนั้นต้องการ มันก็จะสามารถบรรทุกทุกสิ่งอย่างในใต้หล้านี้ได้!
“หลังปิดด่านบ่มเพาะมาถึงสิบแปดปี แต่ละปีนั้นแตกต่าง ข้าหัวเราะและถอนใจให้กับโชคชะตาที่นำพาโดยมหาเต๋า มันเปลี่ยนผันไปตลอดเหมือนกับเรือที่ลอยลำไปอย่างไร้จุดหมาย” ยามมองเรือกระดาษลำนั้นแล้ว เสียงถอนใจหนึ่งก็ดังก้องขึ้นภายในจิตใจ เหมือนเป็นอารมณ์และความสุขสมหนึ่งผุดขึ้นมา
ถังเสียน!
เฉินซีรู้ในทันทีว่าเรือลำนี้เป็นศิษย์รุ่นแรกสายบรรพชนผู้ก่อตั้งเหวินเต้าเจิน ‘ถังเสียน’ ทิ้งเอาไว้!
การที่เขาสามารถเข้าใจความลึกล้ำแห่งความแตกต่างทั้งหลายของมหาเต๋าทั้งที่อยู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลได้ ก็นับว่าศิษย์พี่ถังเสียนเองก็ไม่ใช่ธรรมดา!
ด้วยมันคือความผันแปร!
มหาเต๋านั้นเปลี่ยนผันอยู่ตลอด ไม่สามารถอธิบายหรือให้คำจำกัดความได้เลย
เมื่อหลายปีก่อน ถังเสียนมีความเข้าใจขั้นสูงในมหาเต๋า ซึ่งคนอื่นไม่อาจเข้าใจถึงขั้นนี้ได้ จึงเป็นเหตุผลให้เขาเข้าใจความเป็นไปเบื้องหลังของการเปลี่ยนผันในมหาเต๋า และขึ้นสู่ขอบเขตมหาราชเทวาตอนปิดด่านบ่มเพาะที่นี่ได้
ตอนนี้ถังเสียนเป็นมหาเทพเต๋าแล้ว เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าเขามีพรสวรรค์มากแค่ไหน
เฉินซีจับจ้องเรือกระดาษสีดำพยายามทำความเข้าใจ และเหมือนเขาจะจับอะไรได้บางอย่าง แต่เขายังไม่อาจอธิบายมันออกมาได้
ฟึบ!
กระแสพลังอบอุ่นอันบริสุทธิ์บางอย่างค่อย ๆ แผ่ออกมาจากจักรวาลภายในร่าง ให้ความรู้สึกสดชื่นเป็นยิ่งนัก
ก่อนหน้านี้เขาถูกแรงกดดันจากพลังมหาเต๋าที่อยู่ภายในเจดีย์ไม่น้อย มากจนถึงขั้นก้าวต่อแทบไม่ไหว กระดูกภายในร่างไม่อาจทนแรงกดดันเหล่านั้นได้อีกต่อไป
แต่ตอนนี้กลับมีกระแสพลังงานลุกโชนขึ้นมาจากภายในร่าง บรรเทาความกดดันลงมาก ทำให้ทั่วร่างรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา
เป็นเพราะเทพเมรัยสิบสมบัติ! เฉินซีเข้าใจทันที พลังจากเทพเมรัยสิบสมบัติที่ชายหนุ่มดื่มไปก่อนหน้านี้นั่นเอง จากที่ศิษย์พี่ใหญ่อู๋เซวี่ยฉานว่าไว้ พลังภายในสุรานี้มีมากทีเดียว
และเมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น มันจึงนับว่าเป็นข้อพิสูจน์ชั้นดี
เฉินซีได้แต่เดาว่าศิษย์พี่ใหญ่คงคาดเดาถึงสถานการณ์ไว้แล้วว่าเขาจะต้องเจออะไรบ้างเมื่อเข้าเจดีย์แห่งการเริ่มต้น ศิษย์พี่ใหญ่จึงได้เตรียมเทพเมรัยสิบสมบัติไว้ให้ล่วงหน้า
นับว่าอู๋เซวี่ยฉานคิดแทนเขาและใส่ใจเขาอยู่ไม่ใช่น้อย ทำให้เฉินซีรู้สึกอุ่นใจ
จากนั้นเขาจึงมุ่งหน้าไปต่อ
ตลอดทางนั้น แรงกดดันมหาเต๋าที่พบเจอยิ่งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ แต่ยิ่งมันเพิ่มสูงขึ้น ก็ยิ่งทำให้พลังเทพเมรัยสิบสมบัติภายในร่างได้ปลดปล่อยออกมา กลั่นเกลาร่างกาย ทำให้เฉินซีมีพลังเพิ่มสูงขึ้นไม่หยุด
เป็นเหมือนพลังศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ มันไม่เพียงฝึกฝนร่างกายและกลั่นรากฐานให้เขาได้เท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์ต่อการฝึกดวงจิตแห่งเต๋าให้แกร่ง และอุ้มชูพลังจิตได้อีกด้วย
ห้าพันสองร้อยลี้