ตอนที่ 1836
บทที่ 1836 เมืองทศทิศ
October 21, 2026
บทที่ 1836 เมืองทศทิศ
………………..
บทที่ 1836 เมืองทศทิศ
ฟิ่ว!
หนึ่งเรือสมบัติอันสร้างจากใบบัวเขียวขจีทะลวงสุญตาสู่ท้องนภาพร่างพราวอันไร้สิ้นสุด
“อาจารย์อา ค่ายกลเคลื่อนย้ายพาเราไปถึงได้แค่ดาราจักรสวรรคภูมิแห่งนี้ และด้วยความเร็วของเรา จากที่ถึงสภาศักดิ์สิทธิ์กลางจะใช้เวลาครึ่งเดือนนะ” ในเรือสมบัติ เหวินถิงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแผ่วเบา
เฉินซีพยักหน้ารับ แล้วจึงกล่าวยิ้ม ๆ “ไม่ต้องอธิบายให้ข้าฟังทุกเรื่องหรอก หนนี้เจ้าคือผู้นำ ทุกสิ่งย่อมเป็นไปตามแผนการของเจ้า”
เหวินถิงว่า “ได้อาจารย์อาสั่งสอนแล้ว”
เฉินซีรู้สึกจนใจเล็กน้อย เหมือนขั้นอาวุโสสูงกว่านั้นไร้ประโยชน์สิ้นดี อย่างน้อยที่สุด ยามเสวนากับจักรพรรดิแปดดาราเหวินถิงผู้นี้ เขาก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมา
“ฮะ ๆ ในความคิดข้า มีแค่ผู้อาวุโสเหลิ่งซิงหุนแห่งนิกายอำนาจเทวะและศิษย์เอกผนึกฤทธิ์ตงหวงอิ่นเซวียนเท่านั้นที่ประชันศิษย์พี่กู่เยี่ยนได้ คงโหยวหรานจากตำหนักเต๋าหนี่หวาก็ถือว่าไหวอยู่อีกคน แต่จากสำนักเต๋านี่ ข้าคิดไม่ออกเลย”
ทันใดนั้น เสียงหารือกันก็ดังมาจากท้องเรือ
“อย่าลืมว่าสำนักเต๋ามีคนอย่างเย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยอยู่ จะประมาทไม่ได้เด็ดขาด”
“ถูกต้อง การถกวิถีเต๋าหนนี้ยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน รวบรวมตัวตนขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอันเลิศล้ำสูงสุดจากทั่วสารทิศ ย่อมต้องเพิ่มความระมัดระวังกันอยู่แล้ว”
“ฮี่ ๆ ต้องยอดฝีมือเยอะ ๆ สิถึงน่าสนใจ ข้าถูเมิ่งไม่เต็มใจสู้กับผู้อ่อนแอ แบบนั้นมีแต่จะรังแกผู้อื่น ไร้ความหมายอย่างสิ้นเชิง”
เมื่อได้ยินเสียงหารือเหล่านี้ เฉินซีก็อดรู้สึกอยากรู้ขึ้นมาเล็กน้อยมิได้ และหันถามเหวินถิง “เหลิ่งซิงหุน ตงหวงอิ่นเซวียน และคงโหยวหรานที่พวกเขาพูดถึงกันแข็งแกร่งเพียงไรกันแน่?”
เหวินถิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง จึงตอบอย่างเคร่งขรึม “อาจารย์อา ในความคิดข้า ท่านไม่ต้องสนใจเรื่องเหล่านี้เลย ข่าวลือก็คือข่าวลือวันยันค่ำ ยอดฝีมือในสายตาพวกเขา ไม่จำเป็นต้องเลิศยุทธ์ในสายตาท่าน”
เฉินซีนิ่งไป แล้วจึงตอบยิ้ม ๆ “เจ้าว่ามาก็ถูก”
วาทะเหล่านี้ย่อมเป็นสัจธรรม ในสายตาผู้อื่น บางทีบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอาจเป็นตัวตนสูงล้ำเกินธรรมดา แต่สำหรับจักรพรรดิแปดดาราอย่างเหวินถิง บรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลทั้งมวลล้วนเหมือนกระดาษ
เหมือนเช่นคำกล่าวว่าต่างจุดยืน มองต่างมุม ย่อมเห็นแตกต่าง
“อาจารย์อา หากไร้สิ่งใดอื่น ข้าจะไปชี้แนะพวกเขาบ่มเพาะนะ” เหวินถิงเหลือบไปทางท้องเรือ
“โอ้ เชิญเลย” เฉินซีพยักหน้า รอยยิ้มประหลาดยกขึ้นมุมปากน้อย ๆ ขณะมองอีกฝ่าย
จริงเช่นเขาคาดการณ์ หลังเหวินถิงเดินเข้าท้องเรือ บรรยากาศซึ่งเดิมครึกครื้นพลันเงียบกริบ เสียงหารือหายไปสิ้น
เฉินซีไม่ต้องไปดูก็ทราบว่ากู่เยี่ยน ฮวาเยี่ยน ถูเมิ่ง และคนอื่น ๆ ย่อมต้องเคร่งขรึม นอบน้อมและยำเกรงยามเผชิญหน้าเหวินถิงในขณะนี้จนไม่กล้ากระทำการตามใจอยู่แน่นอน
ประหนึ่งหนูพบหน้าแมว
เหตุผลนั้นง่ายยิ่ง แม้เหวินถิงจะดูงดงาม ท่าทีสงบเสงี่ยม แต่ยามรับมือศิษย์สำนัก นางเข้มงวดและเคร่งกฎระเบียบอย่างยิ่ง หากผู้ใดกล้าขัดคำสั่งนาง คนผู้นั้นย่อมไม่อาจเลี่ยงบททัณฑ์ไร้ปรานีจากนางได้
แน่นอน กฎระเบียบทุกอย่างของนางล้วนเกี่ยวกับการบ่มเพาะ ดังนั้นแม้กู่เยี่ยนและคณะจะยำเกรงเหวินถิง แต่ก็ไม่ถึงขนาดก่อความเคืองแค้นในใจ
เฉินซีอดยิ้มไม่ได้ เขาชอบบรรยากาศที่ทุกคนยังคงทัศนคติเดิมได้แม้ตระหนักดีว่าการถกวิถีเต๋ากำลังใกล้เข้ามาเช่นนี้ กระทำการตามสมควร และไม่ห่วงพะวงเพราะการถกวิถีเต๋า จริงดังคำกล่าวที่ว่าผู้ยิ่งใหญ่รักษาความสงบต่อหน้าเหตุใหญ่ได้
เฉินซีไม่ได้ทอดถอนใจต่อ กลับไปยังห้องของตน
…
เคร้ง!
หนึ่งเสียงก้องใสกระจ่างเยี่ยงยามความโกลาหลถูกผ่าสะท้านสะเทือน เต็มไปด้วยบรรยากาศเก่าแก่ดุจธรรมชาติ
หนึ่งกระบี่ศักดิ์สิทธิ์รูปร่างเรียบง่ายเผยรัศมีเฉิดฉายลอยอยู่กลางอากาศตรงหน้าเฉินซี เรืองประกายโกลาหลเจิดจรัสดุจมายา
ยันต์ศัสตรา!
หลายปีก่อน เฉินซีได้รากฐานวิญญาณธรรมชาติชิ้นหนึ่งระหว่างเทศกาลหลินหลางเป่าด้วยการชี้นำของเหล่าไป๋ มันมีสรรพคุณเลิศล้ำ สามารถพัฒนาสมบัติวิญญาณประดิษฐ์ไปเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติได้ ถือได้เป็นสมบัติท้าทายสวรรค์ได้อย่างแท้จริง
สมบัติที่เขาได้มาโดยบังเอิญชิ้นนี้เองที่ทำให้เฉินซีตัดสินใจแปรสภาพยันต์ศัสตราด้วยเคล็ดวิชา เพื่อพัฒนามันเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ
จากวาทะเหล่าไป๋ ยันต์ศัสตราจะสามารถดูดซับพลังธรรมชาติในรากฐานวิญญาณธรรมชาติได้ในเวลาสิบปี และจะแปรสภาพไปเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ
ขณะนี้กระบี่ซึ่งปรากฏต่อสายตาของเฉินซีเล่มนี้ก็คือยันต์ศัสตราซึ่งกลายไปเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ!
ความแตกต่างใหญ่โตที่สุดยามเทียบกับอดีตก็คือ ยันต์ศัสตราขณะนี้อัดแน่นด้วยประกายกระบี่อบอุ่นนุ่มนวล เต็มไปด้วยพลังธรรมชาติอันลึกลับ เก่าแก่ และบริสุทธิ์
วิ้ง!
พลังศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกจากมือของเฉินซี ไหลบ่าเข้าสู่ยันต์ศัสตรา เพียงพริบตา รัศมีกระบี่ไร้ลักษณ์สายหนึ่งก็พุ่งออกมา ทำให้สุญตาใกล้เคียงเลื่อนลั่นกำสรวลดุจไม่อาจทานทนอำนาจนี้ได้
“อาจารย์อา เกิดอะไรขึ้น?” ขณะนั้นเอง เสียงของเหวินถิงก็ดังมาจากนอกห้อง เจือความประหลาดใจตกตะลึง
“ไม่มีอะไรหรอก ข้าแปรสภาพสมบัติอยู่” เฉินซีพลิกฝ่ามือสะกดอำนาจของยันต์ศัสตราไว้ หัวใจของเขาตกตะลึง เพียงปราณสายเดียวก็ดึงความสนใจจากจักรพรรดิแปดดาราอยางเหวินถิงได้ ฤทธาหลังพัฒนาเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติของยันต์ศัสตรานี้เกินธรรมดาจริง ๆ