ตอนที่ 1837
บทที่ 1837 การพบหน้าอันไม่คาดคิด
October 21, 2026
บทที่ 1837 การพบหน้าอันไม่คาดคิด
………………..
บทที่ 1837 การพบหน้าอันไม่คาดคิด
“พวกเขาคือศิษย์เขาเทพพยากรณ์!” ขณะนี้เหล่าผู้บ่มเพาะเนืองแน่นเช่นทะเลที่หน้าเมืองทศทิศต่างแน่ใจว่ากลุ่มซึ่งติดตามจักรพรรดิหรงสวินจากไปต้องมาจากเขาเทพพยากรณ์แน่แท้
เป็นที่ชัดเจนจากการปฏิบัติต่อคนคณะนั้น ผู้บ่มเพาะทั่วไปต้องเข้าแถวให้ตรวจสอบกันแต่โดยดี จึงเข้าเมืองกันได้
ทว่ากลุ่มจากเขาเทพพยากรณ์แตกต่างออกไป มิเพียงพวกเขาที่แตกต่าง มิเพียงได้รับการต้อนรับจากหัวหน้าอาจารย์อาวุโสขอบเขตมหาราชเทวาจากสำนักเต๋า ยังเหินเข้าเมืองกันไปตรง ๆ!
“เขาเทพพยากรณ์ สุดยอดสำนักผู้ลึกลับสูงสุดในแดนเทพโบราณ หลังกาลเนิ่นนาน ศิษย์ของพวกเขาก็ปรากฏตัวสู่โลกหล้ากันเสียที”
ใครหลายคนทอดถอนใจ เมื่อเทียบกันแล้ว เขาเทพพยากรณ์ลึกลับเกินไปจริงแท้ หากมิใช่เพราะการถกวิถีเต๋าครั้งนี้ยิ่งใหญ่เกินใดเทียบ ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่ในโลกหล้าก็คงไร้โอกาสประจักษ์ร่องรอยของศิษย์จากเขาเทพพยากรณ์
“จากวาทะบรรพบุรุษของข้า ศิษย์สายตรงของเขาเทพพยากรณ์ เฉินซีผู้นั้นจะเข้าร่วมการถกวิถีเต๋าหนนี้ด้วย ข้าล่ะตั้งตารอโดยแท้”
“เหอะ ๆ ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าเฉินซีผู้นี้ล่วงเกินกองกำลังยิ่งใหญ่ในเอกภพจักรวรรดิมามากมายในช่วงนี้ นิกายอำนาจเทวะเห็นเขาเป็นหนามยอกอกมาเนิ่นนาน ข้าล่ะอยากเห็นศึกระหว่างเฉินซีและบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลจากนิกายอำนาจเทวะในการถกวิถีเต๋านี้จริง ๆ”
“ฮึ! จากที่ข้ารู้ เมื่อไม่กี่สิบปีก่อน เฉินซีอยู่เพียงขอบเขตเทวารู้แจ้งวิญญาณ ยามนี้ต่อให้เขาพัฒนาสู่ขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลแล้ว แต่เขาจะไปต่อกรยอดฝีมือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลจากนิกายอำนาจเทวะได้อย่างไร? อย่าลืมนะว่าหนนี้ นิกายอำนาจเทวะส่งตัวตนไร้เทียมทานอย่างเหลิ่งซิงหุนมาด้วย!”
“น่าขัน! เฉินซีไม่ใช่ผู้เดียวที่มาจากเขาเทพพยากรณ์เสียหน่อย ไม่ว่าเหลิ่งซิงหุนจะแข็งแกร่งเพียงไร ก็ต้องยังมีคู่ต่อกรอยู่ดี”
“พอแล้ว เดี๋ยวการถกวิถีเต๋าเริ่ม เราก็จะทราบคำตอบกันเอง”
วูบ!
ขณะปวงชนหารือกันอย่างออกรส บริเวณท้องนภาอันห่างไกลพลันสั่นสะท้านรุนแรง แล้วหนึ่งเมฆสายฟ้าก็ลอยออกมา เรืองรองด้วยอัสนี เจิดจรัสข่มขวัญ
ปรากฏว่าเหนือเมฆสายฟ้าดำทมิฬนั้นมีตัวตนอันเรืองฤทธาร้ายกาจมากมายยืนอยู่
ผู้นำเป็นชายวัยกลางคนชุดแดง สีหน้าเย็นชาร้ายกาจ เปี่ยมปราณเย็นเยียบเนืองแน่นด้วยจิตสังหาร ประหนึ่งเทพมารอันยิ่งยงจากบรรพกาล ฤทธาศักดิ์สิทธิ์กดดัน
“มหาปุโรหิตชุดแดงจากนิกายอำนาจเทวะ เล่ยฝู!”
“กลุ่มของนิกายอำนาจเทวะมาถึงแล้ว!”
สำหรับผู้บ่มเพาะทั่วแดนเทพโบราณ นามนิกายอำนาจเทวะนี้เป็นดั่งคำสาป สื่อถึงความเยียบเย็น ไร้ปรานีและการฆ่าฟัน!
ไร้ผู้ใดกล้าส่งเสียงเอะอะยามเผชิญหน้าศิษย์สำนักสูงสุดเช่นนี้
โชคยังดี ทันทีที่กลุ่มของมหาปุโรหิตชุดแดงเล่ยฝูมาถึง หัวหน้าอาจารย์อาวุโสผู้หนึ่งจากสำนักเต๋าก็มาต้อนรับนำทาง หายไปในเมืองทศทิศทันที
ยามนี้เหล่าผู้เยี่ยมยุทธ์นอกประตูเมืองพากันผ่อนลมหายใจโล่งอก ราวยกภูเขาลงจากบ่า
สิ่งนี้แสดงชัดว่าแรงกดดันที่พวกเขาได้รับจากการมาถึงของศิษย์นิกายอำนาจเทวะหนักหนาเพียงไร
“มิคาดเลยว่าพอเขาเทพพยากรณ์มาถึง นิกายอำนาจเทวะจะตามมาติด ๆ หากศิษย์สองกองกำลังนี้เผชิญหน้ากัน ข้าก็สงสัยนักว่าอะไรจะเกิด” ใครบางคนทอดถอนใจ เรียกเสียงแทรกความเห็นมากมาย
เป็นเรื่องที่ทราบทั่วกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างนิกายอำนาจเทวะและเขาเทพพยากรณ์ขัดแย้งกันเช่นน้ำกับไฟ เป็นศัตรูกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้นหากพวกเขาเผชิญหน้า เหตุการณ์นั้นจะน่าสนใจยิ่ง
ไม่นานนัก คลื่นอำนาจหนาแน่นก็บังเกิดขึ้นอีกครั้งจากท้องนภาแสนไกล จากนั้นรถม้าสมบัติสำริดซึ่งเทียมโดยมังกรทองบรรพกาลเก้าตนก็พุ่งทะยานเข้ามา
“หนนี้ผู้ใดอีก…?”
หัวใจของปวงชนรอบทิศสั่นสะท้าน มองมากันเป็นตาเดียว
…
วันนี้เมืองทศทิศย่อมคึกคักยิ่ง
แต่เรื่องทั้งหมดนี้หาเกี่ยวข้องกับเฉินซีไม่
ขณะนี้กลุ่มของพวกเขาเข้าสู่เมืองทศทิศภายใต้การนำของจักรพรรดิหรงสวิน
หากมองลงมาจากท้องนภา เมืองทศทิศก็เหมือนโลกใบหนึ่ง เต็มไปด้วยถนนหนทางเชื่อมโยงเช่นใยแมงมุม ยิ่งกว่านั้นอาคารบ้านเรือนและผู้บ่มเพาะบนถนนก็เรียงรายแน่นขนัด ประหนึ่งมวลมหึมาจากคลื่นนทีเชี่ยว เป็นภาพตระการตาไม่น้อย
ขณะเดียวกัน กลางเมืองก็มีหนึ่งสิ่งปลูกสร้างอันสะดุดตายิ่ง
สิ่งปลูกสร้างนั้นมีรูปทรงคล้ายหม้อโบราณทรงสี่เหลี่ยม กว้างยาวไม่รู้กี่ลี้ สูงตระหง่านเหนือเก้าชั้นสรวง!
เมื่อมองจากไกล ๆ สิ่งปลูกสร้างมหึมาอันเก่าแก่นี้ดูประหนึ่งคุนเผิงบรรพกาลกลางนคร มีขนาดใหญ่ยักษ์เกินคิดฝัน เปี่ยมปราณบรรพกาลชวนครั่นคร้ามยำเกรงจากใจ