ตอนที่ 1852
บทที่ 1852 การต่อสู้
October 21, 2026
บทที่ 1852 การต่อสู้
………………..
บทที่ 1852 การต่อสู้
ภายใต้ท้องฟ้าอย่างค่ำคืนผืนเดียวกันนั้น
หลี่หลูเฟิงรู้สึกอิ่มเอมใจและภาคภูมิใจกับความสำเร็จของเขาเป็นอย่างยิ่ง
เขามองศิษย์สำนักเต๋าทั้งหลาย ไอแห้ง ๆ สองครั้ง จากนั้นกล่าวว่า “พี่น้องชายหญิงทั้งหลาย เรื่องนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากลยุทธ์ที่เราใช้นั้นถูกต้องแล้ว ตอนนี้หากเทียบกับอีกสี่กองกำลังใหญ่ สำนักเต๋าของเราล้วนเป็นผู้ได้เปรียบที่สุด!”
น้ำเสียงเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิ
ศิษย์สำนักเต๋าทั้งหลายล้วนตื่นเต้นยินดี พากันชมเขาไม่หยุด
“ศิษย์พี่หลี่เก่งทั้งบุ๋นและบู๊ ทั้งยังคิดรอบด้าน พวกเราละอายเสียจริงที่ฝีมือด้อยกว่าศิษย์พี่หลี่เช่นนี้”
“ใช่แล้ว เป็นเพราะได้กลยุทธ์ป้องกันของศิษย์พี่หลี่ เราถึงมาถึงจุดนี้ได้”
ท่ามกลางเสียงชื่นชมจากทุกคน กลับมีคนถอนใจออกมา “แต่น่าเสียดายที่ศิษย์พี่เย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยไม่อยู่ด้วย ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้างแล้ว”
“ทุกคนไม่ต้องห่วงหรอก ศิษย์น้องเย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยเคยไปบ่มเพาะพลังในแดนวสันต์โบราณมาแล้ว ย่อมเอาอดีตมาเทียบไม่ได้ ถึงจะไปตัวคนเดียว แต่หากไม่เจอปัญหาก็ไม่เกิดเรื่องอะไรแน่นอน” หลี่หลูเฟิงคิดเล็กน้อย “แน่นอนว่าตัวข้าเองยังไม่อาจเข้าใจการกระทำของพวกเขาได้ แต่ไม่ว่าอย่างไรพวกเราก็มาจากสำนักเดียวกันอยู่ดี หากพวกเขารู้ถึงความผิดพลาด ถอยจากทางที่เดินผิดกลับมาหาเรา เช่นนั้นคงดีที่สุด”
เป็นคำพูดที่บอกไปตามตรงว่าเขาไม่พอใจที่เย่เฉินกับอวี้จิ่วหุยจากไปเช่นนั้น แต่ก็ยังแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดูมีเหตุมีผลเป็นอย่างยิ่ง
ส่วนจริง ๆ แล้วในใจเขาคิดอย่างไรนั้น ดูเหมือนไม่มีใครรู้เช่นกัน
“ไอหยา ศิษย์พี่หลี่ช่วยคิดเผื่อพวกเรามากมาย ได้แต่หวังว่าคงจะไม่เกิดเรื่องกับศิษย์พี่เย่เฉินและอวี้จิ่วหุย ยอดฝีมือสำนักเต๋าเราวาดหวังกับพวกเขาไว้มากทีเดียว” คนหนึ่งถอนหายใจ
“ใช่แล้ว ดูจากฝีมือศิษย์พี่เย่เฉินและอวี้จิ่วหุย คงจะผ่านเข้ารอบสองการถกวิถีเต๋า ได้แน่ หากเกิดเรื่องอะไรคงเสียดายแย่”
หลายคนก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน
แต่ทั้งหมดไม่มีใครสังเกตเลยว่าหลังจากได้ยินพวกเขาเอ่ยเช่นนั้นแล้ว รอยยิ้มบนใบหน้าหลี่หลูเฟิงก็พลันหดหายไป
“เอาละ ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ตอนนี้เราเพิ่งได้หม้อจารึกเต๋าโบราณมาเพียงสามชิ้น หวังว่าพวกเจ้าจะตั้งใจกว่าเดิมและอย่าขี้เกียจเป็นอันขาด” หลี่หลูเฟิงขัดบทสนทนาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
ในช่วงเดือนนี้ ถึงแม้ว่าจะรวบรวมทุกคนให้มาร่วมมือกันได้ แม้จะทำให้สำนักเต๋าคล้ายจะได้เปรียบมากที่สุดชั่วคราว แต่ก็มีข้อเสียที่มองข้ามไม่ได้เช่นกัน
นั่นก็คือเมื่อเทียบกับคนอื่นที่แยกกันทำงาน จำนวนหม้อจารึกเต๋าโบราณที่พวกเขาหาได้จึงน้อยกว่ามาก
ในตอนนี้ หลี่หลูเฟิงได้แต่หวังว่าสองเดือนหลังจากนี้พวกเขาจะได้หม้อจารึกเต๋าโบราณเพิ่ม
หากเป็นเช่นนั้น สำนักเต๋าก็จะถือว่าเป็นผู้ชนะที่แท้จริงของการถกวิถีเต๋ารอบแรก!
หากทำเช่นนั้นได้ หลี่หลูเฟิงก็จะได้หน้าได้รับเกียรติยศมากมายทีเดียว!
…
หลังจากการถกวิถีเต๋าเข้าเดือนที่สองแล้ว ผู้บ่มเพาะภายนอกก็สังเกตเห็นว่าสถานการณ์ภายในพิภพกุมภเต๋าเปลี่ยนผันไปแล้ว!
เหมือนทุกคนเข้าใจกลยุทธ์ระหว่างกันดี ไม่ว่าจะเป็นนิกายอำนาจเทวะ สำนักศักดิ์สิทธิ์ เขาเทพพยากรณ์ ตำหนักเต๋าหนี่หวา หรือสำนักเต๋า ศิษย์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดของพวกเขาล้วนไม่มีใครเริ่มโจมตีใครก่อน
คล้ายกับว่าทุกคนใช้แผนการเดียวกันอย่างไรก็อย่างนั้น นั่นคือนิ่งเฉยเป็นฝ่ายตั้งรับ จึงไม่มีใครหาเรื่องใครอีก
เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้ดุเดือดเมื่อเดือนก่อนทำให้พวกเขารู้สถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นจึงต้องเปลี่ยนกลยุทธ์
ในความคิดของคนภายนอก การเปลี่ยนผันเช่นนี้ทำให้พวกเขารู้สึกเศร้าใจอยู่บ้าง
แต่หลายคนก็สังเกตเห็นว่า ความสงบเช่นนี้เป็นสัญญาณว่าพายุใหญ่กำลังจะมา!
…
เฉินซีเดินหน้าต่อไปไม่หยุด
ข้ามภูเขาหลายลูก ผ่านแม่น้ำหลายสาย ไม่ว่าฝนตกแดดออก วันหรือคืนก็ไม่ท้อถอย น่าเสียดายที่นอกจากจะไม่เจอศิษย์เขาเทพพยากรณ์แล้ว ศัตรูยังแทบไม่พบเจอเลย
สถานการณ์เช่นนี้ตัดสินได้ไม่ยาก เฉินซีแทบไม่ต้องคิดก็รู้ว่าความเป็นไปในพิภพกุมภเต๋าได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว
แต่เขาไม่สนใจหรอก
เขาสนใจแต่กู่เยี่ยน ฮวาเยี่ยน ถูเมิ่ง และคนอื่น ๆ เท่านั้น หลายวันผ่านไปเช่นนี้ยังเหลือใครอยู่บ้าง?
เมื่อเวลาไหลผ่านไป ไม่นานก็ถึงกลางเดือนที่สองของการถกวิถีเต๋าแล้ว
หืม? ในช่วงพลบค่ำของวันนี้ เฉินซีพลันสัมผัสได้ถึงบางอย่าง เขาหันกลับไปมองฟ้าไกลด้านหลังอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เห็นกระแสผันผวนของการต่อสู้จาง ๆ แผ่ออกมา
เฉินซีจึงมุ่งหน้าไปทางนั้นทันใด
เมื่อเข้าใกล้ แรงผันผวนยิ่งชัดเจนขึ้น สุดท้ายก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
ตอนนี้กำลังเกิดการต่อสู้ดุเดือดขึ้น! เฉินซีใจสะท้าน ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก โคจรพลังภายในร่างเตรียมพร้อมต่อสู้
หลังจากที่เปลี่ยนร่างให้กลายเป็นเงาดำมืดแล้ว เขาก็ค่อย ๆ มุ่งหน้าเข้าสู่สมรภูมิต่อ