ตอนที่ 1853
บทที่ 1853 เคียงบ่าเคียงไหล่
October 21, 2026
บทที่ 1853 เคียงบ่าเคียงไหล่
………………..
บทที่ 1853 เคียงบ่าเคียงไหล่
บรรยากาศภายในโถงบรรจบนั้นแปลกมาก
เมื่อเล่ยฝูแห่งนิกายอำนาจเทวะ และฉือซงจื่อแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์เห็นความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นภายในพิภพกุมภเต๋า พวกเขาต่างก็ประหลาดใจ ก่อนจะมองไปที่อวี่เจินพร้อมกันโดยไม่ลืมที่จะกวาดตามองไฮว่คงจื่อด้วยอีกคน รอยยิ้มแปลก ๆ ที่ระคนด้วยความทุกข์ปรากฏขึ้นบนมุมปากของพวกเขา
ในฐานะคนสำคัญจากนิกายอำนาจเทวะและสำนักศักดิ์สิทธิ์ พวกเขาปรารถนาที่จะให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอย่างแท้จริง แน่ล่ะ มีหรือที่พวกเขาจะรู้สึกไม่พอใจ เมื่อได้เห็นว่าตนสามารถพึ่งพากองกำลังของสำนักเต๋าในการกำจัดศิษย์คนสำคัญของตำหนักเต๋าหนี่หวา
หากไม่ต้องรักษาภาพลักษณ์เอาไว้ พวกเขาก็ไม่ต้องการอะไรมากไปกว่าการได้เฉลิมฉลอง
สีหน้าของไฮว่คงจื่อมืดมน หากเป็นไปได้ เขาอยากให้บรรดาศิษย์เหล่านั้นละทิ้งหม้อจารึกเต๋าโบราณมากกว่าที่จะต่อสู้กับคงโหยวหราน
เมื่อเป็นเช่นนั้น ก็เท่ากับว่าพวกเขากลายเป็นดาบที่นิกายอำนาจเทวะและสำนักศักดิ์สิทธิ์ยืมมาฆ่าคนมิใช่หรือ?
หากเป็นเวลาปกติ ไฮว่คงจื่อก็คงจะวางเฉยต่อเหตุการณ์นี้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็มากเสียจนเขาสัมผัสได้ว่าการถกวิถีเต๋าครั้งนี้มากไปด้วยแผนการอันแยบคาย ไม่เพียงเท่านั้น ความไม่พอใจที่อวี่เจินมีอยู่นั้นสะสมตัวมาเป็นเวลานานแล้ว และในที่สุดเหตุการณ์ที่เหมือนจะกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายก็เกิดขึ้น เห็นได้ชัดว่าอวี่เจินนั้นโกรธแค้นในใจมากเพียงใด
ยิ่งไฮว่คงจื่อคิดเรื่องนี้มากเท่าไร หัวของเขาก็ยิ่งปวดมากขึ้นเท่านั้น ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าการเป็นเจ้าภาพการถกวิถีเต๋าแม้ภายนอกจะดูดีมีหน้ามีตาเพียงไหน หากภายในนั้นกลับเต็มไปด้วยความกดดันและความอดกลั้นในอันที่ต้องเผชิญกับสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก มันหนักหนาเสียจนเขาแน่ใจว่าคนอื่นไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกที่เขาต้องเจออย่างลึกซึ้งแน่นอน
ก่อนหน้านี้ เนื่องจากศิษย์ของสำนักเต๋ามีข้อได้เปรียบในการถกวิถีเต๋าอย่างชัดเจนและได้ครอบครองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ เหตุการณ์นั้นทำให้ทั้งนิกายอำนาจเทวะและสำนักศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจอย่างยิ่ง
แน่นอน แม้แต่ตำหนักเต๋าหนี่หวาก็ยังขุ่นเคืองไม่ต่างกัน
ในเวลานี้ ไฮว่คงจื่อปรารถนาเพียงว่าจะไม่มีเหตุการณ์เลวร้ายอื่นเกิดขึ้นหลังจากที่การถกวิถีเต๋าจบลง
“เอ…?” ตอนนี้เอง เหวินถิงพูดพลางเลิกคิ้วสูง “เหตุใดอาจารย์อาถึง…”
ทันทีที่วาจานั้นถูกพูดออกไป ทุกคนในห้องโถงก็ถึงกับตกตะลึง เมื่อพวกเขาตื่นจากอาการตกใจ พวกเขาสังเกตเห็นว่าร่างของเฉินซีได้เข้าใกล้ชายแดนของสมรภูมิแล้ว!
ทันใดนั้น ไฮว่คงจื่อก็ชะงักค้างคล้ายคนวิญญาณหลุดลอย ความหวาดหวั่นแล่นผ่านไปทั่วร่างกาย ใจเขาบัดนี้ช่างขมขื่น หรือแม้แต่เขาเทพพยากรณ์เองก็ยังไม่พอใจต่อสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนี้?
“ฮ่า ๆ! ฮ่า ๆ!” เล่ยฝูและฉือซงจื่อที่พยายามยับยั้งชั่งใจมานานในที่สุดก็สูญสิ้นความสามารถในการควบคุมตัวเอง พวกเขาระเบิดเสียงหัวเราะดังก้องไปทั่วโถงอันแสนเงียบงัน
เหวินถิงขมวดคิ้ว ก่อนจะหันไปกล่าวกับอวี่เจิน “บางทีสถานการณ์ที่พลิกผันเช่นนี้อาจกลายเป็นเรื่องดีก็ได้ อย่าเพิ่งกังวลจนเกินไปเลย”
เสียงของนางเต็มไปด้วยความมั่นใจ
อวี่เจินชะงักก่อนจะตอบ “ข้ารู้ อาจารย์อาของเจ้าไม่ธรรมดา หากเป็นเขา บางทีอันตรายนี้อาจถูกลบล้างไป”
เหวินถิงแม้จะยิ้ม หากก็อดถอนใจไม่ได้ ความมั่นใจเมื่อครู่นางก็เพียงแสร้งทำ เพราะไม่ว่านางจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของเฉินซีแค่ไหน ทว่าเมื่อต้องเผชิญกับสถานการณ์ดังกล่าว มันก็ยากจะเลี่ยงความวิตกกังวลไปได้
อย่างไรเสีย ฝ่ายตรงข้ามคือผู้เยี่ยมยุทธ์ของเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลมากกว่ายี่สิบคน!
เล่ยฝูและฉือซงจื่อนิ่งไปครู่ใหญ่เมื่อได้ยินการพูดคุยระหว่างเหวินถิงกับอวี่เจิน พวกเขาอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะในใจ
แน่นอน เหวินถิงและอวี่เจินก็เพียงปลอบใจตัวเองเท่านั้น ไม่มีทางที่จะมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงไป
เหวินถิงและอวี่เจินเลือกที่จะเมินเฉยต่อใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้น พวกนางทอดมองไปยังสมรภูมิพร้อมกัน
ไฮว่คงจื่อเองก็เช่นกัน กระนั้นในใจของเขาก็หาได้คิดเหมือนคนอื่น ๆ เขาเพียงแต่หวังว่าบรรดาศิษย์สำนักเต๋าจะรู้หนักรู้เบา รู้สิ่งใดควรไม่ควร
“ศิษย์พี่ ไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลถึงเพียงนั้น” จักรพรรดิอิ่งฉินพูดจากด้านข้างด้วยพยายามปลอบใจไฮว่คงจื่อ
ไฮว่คงจื่อส่งเสียงฮึดฮัดทั้งสีหน้าไร้อารมณ์ เขาไม่สนใจจักรพรรดิอิ่งฉินเท่าไรนัก
…
ณ สมรภูมิในพิภพกุมภเต๋า
อย่างที่ผู้เยี่ยมยุทธ์หลายคนคาดไว้ เมื่อเวลาผ่านพ้นไปเรื่อย ๆ คงโหยวหรานผู้น่าเกรงขามยิ่งกว่าใคร บัดนี้กลับแสดงสัญญาณถึงการไม่อาจต้านทาน และใกล้จะถูกบังคับให้จำนนเต็มที
อีกด้านหนึ่ง เหล่าศิษย์จากสำนักเต๋ากลับมีขวัญกำลังใจแรงกล้าขึ้นเรื่อย ๆ การต่อสู้ดำเนินพร้อมกับความมุ่งมั่นที่ปะทุขึ้นบนท้องฟ้าราวสายรุ้ง ภายใต้คำสั่งของหลี่หลูเฟิง พวกเขาปิดล้อมคงโหยวหรานไว้อย่างเต็มกำลัง ราวกับว่าพวกเขาจะมั่นใจว่าจะสามารถเอาชนะนางได้อย่างแน่นอน
วี๊ดดด!
ทันใดนั้น เสียงกรีดร้องก็กึกก้องไปทั่วฟ้าดิน สะท้านทั้งบริเวณโดยรอบ
ในชั่วพริบตา บรรดาศิษย์สำนักเต๋าก็รู้สึกถึงบางสิ่งที่แวบขึ้นมาต่อหน้าต่อตา ก่อนที่แสงศักดิ์สิทธิ์ทั้งห้าดวงจะพุ่งออกมาจากร่างของคงโหยวหราน
มันมีทั้งสีเขียว เหลือง แดง ดำ และขาว!
พวกมันผ่องแผ้ว ไพศาล เอ่อล้นด้วยกลิ่นอายเต๋าอันไร้ขอบเขต เก่าแก่และบริสุทธิ์
ตึ้ง!
คงโหยวหรานกลายร่างเป็นนกยูงงดงาม ร่างกายของนางเต็มไปด้วยรัศมีศักดิ์สิทธิ์ห้าสี เพียงแค่นางสยายปีกโบยบินไปบนท้องฟ้า พลังศักดิ์สิทธิ์อันฉกาจก็เปล่งประกาย!
“แสงศักดิ์สิทธิ์เบญจรงค์!”
“นั่นสินะ คงโหยวหรานถูกบีบให้ใช้มรดกสายเลือดราชานกยูงจนได้!”
ทันใดนั้น ความโกลาหลครั้งใหญ่ก็สั่นสะเทือนไปถึงโลกภายนอก สร้างความตกตะลึงให้แก่ผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ อย่างมาก
ตู้ม!