ตอนที่ 1863
บทที่ 1863 ค่ายกลแปดปรมัตถ์
October 21, 2026
บทที่ 1863 ค่ายกลแปดปรมัตถ์
………………..
บทที่ 1863 ค่ายกลแปดปรมัตถ์
โอม!
ผังยันต์เทวะทั้งแปดนั้นสถิตอยู่ทิศทั้งแปด ความผันผวนที่ยิ่งใหญ่ คลุมเครือ และไร้ขอบเขตเกิดขึ้นจากพวกมัน ในขณะที่รัศมีศักดิ์สิทธิ์อันงดงามและรุ่งโรจน์หลั่งไหลออกมา ซึ่งเข้าปกคลุมบริเวณนี้อย่างสมบูรณ์
พวกมันสอดประสานกันจากระยะไกลและเชื่อมโยงเข้าหากัน ก่อเป็นค่ายกลยันต์เทวะอันยิ่งใหญ่ที่ไร้ที่ติ ซึ่งเผยปรากฏการณ์ที่น่ากลัวทุกรูปแบบ
การสรรเสริญจากทวยเทพ นักปราชญ์ท่องตำรา บุปผาสีทองมากมายปลิดโปรยลง แสงเจิดจ้าที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ท่วงทำนองของเต๋าที่ดังก้องไปทั่วโลกา… มันทำให้บริเวณนี้กลับกลายเป็นเหมือนสวรรค์!
นี่คืออานุภาพของยันต์เทวะ เมื่อพวกมันเชื่อมต่อกับพลังแห่งฟ้าดิน และอัญเชิญพลังของเหล่าทวยเทพแล้ว ก็ยากที่จะบรรลุผลเช่นนี้ได้ หากปราศจากความสำเร็จของจักรพรรดิยันต์อักขระในเต๋าแห่งยันต์อักขระ
“ค่ายกล!”
“อัศจรรย์! ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ มีแต่ต้องตั้งค่ายกลเท่านั้น จึงจะทำให้พวกเขาสามารถหลีกเลี่ยงเภทภัยนี้ได้!”
“นี่คือมรดกในเต๋าแห่งยันต์อักขระจากเขาเทพพยากรณ์หรือไม่? มันเป็นภาพที่หายากจริง ๆ เพียงแค่รัศมีดังกล่าวก็สามารถทำให้โลกตกตะลึง และดูแคลนผู้บ่มเพาะในวิถีเต๋าแห่งยันต์อักขระในใต้หล้าได้แล้ว!”
“นั่นคือยันต์เทวะ! มรดกหลักของเขาเทพพยากรณ์! มันยากที่จะจินตนาการถึงจริง ๆ ความสำเร็จในเต๋าแห่งยันต์อักขระของเฉินซีได้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว สมกับเป็นศิษย์น้องของอู๋เซวี่ยฉานจริง ๆ”
“อย่าเพิ่งรีบยินดีเกินไป ท้ายที่สุดมันก็แค่ค่ายกลเท่านั้น ข้าไม่คิดว่าเฉินซีจะสามารถพึ่งพามันเพื่อขัดขวางฝีเท้าของตงหวงอิ่นเซวียนและเหลิ่งซิงหุนได้”
เมื่อทุกคนเห็นสิ่งที่เฉินซีก่อขึ้น ก็บังเกิดความแตกตื่นวุ่นวายในบริเวณโดยรอบทันที บางคนอุทานด้วยความชื่นชม ในขณะที่บางคนไม่แยแส
แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผู้บ่มเพาะส่วนใหญ่ในโลกภายนอกล้วนรู้สึกว่าลมหายใจของพวกเขาถูกพรากไป จากการได้ยลมรดกในเต๋าแห่งยันต์อักขระจากเขาเทพพยากรณ์
เนื่องเพราะโดยปกติแล้ว พวกเขาจะมีโอกาสได้เห็นฉากนี้ได้อย่างไร?
มันยากที่จะพบเจอ!
…
หลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว เฉินซีก็ไม่หยุด
ภายใต้สายตาที่ประหลาดใจของทุกคน เขานำสมบัติออกมามากมาย ซึ่งเปล่งประกายอันศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมล้นด้วยปราณโกลาหล
น่าแปลกที่พวกมันทั้งหมดเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติ!
“พระเจ้า! นั่นคือธงพิทักษ์ปฐพีที่ห้าของตระกูลเป่ย!”
“รีบดูนั่นเร็วเข้า! นั่นคือไข่มุกต้นกำเนิดมังกรของตระกูลจิน!”
“เดี๋ยวก่อน นั่นไม่ใช่กระบี่วิญญาณทมิฬของตระกูลลั่วเหรอ?”
“ไม่ใช่แค่สมบัติเหล่านี้เท่านั้น ยังมีแม้แต่ระฆังวิเวกโลหิตศักดิ์สิทธิ์ กระจกกร่อนวิญญาณ เหรียญทองแดงโปรยสมบัติ ตาข่ายครอบคลุมสวรรค์…”
เมื่อพวกเขาเห็นฉากนี้ โลกภายนอกก็เปี่ยมล้นด้วยความตื่นเต้น ขณะที่เสียงร้องอุทานด้วยความตกใจก็ดังก้องไปทั่วโลก มันทำให้เกิดความโกลาหลครั้งใหญ่
ใบหน้าของผู้บ่มเพาะแทบทุกคนเต็มไปด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อ
ใครจะจินตนาการได้ว่าสมบัติวิญญาณธรรมชาติจำนวนมากถูกเก็บซ่อนอยู่ในความครอบครองของเฉินซีจริง ๆ
นอกจากนี้ สมบัติวิญญาณธรรมชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นสมบัติล้ำค่าที่มีชื่อเสียง ซึ่งมาจากกองกำลังชั้นนำในเอกภพจักรวรรดิ
แต่บัดนี้ สมบัติวิญญาณธรรมชาติจำนวนมากได้ปรากฏในการครอบครองของเฉินซี ดังนั้นความตกใจที่เกิดขึ้นจึงเห็นได้ชัด
ซึ่งย่อมไม่ขาดผู้มาจากตระกูลชั้นนำเช่นตระกูลกงเหย่ ตระกูลคุนอู๋ ตระกูลตี้ ตระกูลเป่ย ตระกูลลั่ว และตระกูลอื่น ๆ อีกมากมายที่อยู่ที่นี่
ดังนั้นใบหน้าของพวกเขาจึงมืดมนทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้ และความโกรธที่ควบคุมไม่ได้ก็พลุ่งพล่านออกมาจากใจ
เพราะนั่นเป็นสมบัติประจำตระกูลของพวกเขา!
ตอนนี้พวกมันทั้งหมดล้วนถูกใช้โดยเฉินซี และมันทำให้หัวใจของพวกเขาแทบหลั่งเลือด แต่มิอาจทำอันใดได้
เฉินซีได้ยึดสมบัติวิญญาณธรรมชาติเหล่านี้ทั้งหมด ในขณะที่อยู่ที่ซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่เมื่อหลายปีก่อน หากเฉินซีเป็นผู้บ่มเพาะธรรมดา พวกเขาคงจับและสังหารเขาไปหลายครั้งแล้ว
แต่กลับกลายว่าเฉินซีคือศิษย์เอกของเขาเทพพยากรณ์ ดังนั้นพวกเขาจึงประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่เช่นนี้ และไม่กล้าทวงสมบัติเหล่านั้นคืน
“เฉินซี… คนผู้นี้คิดจะทำอะไรกับสมบัติอันล้ำค่ามากมายขนาดนี้”
ในไม่ช้า ทุกคนก็รู้สึกสงสัยใคร่รู้มากขึ้น
…
ปัง!
เฉินซีโบกแขนเสื้อวูบหนึ่ง ทันใดนั้น ธงพิทักษ์ปฐพีที่ห้าก็กลายเป็นลำแสงที่พุ่งเข้าสู่ยันต์เทวะสยบปฐพี
ทันใดนั้น กลิ่นอายอันน่าเกรงขามของยันต์เทวะทั้งหมดก็ระเบิดขึ้นอย่างดุเดือด และแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิม
กู่เยี่ยนและถูเมิ่งเป็นคนแรกที่โต้ตอบ พวกเขาสังเกตเห็นได้ทันทีว่า เฉินซีตั้งใจที่จะใช้สมบัติวิญญาณธรรมชาติเหล่านี้เป็นแกนกลางของค่ายกล และขัดเกลาอานุภาพของยันต์เทวะเหล่านี้จนสมบูรณ์!
ปัง ปัง ปัง!
เป็นที่แน่นอน เฉินซียังคงดำเนินต่อไป และเขาได้วางสมบัติวิญญาณธรรมชาติเหล่านั้นไว้ในยันต์เทวะอีกเจ็ดอัน
เมื่อทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น กลิ่นอายของค่ายกลใหญ่ทั้งหมดก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องอย่างรวดเร็ว มันทั้งยิ่งใหญ่ และไร้ขอบเขตมากขึ้นกว่าเดิม
เมื่อมาถึงจุดนี้ ในที่สุดเฉินซีก็หยุดและนั่งลงพร้อมกับหอบหายใจอย่างหนัก มิหนำซ้ำ สีหน้ายังซีดลงเล็กน้อย
ตั้งแต่เริ่มตั้งค่ายกลมาจนถึงตอนนี้ แม้จะดูเหมือนง่าย แต่แท้จริงแล้วกลับใช้พลังไปมากกว่าครึ่ง ถ้าเขาไม่ได้รับการเกื้อหนุนจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เงาทมิฬ และไม่ได้บรรลุการหล่อหลอมครั้งที่สามของสัจหฤทัยสูตร เขาก็คงมิอาจทำสิ่งนี้ให้สำเร็จลุล่วงได้
“ท่านอาจารย์อา ค่ายกลนี้มีชื่อว่าอะไรหรือ?” ถูเมิ่งถามอย่างสงสัย