ตอนที่ 1870
บทที่ 1870 ความเกลียดที่ลืมไม่ลง
October 21, 2026
บทที่ 1870 ความเกลียดที่ลืมไม่ลง
………………..
บทที่ 1870 ความเกลียดที่ลืมไม่ลง
เมื่อพูดเช่นนี้แล้ว เหลิ่งซิงหุนก็รู้สึกโกรธเกรี้ยว เกิดความรู้สึกไม่ยินยอมขึ้นในใจ
เหตุผลก็ไม่ซับซ้อนอะไร เดิมทีมันเป็นการต่อสู้ที่พวกเขาได้เปรียบ ส่วนพวกเฉินซีใกล้จะพ่ายแพ้เต็มทน แต่กลับต้องมาเกิดศึกบ้าบอนี่ขึ้น ไม่เพียงแต่ทำให้พวกเขาเสียความได้เปรียบที่เคยมี แต่ยังเสียเพื่อนร่วมเดินทางไปในการโจมตีกะทันหันนั่นด้วย
มีหรือเหลิ่งซิงหุนจะไม่โกรธได้
แต่ไม่ว่าจะโกรธเพียงไหน ก็ได้แต่ต้องยอมรับสถานการณ์ตรงหน้า ก็เป็นอย่างที่เขาว่า สู้ต่อไปก็ไร้ประโยชน์
อย่างแรกคือ พวกเขาไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้
อย่างสองคือ อีกเพียงเค่อหนึ่งก็จะจบการถกวิถีเต๋าแล้ว!
ไม่ว่าจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ต่อสู้อย่างไรก็คงไม่อาจพลิกสถานการณ์ได้
ไม่เพียงแต่เหลิ่งซิงหุนเท่านั้น ทุก ๆ คนรวมถึงตงหวงอิ่นเซวียน เย่เฉิน อวี้จิ่วหุย คงโหยวหราน สืออวี๋ และเฉินซีเองก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน ทุกคนจึงหยุดการต่อสู้
ถึงแม้ทุกคนจะไม่คิดอะไรแล้วสู้กันต่อแบบเอาชีวิตเข้าแลก แต่สิ่งที่แลกไปก็คงไม่คุ้มกับสิ่งที่ได้มา นับว่าไม่คุ้มค่ากันเลยทีเดียว
เพราะอย่างไรนี่ก็เป็นเพียงการถกวิถีเต๋ารอบแรกเท่านั้น ไม่มีใครอยากถูกคัดออกหรือเสียโอกาสเข้ารอบที่สองไปในจังหวะแบบนี้ได้หรอก
…
การต่อสู้พลันหยุดลง พื้นที่กว้างใหญ่รอบข้างถูกทำลายสิ้น เป็นภาพที่น่ากลัวไม่ใช่น้อย
ดวงตะวันใกล้ตกดินเป็นสีแดงเลือดค่อย ๆ เคลื่อนลงจากท้องฟ้า ส่องแสงสีแดงแต้มไปทั่วโลกา
คนนิกายอำนาจเทวะและสำนักศักดิ์สิทธิ์มารวมตัวกันอีกครั้ง พวกเขาไม่ได้จากไปแต่เลือกพัก ณ จุดนั้นแทน
เช่นเดียวกันกับเฉินซี คงโหยวหราน สืออวี๋ และคนอื่น ๆ จากตำหนักเต๋าหนี่หวา พวกเขาก็รวมตัวกันแล้วมุ่งหน้าไปสู่ค่ายกลแปดปรมัตถ์
ตอนนี้เย่เฉินและคนอื่น ๆ จากสำนักเต๋าดูจะตกอยู่ในสถานการณ์ยุ่งยากเล็กน้อย พวกเขาไม่ได้ไปรวมกับกลุ่มเฉินซี กลับไปพักอยู่กับพวกตนเองอีกทางหนึ่ง
เห็นได้ชัดว่าพวกเขายังคงพยายามรักษาความเป็นกลางของสำนักเต๋าเอาไว้อยู่ ถึงแม้หลายคนจะคิดสงสัยก็ตาม
แต่ไม่ว่าอย่างไร แม้การต่อสู้จะจบลงแล้ว แต่บรรยากาศก็ยังกดดันหนักหน่วงอยู่ แต่ละคนยังคงระวังอีกฝ่าย ไม่กล้าผ่อนคลายเต็มที่
เมื่อพวกเขาเห็นเหตุเช่นนี้ ผู้บ่มเพาะพลังทั้งหลายจึงอึ้งไป ไม่เข้าใจว่าเหตุใดศึกดุดันและดุเดือดเช่นนั้นถึงได้กลายเป็นเช่นนี้ไปได้
พริบตาเดียวก็ได้ยินเสียงคนพูดคุยกันอื้ออึง ล้วนแต่แสดงความคิดเห็นและคาดเดาถึงเหตุผลไปเรื่อย
“เห็นกันอยู่ว่าเวลาไม่พอ การถกวิถีเต๋ารอบแรกใกล้จะจบแล้ว สู้ต่อไปก็ไม่ได้อะไรหรอก”
“ใช่แล้ว พวกเขาคงคิดว่าไปแข่งกันรอบที่สองดีกว่า พอเป็นเช่นนี้แล้วก็ไม่มีใครอยากสู้ไปโดยเปล่าประโยชน์หรอก”
สุดท้ายแล้ว ผู้บ่มเพาะพลังส่วนมากก็เห็นพ้องต้องกันถึงสาเหตุที่ศิษย์จากห้าขุมกำลังหยุดการต่อสู้ไว้แต่เพียงเท่านี้
…
โถงบรรจบ
“ไม่คิดเลย ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเช่นนี้!” เล่ยฝูถอนหายใจ เอ่ยคำขึ้นด้วยความไม่ยินยอม ทั้งยังเจือแววโกรธไม่ปิดบัง
ฉือซงจื่อเองก็มีสีหน้าขึ้นสี เม้มปากนั่งเงียบไป
ไม่มีใครยอมรับผลเช่นนี้ได้เลย!
เพราะก่อนเริ่มการถกวิถีเต๋านั้น พวกเขายืนยันเป้าหมายไว้แล้ว วางแผนไว้รัดกุมอย่างที่สุด นั่นก็เพื่อกำจัดเฉินซีให้ได้!
แต่โชคชะตากลับเล่นตลก ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นในวันสุดท้ายของการถกวิถีเต๋า อันเป็นสาเหตุที่ทำให้แผนของพวกเขาไม่อาจสำเร็จได้ แล้วพวกเขาจะรับได้อย่างไร?
เมื่อเฉินซีเข้ารอบที่สองในการถกวิถีเต๋าไปได้เมื่อไหร่ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เขาก็จะมีสิทธิ์ในการเข้าแดนรวนเรลืมเลือนได้อยู่ดี!
เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่อยากเห็นมากที่สุด
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเล่ยฝูหรือฉือซงจื่อ ทั้งคู่ล้วนโกรธเมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้
“หากนับกันเรื่องจำนวนหม้อจารึกเต๋าโบราณ เช่นนั้นตำหนักเต๋าหนี่หวาของเจ้าก็นับว่าชนะไปไม่ใช่น้อย เพราะได้ไปถึงหกชิ้นเลยทีเดียว ยินดีด้วย” ทันใดนั้นเหวินถิงก็เอ่ยแสดงความยินดี
ตอนนี้ในจำนวนหม้อทั้งยี่สิบห้าชิ้น นิกายอำนาจเทวะมีอยู่หกชิ้น สำนักศักดิ์สิทธิ์มีอยู่ห้าชิ้น สำนักเต๋ามีอยู่ห้าชิ้น ตำหนักเต๋าหนี่หวามีอยู่หกชิ้น และเขาเทพพยากรณ์มีสามชิ้น
ดูจากเลขนี้แล้ว ตำหนักเต๋าหนี่หวาดูจะได้เปรียบอยู่เล็กน้อย เช่นเดียวกับนิกายอำนาจเทวะ สำนักศักดิ์สิทธิ์ และสำนักเต๋าซึ่งรองลงมา และเขาเทพพยากรณ์รั้งอันดับสุดท้าย
“นั่นก็เป็นเพราะอาจารย์อาของเจ้ามอบหม้อมาเพิ่มให้” อวี่เจินยิ้ม นางเห็นว่าเฉินซีฉวยเอาหม้อมาจากคนสำนักศักดิ์สิทธิ์ได้ระหว่างการต่อสู้ แล้วก็มอบให้คนตำหนักเต๋าหนี่หวา
“หากเราต้องเอาไปใช้ก็คงไม่ปล่อยให้ตำหนักเต๋าหนี่หวาได้ประโยชน์หรอก” เหวินถิงหยอกล้อ ส่งผลให้อวี่เจินหัวร่อ
ทั้งสองคุยกันอย่างมีความสุขไม่สนใจคนอื่น ทำให้สีหน้าเล่ยฝูและฉือซงจื่อยิ่งบูดบี้ยิ่งขึ้น