ตอนที่ 1873
บทที่ 1873 สมรภูมิจารึกเต๋าโบราณ
October 21, 2026
บทที่ 1873 สมรภูมิจารึกเต๋าโบราณ
………………..
บทที่ 1873 สมรภูมิจารึกเต๋าโบราณ
เฉินซีเมินคำยั่วยุของกงซุนมู่ไปสนิท มิใช่เพราะเขาดูแคลนอีกฝ่าย แต่เพราะไม่คิดเปลืองลมหายใจไปกับกงซุนมู่
กงซุนมู่หรี่ตาลงเล็กน้อยยามเห็นเช่นนี้ ดูเหมือนเดือดดาลกับการกระทำของเฉินซี ทว่าท้ายที่สุดเขาก็แค่แค่นยิ้มหึ ไร้วาจาใดเช่นกัน
ขณะเดียวกัน มิเพียงเฉินซีที่ตัดสินคู่ต่อสู้ได้ คนอื่น ๆ ก็เช่นกัน
“เหลิ่งซิงหุนแห่งนิกายอำนาจเทวะประชันอวี้จิ่วหุยจากตำหนักเต๋าหนี่หวา”
“ตงหวงอิ่นเซวียนแห่งสำนักศักดิ์สิทธิ์เผชิญจ้าวชิงเหยาจากวังวิหคอมตะ”
“คงโหยวหรานแห่งตำหนักเต๋าหนี่หวาปะทะเหวินฉางไฮ่ของนิกายอำนาจเทวะ”
“กู่เยี่ยนจากเขาเทพพยากรณ์กับทาปาชวนจากสำนักศักดิ์สิทธิ์”
“ถูเมิ่งจากเขาเทพพยากรณ์กับเซวี่ยเซียวจื่อแห่งนิกายอำนาจเทวะ”
“เย่เฉินแห่งสำนักเต๋าเผชิญอินอู่ซวงแห่งตำหนักเต๋าหนี่หวา”
“สืออวี๋จากตำหนักเต๋าหนี่หวากับเซียวหวายเหวี่ยนแห่งสำนักเต๋า”
รายชื่อการจับคู่ประลองถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วเกินคาดเดา
ไม่นานนัก ตัวตนยิ่งใหญ่ทั้งหลายในพื้นที่สำหรับผู้ชมและผู้บ่มเพาะทั้งปวงในเมืองทศทิศก็ตระหนักชัดว่าผู้ใดจะได้ประลองกันในรอบย่อยแรกของการถกวิถีเต๋ารอบที่สอง
เพียงพริบตา ทั่วเมืองก็เอ็ดอึงด้วยเสียงหารืออย่างตื่นเต้นร้อนรุ่ม
“เป็นศึกตัวต่อตัวจริง ๆ!”
“ฮ่า ๆ! ต้องอย่างนี้สิถึงโรจน์รุ่ง ข้าอยากรู้มานานแล้วว่าระหว่างเหลิ่งซิงหุนกับตงหวงอิ่นเซวียน ผู้ใดล้ำเลิศกว่ากัน”
“ข้าตั้งตารอศึกของคงโหยวหรานจริง ๆ นางทั้งงามล้ำและไม่ธรรมดา จะมีผู้บ่มเพาะหญิงคนใดเทียบนางได้?”
“ฮึ! สำหรับข้านะ ศึกของเฉินซีควรค่าตั้งตารอที่สุดในรอบที่สองนี้แล้ว”
“อย่าเพิ่งร้อนใจ รอบที่สองนี้แบ่งเป็นห้ารอบย่อย นี่เป็นบทโหมโรงเท่านั้น”
เสียงหารือจ้อกแจ้กทั่วทิศ ต่างผู้ต่างพูดถึงคู่ประลองต่าง ๆ ในรอบย่อยแรก บรรยากาศครึกครื้นร้อนแรงยิ่ง
เมื่อเทียบกับรอบแรก เหตุนี้ยิ่งดูสุดเอะอะเปี่ยมความคาดหวังยิ่งกว่า
เหตุผลนั้นเป็นเพราะในความเห็นเหล่าผู้บ่มเพาะทั้งปวง ศึกตัวต่อตัวเป็นตัวตัดสินความแข็งแกร่งของผู้บ่มเพาะได้ดีที่สุด
นอกจากนั้น ศิษย์ทั้งสามสิบผู้เข้าร่วมการถกวิถีเต๋ารอบที่สองนี้ถือเป็นตัวแทนผู้แข็งแกร่งสูงสุดในขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลทั่วแดนเทพโบราณแล้ว ไม่ว่าผู้ใดล้วนเป็นยอดยุทธ์ไร้เทียมทานทั้งสิ้น
ทว่ายามนี้ พวกเขากำลังจะประชันกัน แล้วผู้อื่นจะไม่เกิดความรู้สึกตื่นเต้นลุ้นรอได้อย่างไร?
ถึงขนาดที่หากจะบอกว่าการถกวิถีเต๋านี้ยิ่งใหญ่อย่างไม่เคยมีมาก่อน สามารถถูกจารึกในประวัติศาสตร์ เรืองอิทธิพลสานต่อสู่รุ่นหลังได้ยังมิใช่คำพูดเกินจริง!
หง่าง!
เสียงระฆังค่อย ๆ ดังขึ้นในหมู่เสียงหารืออันเซ็งแซ่อย่างตื่นเต้น ทำให้บรรยากาศทั่วฟ้าดินเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
หน้าโถงบรรจบ ไฮว่คงจื่อสะบัดแขนเสื้อ ทำให้หนึ่งสมรภูมิโบราณขนาดมโหฬารปรากฏขึ้นเหนือจัตุรัสแห่งการประชันอย่างรวดเร็ว
มองเช่นไร มันก็คือแดนดินลอยฟ้าสีเขียวเข้ม จารึกอักขระเต๋าซับซ้อนหนาแน่น แผ่ปราณข้อจำกัดน่าสะพรึงกลัว
เพียงพริบตา ทุกสายตาก็มองมาที่มัน
“นี่คือสมรภูมิจารึกเต๋าโบราณ เจ้าสำนักเต๋าของเราเป็นผู้สร้างขึ้น หากมิใช่มหาเทพเต๋ามาเอง ผู้ใดก็สั่นคลอนมันไม่ได้ เมื่อเริ่มการถกวิถีเต๋า ม่านฉายศักดิ์สิทธิ์แห่งสุขาวดีจะสะท้อนทุกเหตุการณ์ในสมรภูมินี้ต่อสายตาผู้บ่มเพาะทั้งหมดในเมืองทศทิศ”
“เริ่มรอบที่สองได้ ณ บัดนี้!”
ไฮว่คงจื่อประกาศจุดเริ่มต้นของรอบที่สองอย่างแผ่วเบา
“ศึกแรก เฉินซีปะทะกงซุนมู่!”
หนึ่งเสียงยิ่งยงทรงอำนาจดังขึ้นทั่วทิศ ทำให้ทุกสายตาเบนมารวมกันที่เฉินซีและกงซุนมู่
ฟิ่ว! ฟิ่ว!
มิทันสิ้นเสียง เฉินซีและกงซุนมู่ก็เคลื่อนย้ายมิติไปปรากฏบนสมรภูมิ
“เฉินซีจะเปิดศึกอีกครั้งแล้ว!” ในบริเวณสำหรับผู้ชม ดวงตาวับวาวสุกสกาวของเชินถูเยียนหรานเรืองโรจน์พราวระยับ จับจ้องนิ่งงันที่สมรภูมิด้วยใจสุดคาดหวัง
เล่ออู๋เหิน อวี๋ชิวจิง จวนอวี๋สุ่ย และคนอื่น ๆ ต่างขบขันน้อย ๆ มิคาดว่าเชินถูเยียนหรานจะตื่นเต้นเพียงนี้
“พวกเจ้าอย่าเข้าใจผิดนะ เมื่อไม่กี่ปีก่อน กงซุนมู่พาคนมายังตระกูลเชินถูของข้า เจตนาบังคับให้ข้าเข้าร่วมกับสำนักศักดิ์สิทธิ์ ยามนั้น หากมิใช่มีเฉินซีอยู่ด้วย….” ใบหน้างามของเชินถูเยียนหรานร้อนผ่าว รีบร้อนอธิบายถึงเหตุขัดแย้งอันเกิดในตระกูลเชินถูเมื่อกาลก่อน
“หมายความว่า เฉินซีกับกงซุนมู่เรียกได้ว่าเป็นอริเก่าสินะ?” เล่ออู๋เหินและคณะต่างประหลาดใจ
“ประมาณนั้น” เชินถูเยียนหรานตอบเรียบ ๆ
“แต่กงซุนมู่ก็ประมาทมิได้เช่นกัน” ทันใดนั้น ผู้นำตระกูลเชินถู เชินถูชิงหยวนก็กล่าวเสียงเบา ทำให้หัวใจทุกดวงสั่นสะท้าน สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง
พวกเขาตระหนักดีว่า ในฐานะศิษย์ผนึกฤทธิ์ลำดับสามของสำนักศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของกงซุนมู่ย่อมร้ายกาจอย่างไม่ต้องสงสัย แม้จะเทียบตงหวงอิ่นเซวียนและจูเชี่ยนอวี้มิได้ แต่ก็ไม่ได้ด้อยกว่ากันมากนัก