ตอนที่ 1878
บทที่ 1878 นี่ไม่ปกติเลย
October 21, 2026
บทที่ 1878 นี่ไม่ปกติเลย
………………..
บทที่ 1878 นี่ไม่ปกติเลย
ผ่านไปหนึ่งชั่วธูปมอด เปลือกตาของเฉินซีกระตุก
เปรี้ยง!
ขณะเดียวกันนั้นเอง เสียงสนั่นเสียดโสตก็กึกก้องจากสมรภูมิจารึกเต๋าโบราณ รัศมีศักดิ์สิทธิ์เรืองรองปกปิดทุกสายตา
“ความแข็งแกร่งของเจ้าไม่เลว แต่ดวงจิตแห่งเต๋าของเจ้ามีจุดบกพร่อง ข้าอนุมานว่าเจ้าน่าจะยังไม่ได้ผสานความทรงจำในอดีตชาติของเจ้าอย่างสมบูรณ์” ท่ามกลางฝุ่นควันคละคลุ้ง เสียงอันสำรวมเฉยชาของตงหวงอิ่นเซวียนดังออกมา
“เจ้าพูดผิดแล้ว ข้าไม่เคยคิดจะหลอมรวมกับความทรงจำในอดีตชาติอย่างสมบูรณ์ ข้าคือข้า สืออวี๋!” หลังจากนั้น เสียงของสืออวี๋ก็กังวานอย่างหนักแน่นเฉียบขาด
ขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ในโลกภายนอกก็เห็นภาพภายในสมรภูมิอย่างชัดเจนเสียที
ใบหน้าของสืออวี๋ซีดขาว ทรุดอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าสุขุม ไม่เผยเค้าลางเจ็บใจเดือดดาลใด ๆ
ขณะเดียวกัน ร่างสูงของตงหวงอิ่นเซวียนยืนตรงหน้าสืออวี๋ สองแขนกอดอก เผยท่าทีทรงพลัง ไร้บาดแผลขีดข่วนใด ๆ!
สืออวี๋พ่ายแล้ว!
พริบตานั้น ทุกคนต่างตัดสินผลศึกชัดเจน และอดรู้สึกตกตะลึงเล็กน้อยไม่ได้
นับแต่เริ่มศึก มันก็เข้มข้นรุนแรงสุดขั้ว พวกเขาสู้กันจนกลบรัศมีตะวันจันทราหม่นหมอง เป็นเหตุอันเกินจินตนาการ
แต่ไร้ผู้ใดคาดคิดว่าศึกอันเท่าเทียมนี้จะจบลงด้วยความพ่ายแพ้ของสืออวี๋ มันดูกะทันหันเกินไปสำหรับพวกเขา
มีเพียงเฉินซีและคนจำนวนน้อยที่ทราบ ว่าสืออวี๋พ่ายแล้วจริง ๆ แท้จริงแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาไม่ได้ด้อยไปกว่าตงหวงอิ่นเซวียนมากนัก แต่การควบคุมอำนาจกลับด้อยกว่าตงหวงอิ่นเซวียน
เป็นเช่นวาทะของตงหวงอิ่นเซวียน ความแข็งแกร่งของสืออวี๋สูงส่งจริง ๆ แต่เพราะเหตุผลบางอย่าง เขาจึงไม่อาจควบคุมความแข็งแกร่งของตนได้อย่างสมบูรณ์
ในความเห็นของเฉินซี สืออวี๋ใช่ว่าควบคุมอำนาจของตนเองไม่ได้ แต่กลับกัน สืออวี๋ไม่ยอมทำเช่นนั้นมาแต่แรกต่างหาก เพราะความแข็งแกร่งของเขามาจากอดีตชาติ!
ในอดีตชาติ สืออวี๋เป็นตัวตนยิ่งใหญ่ผู้ติดตามข้างกายประมุขตำหนักเต๋าหนี่หวา มีอำนาจยิ่งใหญ่เกินธรรมดา แต่เห็นได้ชัดว่าสืออวี๋หาสนใจไม่
ดวงจิตแห่งเต๋าที่เขายึดถืออย่างหนักแน่นก็คือในชาตินี้ นี่คือปัจจุบันชาติของสืออวี๋ ไม่ใช่ผู้ใดคนอื่น!
ตงหวงอิ่นเซวียนชนะศึกนี้ เสียงเอะอะดังขึ้นทั่วทิศ
…
“ศึกที่สาม คงโหยวหรานปะทะจูเชี่ยนอวี้!” ไม่นาน ไฮว่คงจื่อก็ประกาศเริ่มศึกที่สาม สายตาทุกคู่ในโลกภายนอกถูกดึงมารวมกันอีกครั้ง
คงโหยวหราน ยอดฝีมือขอบเขตบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลอันดับหนึ่งของตำหนักเต๋าหนี่หวาและทายาทของราชานกยูงบรรพกาล นางได้พิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนในหลายต่อหลายศึกระหว่างการถกวิถีเต๋ารอบแรก
จูเชี่ยนอวี้ ศิษย์ผนึกฤทธิ์ลำดับสองของสำนักศักดิ์สิทธิ์และทายาทของเผ่าอสรพิษมังกรผู้เลิศล้ำสูงสุดในหมู่เทพอสูรบรรพกาล อำนาจสายเลือดของเขาแข็งแกร่งเกินธรรมดา
ดังนั้นศึกระหว่างทั้งสองจึงดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างเลี่ยงไม่ได้
“ศิษย์น้องของข้าสืออวี๋พ่ายแก่ศิษย์พี่ของเจ้า ในเมื่อข้าอยากช่วยเขาระบายความคับแค้น ข้าก็ทำได้เพียงเอาชนะเจ้า” บนสมรภูมิ ริมฝีปากแดงของคงโหยวหรานเผยอเล็กน้อย เสียงของนางฟังดูเรียบเรื่อยเฉื่อยชา นางสวมชุดกระโปรงหลากสี เรือนผมดำยาวขมวดเป็นมวยเบื้องหลังศีรษะ
“จริงหรือ? ข้าไม่คิดเช่นนั้น” จูเชี่ยนอวี้ยิ้มบางด้วยกิริยาภาคภูมิสง่างาม คิ้วทั้งสองขาวราวหิมะ ดวงตาสีน้ำเงินเข้ม รูปลักษณ์หล่อเหลาโดดเด่น สง่างามไม่แพ้คงโหยวหรานเลย
“เช่นนั้นก็ตัดสินกันในศึก!” ท่ามกลางเสียงเสสรวลอันเฉื่อยชา คงโหยวหรานพลันลงมือ ทั่วร่างเรืองประกายเพลิงห้าสีแผดผลาญ ทะยานร่างรวดเร็วเข้าหาจูเชี่ยนอวี้ ปราณทรงพลังพุ่งทะยานน่าสะพรึงกลัว
“ฮึ!” ดวงตาของจูเชี่ยนอวี้เรืองรัศมีเย็นเยียบ เฉียบคมเช่นอัสนี พุ่งเข้าปะทะนางตรง ๆ อย่างไม่ลังเล
ทั้งสองต่างรบพุ่งพัลวัน หนึ่งแปลงลักษณ์เป็นนกยูง แผ่เพลิงห้าสีอันดูจะผลาญฟ้าดินเป็นจุณ ขณะที่อีกหนึ่งบงการอำนาจอัสนีเช่นจักรพรรดิสายฟ้ากลับชาติอย่างดุดันชวนสะพรึง
ทันทีที่ศึกเริ่ม สารพัดปรากฏการณ์น่าสะพรึงกลัวก็บังเกิด เต๋ากู่สำเนียงก้อง โลหิตเทพโปรยปราย…. ทั้งยิ่งใหญ่ เจิดจรัส ทำให้ผู้ชมทั้งหลายสูดหายใจเฮือกไม่จบสิ้นยามพบเห็น
“ข้าแพ้ เจ้าไม่แม้แต่จะเสียใจเลยหรือ?” เฉินซีจดจ่ออยู่กับการต่อสู้ จู่ ๆ หนึ่งเสียงก็ดังข้างโสต เมื่อหันไปมองก็พบสืออวี๋เข้ามาหา
“เสียใจ?” เฉินซีนิ่งไป ก่อนจะแย้มยิ้ม “กระทั่งผู้ประสบกับตัวอย่างเจ้ายังไม่เสียใจ แล้วข้าควรเสแสร้งบีบน้ำตาหรือ?”
สืออวี๋ชกบ่าเฉินซีพลางเย้ย “เจ้านี่จะไร้หัวใจเกินไปแล้ว”
เฉินซีกล่าวเรียบ ๆ “หากเจ้าเสียใจจริง ๆ ภายหลังหากมีโอกาส ข้าจะช่วยเจ้าระบายโทสะกับตงหวงอิ่นเซวียนให้นะ”
สืออวี๋เขม่นตามองเขา พลางกล่าว “จำถ้อยคำเจ้าไว้”
กล่าวไม่ทันขาดคำ เขาก็หันกายจากไป
เฉินซีจังงัง เมื่อสังเกตเห็นว่าสืออวี๋เดินออกจากจัตุรัสแห่งการประชัน เฉินซีอดถามมิได้ “เจ้าจะไปไหน?”
สืออวี๋ตอบโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับ “เมืองทศทิศ ข้าจะไปลงเดิมพันข้างเจ้า!”