ตอนที่ 1879
บทที่ 1879 หนึ่งกระบวนก็พอ
October 21, 2026
บทที่ 1879 หนึ่งกระบวนก็พอ
………………..
บทที่ 1879 หนึ่งกระบวนก็พอ
มีผู้ใดเกลียดผู้อื่นโดยไร้เหตุผลด้วยหรือ?
ความรู้สึกนี้โผล่มาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย ทำให้เฉินซีรู้สึกประหลาดใจตกตะลึงอย่างช่วยไม่ได้ หวังจงผู้นั้นเป็นใครกันแน่ เหตุใดเขาจึงทำให้ข้าเกิดปฏิกิริยาเช่นนี้?
พิกล! เฉินซีขมวดคิ้วครุ่นคิด แต่ก็ไม่อาจนึกออก
หลังชั่วกาลผ่านไป เสียงเอะอะอันเปี่ยมความตื่นเต้นก็กึกก้อง ปลุกเฉินซีขึ้นจากภวังค์ความคิด
ยามนี้เอง เขาจึงเห็นว่าเจียหนานพ่ายแก่หวังจงไปแล้ว!
ขณะนี้ จีวรขาวดุจแสงจันทร์ของเจียหนานถูกโลหิตย้อมแดงฉาน ใบหน้ายังคงสุขุมสำรวม ทว่าดวงตาเจือเค้าอัดอั้นไม่อยากเชื่อ
ขณะเดียวกัน หวังจงยิ้มบางอย่างสบายใจ สองมือไพล่หลังเดินช้า ๆ ลงจากสมรภูมิท่ามกลางสายตาตกตะลึงทุกคู่
นับแต่เริ่มจนบัดนี้ เขาไม่ได้เผยความภาคภูมิหรือพอใจในตน ดูลอยชายราวการเอาชนะเจียหนานอยู่ในคาดหมายของเขาอยู่แล้ว
“เจียหนานพ่ายแล้ว!”
“หวังจงแข็งแกร่งจริง ๆ!”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าหวังจงโจมตีโดยใช้เคล็ดวิชาใด? เหตุใดมันจึงเผยฤทธิ์ร้ายกาจจนทำให้เจียหนานบาดเจ็บสาหัสได้?”
“ข้าไม่รู้ วิชาเช่นนี้ลึกลับซับซ้อน ดูเหมือนมิใช่วิชาคางคกทองผสานหยก วิชาตกทอดในเกาะคางคกทองเลย”
“ร้ายกาจนัก เขาคือม้ามืดโดยแท้ ก่อนหน้านี้เราต่างประเมินเขาต่ำไป”
ขณะนี้ โลกภายนอกหารือกันอย่างออกรสท่ามกลางเสียงอื้ออึงฮือฮา หัวข้อสนทนาทั้งปวงล้วนวนเวียนอยู่กับหวังจง
ใครเล่าจะคาดคิดว่ากระทั่งศิษย์นิกายพุทธอย่างเจียหนานจะยังไม่อาจรับมือหวังจงผู้แทบไม่มีชื่อเสียงนี้เลย?
…
โถงบรรจบ
“สหายเต๋าไฮว่คงจื่อ เจ้ามีข้อมูลใดเกี่ยวกับหวังจงผู้นี้หรือไม่?” เล่ยฝูขมวดคิ้วถาม
ไม่เพียงเล่ยฝู ขณะนี้ กระทั่งฉือซงจื่อ เหวินถิง อวี้เจิน และคนอื่น ๆ ยังประหลาดใจตกตะลึงกันเล็กน้อย
อำนาจต่อสู้ที่หวังจงแผลงออกมาผิดปกติเกินไป เขาดูเหมือนบ่อน้ำไร้ก้นที่ทำให้ผู้อื่นไม่อาจหยั่งฝีมือ เป็นเรื่องน่าตกใจไม่น้อย
ในโถง ไฮว่คงจื่อเองก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า ครุ่นคิดหนักครู่หนึ่งจึงกล่าว “ข้ารู้เพียงว่าหวังจงเป็นศิษย์สายตรงของประมุขเกาะคางคกทองเคอเจิ้นไห่ มีความสามารถโดยกำเนิดไม่เลว แค่นั้นเอง”
“หมายความว่าเจ้าเด็กนี่จะเก็บตัวเงียบไปแล้ว” เล่ยฝูพึมพำ
ตัวตนยิ่งใหญ่คนอื่น ๆ ต่างมีความคิดต่าง ๆ นานาในใจ หวังจงมิใช่ศิษย์จากห้าสุดยอด แต่กลับมีอำนาจท้าทายสวรรค์ พวกเขาจึงต้องให้ความสำคัญอย่างเลี่ยงไม่ได้
มิเพียงพวกเขา ขณะนี้เฉินซี เหลิ่งซิงหุน ตงหวงอิ่นเซวียน คงโหยวหราน และคนอื่น ๆ ต่างเริ่มให้ความสำคัญกับหวังจง เนื่องจากไร้ทางเลือกอื่นนอกจากต้องทำยามเผชิญคู่ต่อสู้เช่นนี้
สรุปคือ ศึกนี้ทำให้หวังจงยิ่งดูเจิดจรัส และเสียงฮือฮาที่เขาก่อกระทั่งเหนือล้ำเกินผู้เข้าร่วมคนใด
เหตุผลนั้นเป็นเพราะหนึ่งคำ ความไม่ตั้งตัว!
…
ศึกที่หก อวี้จิ่วหุยปะทะเฟิงจงเจ๋อ
ยามทั้งสองเริ่มศึก ผู้บ่มเพาะมากมายในโลกภายนอกยังไม่หายตกตะลึง สิ่งนี้แสดงชัดว่าความปั่นป่วนจากชัยชนะของหวังจงต่อเจียหนานรุนแรงเพียงไร
ขณะนี้ เฉินซีไม่มีเวลาสนใจศึกนี้เช่นกัน เพราะจู่ ๆ เจียหนานผู้แพ้พ่ายก็มาหาเขา
“สหายเต๋าเฉินซี ขออภัยด้วย ข้าไม่อาจประมือถกวิถีเต๋ากับเจ้าหนนี้ได้” เจียหนานกล่าวอย่างขอโทษขอโพย
อาภรณ์ของเขาถูกโลหิตย้อมแดง ใบหน้าซีดขาวเล็กน้อย แต่การวางตัวก็ยังสงบสำรวม ง่ายนักที่ผู้พบเห็นจะเกิดความประทับใจในแง่ดีต่อเขา
เฉินซีรู้สึกขอบคุณเจียหนานในใจเสมอมา เมื่อเห็นเจียหนานกระทำเช่นนี้ เขาจึงอดรำพึงในใจพลางตบบ่าเจียหนานมิได้ “ไม่เป็นไรหรอก หากไม่ถือสา เราก็ประมือกันเองหลังจบการถกวิถีเต๋าครั้งนี้ก็ได้”
เห็นได้ชัดว่ายามถูกตบบ่า เจียหนานดูผงะไปเล็กน้อย เขาเงียบไปครู่สั้น ๆ ก่อนจะเอ่ยปาก “สหายเต๋าเฉินซี มีเรื่องหนึ่งที่ข้าไม่รู้ว่าควรพูดดีหรือไม่”
เสียงของเขาเจือความลังเล
เฉินซีกล่าวกับเจียหนาน “ว่ามาเถิด”
“หวังจงผู้นั้น….” เจียหนานครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วจึงส่งกระแสปราณ “ที่มาของเขาดูมีพิรุธนิดหน่อย หากในศึกต่อไปเจ้าพบเขา ห้ามออมมือเด็ดขาดนะ”
ขณะนี้ สีหน้าของเขาเคร่งขรึมจริงจังอย่างยิ่ง ทำให้หัวใจของเฉินซีสะท้านเฉียบพลัน กล่าวในใจว่าหรือเจียหนานจะสังเกตเห็นสิ่งใด?
เฉินซีหวนนึกถึงความรู้สึกรังเกียจอย่างบอกไม่ถูกซึ่งมุ่งเป้าไปที่หวังจงเมื่อครู่ ประกอบกับวาทะที่เจียหนานเพิ่งเอ่ยถึง มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกว่าหวังจงไม่ธรรมดา
“สหายเต๋าเฉินซี ข้าไปพักฟื้นก่อนนะ” เจียหนานกล่าวลา
เดิมทีเฉินซีคิดถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับหวังจง แต่เขาก็ทิ้งเจตนานั้นทันทีเมื่อเห็นความหนักหนาของบาดแผลที่เจียหนานได้รับ “รีบไปเถอะ! ไว้เราค่อยคุยกันหลังเจ้าหายดีก็ยังไม่สาย”
เจียหนานประนมมือไหว้เฉินซีน้อย ๆ แล้วจึงจากไป
น่าเสียดายจริง เฉินซีอดรำพึงในใจขณะมองเจียหนานคล้อยหลังไม่ได้ หากมิใช่เพราะหวังจง เจียหนานจะสามารถเข้าสู่ศึกรอบต่อไปได้แน่แท้