ตอนที่ 1901
บทที่ 1901 เอกภพโกลาหล
October 21, 2026
บทที่ 1901 เอกภพโกลาหล
………………..
บทที่ 1901 เอกภพโกลาหล
ยันต์ศัสตราเรืองแสงประหลาดในขณะที่อักขระยันต์หมุนวนไปรอบ ๆ มันค่อย ๆ ดูดซับพลังจากหอกทองคำย่ำสยบอย่างต่อเนื่อง
จากการคาดคะเนของเฉินซี หากเขาสามารถรักษาความเร็วไว้ได้เช่นนี้ไปตลอด ก็คงจะใช้เวลาอย่างน้อยห้าปีจึงจะดูดซับพลังจากหอกทองคำนั้นได้อย่างสมบูรณ์
ขวับ!
เฉินซีไม่ได้สนใจเรื่องนี้อีกต่อไป ทันทีที่ลั่นวาจาคำสั่งในใจ บรรทัดชะตาเต๋าเทวะก็ปรากฏขึ้น ละอองแสงศักดิ์สิทธิ์พร่างพราวโปรยปราย เปล่งแสงอันงดงามซึ่งเปี่ยมไปด้วยปราณมงคล
ในเวลาไม่นาน สายฝนแห่งแสงก็รวมตัวกันและควบแน่นขึ้นที่ใจกลางของบรรทัดหยก ก่อนจะกลายเป็นคนตัวเล็ก ๆ ที่ชวนตื่นตา คนผู้นั้นกำลังนั่งขัดสมาธิพลางสวดมนตราเต๋าด้วยท่าทางเคร่งขรึม
ฉับพลันนั้นเอง เฉินซีสัมผัสได้ถึงพลังของมหาเต๋าซึ่งทำให้โลกทั้งใบนั้นต่างออกไป
มหาเต๋านี้ไร้ลักษณ์ไร้นาม ซุกซ่อนอยู่ภายในทุกสิ่งบนโลก หากกลับเป็นภาพมายาที่ยากจะเข้าใจ
กระนั้นบรรทัดชะตาเต๋าเทวะก็ทำให้เฉินซีสังเกตเห็นอักขระแห่งมหาเต๋าได้อย่างชัดเจน เขาสามารถเข้าใจความลึกล้ำของพวกมันได้ละเอียดยิ่งขึ้น
คนตัวเล็กที่อยู่ตรงกลางไม้บรรทัดหยกนั้นคือ ‘เทวา’ ที่สามารถหยั่งรู้เต๋าแห่งสวรรค์ และเปลี่ยนสิ่งที่มองไม่เห็นให้จับต้องได้ เมื่อเฉินซีตอบสนองร่วมกับ ‘เทวา’ นี้ ก็คล้ายว่าเขาได้หลอมรวมกับฟ้าดินและมหาเต๋า
สิ่งนี้ทำให้ความเข้าใจของเขาง่าย ลึกซึ้ง และถี่ถ้วนกว่าที่เคยเป็นมา
ราวกับว่าทุกสิ่งที่เคยซับซ้อนคลุมเครือบัดนี้เรียบง่ายกระจ่างชัด ทำให้ความลึกล้ำชวนสับสนทั้งหลายไม่อาจอำพรางความจริงแท้เบื้องลึกนั้น
แน่นอนนั่นก็เพราะว่าบรรทัดชะตาเต๋าเทวาสามารถหยั่งรู้มหาเต๋า และเผยซึ่งความลึกล้ำของมันได้ แม้ว่ามันจะไม่ใช่สมบัติประเภทสรรพาวุธ ทว่าความสามารถนี้เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอที่จะทำให้สมบัติศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ไม่อาจเทียบกับมันได้ อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เฉินซีจะเข้าสู่ฌานระดับลึก อันถือว่าเป็นการพักฟื้นตัวเองพร้อมกับทำความเข้าใจในคราวเดียว บัดนี้ วันเวลาได้ผ่านไปอย่างรวดเร็วโดยที่เขาไม่ทันสังเกต
…
หลายปีผ่านไป ซึ่งนับว่าเป็นเพียงสามวันสำหรับโลกภายนอก
ในวันนี้ จู่ ๆ เฉินซีก็ลืมตาขึ้นจากสภาวะการทำสมาธิ เสียงของไฮว่คงจือดังก้องอยู่ในแดนวสันต์โบราณ
“ผ่านมาสามวันแล้ว ถึงเวลาที่พวกเจ้าทุกคนต้องออกไป” ไม่ใช่แค่เฉินซีที่ตื่นขึ้นเท่านั้น หากศิษย์คนอื่น ๆ ในแดนวสันต์โบราณก็ตื่นขึ้นจากฌานเช่นกัน
หลังจากนั้น ประตูหลายบานก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขา
ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง เฉินซีหยัดกายและก้าวผ่านประตูไปโดยไม่ลังเล ร่างของเขาหายวับไปในทันที
ณ จัตุรัสแห่งการประชัน
เมื่อเฉินซีมาถึงที่นี่ ศิษย์อีกยี่สิบเก้าคนก็ค่อย ๆ มาถึงตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม คนที่รอพวกเขาอยู่หาใช่ไฮว่คงจื่อไม่ หากเป็นชายชรารูปร่างผอมเตี้ยที่ดูธรรมดายิ่ง
ใช่แล้ว คนผู้นี้คือเจ้าสำนักเต๋า หลิวเซินจี!
เฉินซีและคนอื่น ๆ ต่างพากันตกตะลึง สีหน้าเริ่มเครียดขรึม
“บัดนี้เส้นทางสู่แดนรวนเรลืมเลือนได้เปิดแล้ว จงมากับข้า” หลิวเซินจีเหลือบมองยังเฉินซีและคนอื่น ๆ เมื่อเห็นว่าการบ่มเพาะของพวกเขาได้ฟื้นคืนอย่างเต็มที่แล้ว เขาก็หยุดลังเลและสะบัดแขนเสื้อเบา ๆ
ทันใดนั้น เฉินซีและคนอื่น ๆ ก็สัมผัสถึงบางอย่างก่อนที่ดวงตาของพวกเขาจะวับวาบ ไม่นานนัก ทุกคนก็ถูกห่อหุ้มไว้ด้วยพลังมหาศาลไม่อาจต้านทานหรือควบคุม ก่อนที่ร่างของพวกเขาจะหายไปอย่างรวดเร็ว
พวกเขาไม่อาจมองเห็นหรือยลยินสิ่งใด
ราวกับว่ากำลังดำดิ่งในห้วงกาล คล้ายเวลาผันผ่านไปเพียงครู่
เมื่อเฉินซีลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็เห็นในทันทีว่าตนกำลังยืนอยู่ในภูมิภาคที่ไม่คุ้นเคย
ที่นี่เงียบสงบ กว้างใหญ่ ลึกล้ำ ประหนึ่งไร้ซึ่งเขตแดนขวางกั้น
อีกด้านหนึ่ง วังวนสีดำขนาดมหึมาพาดผ่านท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวซึ่งอยู่ไกลออกไป เมื่อมองจากที่ไกล มันเหมือนกับปากเปื้อนเลือดเข้มคล้ำที่ยิ่งใหญ่พอจะกลืนกินดวงดาวมากมายในคราวเดียว
อย่างไรก็ดี ที่น่าแปลกก็คือวังวนขนาดมหึมานี้อยู่ในสภาวะนิ่งเฉยเช่นกัน นั่นทำให้มันน่ากลัวยิ่งกว่าเก่า
“ที่นี่คือเอกภพโกลาหล” หลิวเซินจียืนเอามือไพล่หลัง น้ำเสียงของชายชราเฉยเมยขณะที่จ้องมองยังวังวนสีดำขนาดมหึมาในระยะไกล
เฉินซีและคนอื่น ๆ ตกตะลึง นี่คือเอกภพโกลาหลอย่างนั้นหรือ? เหตุใดจึงได้ปราศจากความโกลาหลและดูเงียบงันวังเวงเช่นนี้?
“สถานที่แห่งนี้อันตรายมาก ในอดีต แม้แต่มหาเทพเต๋าก็ไม่กล้าย่ำกราย” หลิวเซินจีทอดถอนใจ “ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณความร่วมมือระหว่างห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิ และสมบัติล้ำค่าที่สุดของนิกายพวกเราที่ทำให้พลังทัณฑ์สวรรค์ของที่แห่งนี้ระงับลง ส่งผลให้ที่นี่กลับมาสงบอีกครั้ง”
ตอนนี้เฉินซีและคนอื่น ๆ เข้าใจอย่างชัดแจ้ง พวกเขาตระหนักดีว่าสิ่งที่ปรากฏต่อหน้าพวกเขาตอนนี้ไม่ใช่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของเอกภพดังกล่าว
ในเวลาเดียวกัน มันก็ทำให้พวกเขาจริงจังกับการสำรวจนี้มากยิ่งขึ้น
การเปิดเส้นทางสู่แดนรวนเรลืมเลือนจำเป็นต้องอาศัยกำลังร่วมจากห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิ แสดงให้เห็นว่าในอดีต สถานที่แห่งนี้อันตรายมากเพียงไร ราวกับว่ามันเป็นพื้นที่ต้องห้ามขั้นสูงสุด!
“เห็นทางนั่นหรือไม่?” หลิวเซินจีชี้ไปที่วังวนสีดำขนาดมหึมาแล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าสามารถเข้าไปในแดนรวนเรลืมเลือนได้จากทางนั้น ตามตำนานเล่าขาน มีพื้นที่ที่ยังไม่ถูกค้นพบหลายแห่งกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ในขณะเดียวกัน อันตรายและจิตสังหารทุกประเภทก็ล้วนแต่อำพรางกายอยู่ภายในนั้น พวกเจ้าทุกคนจะต้องใช้ความระมัดระวังในการสำรวจ”