ตอนที่ 1905
บทที่ 1905 เต๋าสวรรค์ที่ผิดปกติ
October 21, 2026
บทที่ 1905 เต๋าสวรรค์ที่ผิดปกติ
………………..
บทที่ 1905 เต๋าสวรรค์ที่ผิดปกติ
อาเหลียง?
ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าองค์หญิงแห่งเผ่าจุลบรรพกาลจะตื่นขึ้นมาในช่วงเวลาวิกฤตินี้
“อาเหลียง ตอนนี้ที่นี่ยังอันตรายอยู่ ไว้ข้าจะปล่อยเจ้าออกมาในภาย…”
เฉินซียังกล่าวไม่ทันจบ เสียงดังโครมครามพลันดังขึ้น พร้อมกับเลือดสีแดงที่แผ่ลงมา หมายมาดปกคลุมร่างของเฉินซี
โครม
แม้ว่าเขาจะหลบเลี่ยงมันได้ ทว่าการโจมตีนี้ก็รุนแรงจนร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บ จนแทบกระอักเลือดออกมา
“อาจารย์อา ท่านปลอดภัยหรือไม่?” กู่เยี่ยนรีบเข้ามาสนับสนุนเฉินซี
“ข้าสบายดี” ขณะที่กล่าว เฉินซีนำธงจักรวาลหยินหยางออกมาด้วยความตั้งใจที่จะระเบิดมัน
“คุณชาย คุณชาย ให้อาเหลียงออกไป อาเหลียงสามารถจัดการกับต่อรากษสโลหิตเหล่านั้นได้!” เสียงของอาเหลียงดังขึ้นอีกครั้ง และมันเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
ต่อรากษสโลหิตเหรอ?
อาเหลียงสามารถจัดการกับพวกมันได้? ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง เกิดความลังเลเล็กน้อย
โครม!
ในขณะเดียวกัน ซากสังขารเทพอสูรทั้งสองที่สูงตระหง่านก็พุ่งปราดมาจากทั้งสองด้าน ร่างกายของพวกมันถูกห่อหุ้มด้วยพายุสายฟ้าสีแดงเลือด กลิ่นอายรุนแรงถึงขีดสุด จนทำให้ผู้อื่นแทบหายไม่ออก
“คุณชาย เร็วเข้า!” น้ำเสียงของอาเหลียงแฝงความกังวลมากขึ้นทุกขณะ
สถานการณ์กำลังคับขัน และพวกเขาก็ตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต!
ในท้ายที่สุด เฉินซีขบฟันแนบแน่น แล้วดึงกล่องทองสัมฤทธิ์ออกมา
ฟุ่บ!
อาเหลียงผู้สวมชุดเรียบ ๆ และมงกุฎดอกไม้ ผมยาวพาดบ่า มีรูปลักษณ์งดงามอย่างไร้ที่เปรียบได้เหินทะยานออกมาจากภายในกล่องอย่างรวดเร็ว
นางตัวเล็กมาก ดุจภูติน้อย ซึ่งเปล่งรัศมีอันบริสุทธิ์และสง่างาม
ในขณะที่หลบเลี่ยงการโจมตีของศัตรู เฉินซีก็กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อาเหลียง เจ้าไม่ได้เผชิญหน้ากับต่อรากษสโลหิตเพียงตัวเดียว ดังนั้นเจ้าต้องระวัง หากเจ้าไม่สามารถต้านทานพวกมันได้…”
โอม!
ในขณะที่เฉินซีกำลังเตือนนาง อาเหลียงได้ดึงกลองหนังสัตว์ร้ายโบราณออกมา พื้นผิวของกลองปกคลุมไปด้วยลวดลายของอักขระเต๋าที่แปลกประหลาดและหนาแน่น
กลองตะบันเทพ!
ตุม!!
ก่อนที่เฉินจะทันกล่าวจบ อาเหลียงพลันตบเบา ๆ ทันใดนั้น กลองตะบันเทพที่ลอยอยู่กลางอากาศก็สั่นสะเทือน จากนั้นเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อันแพรวพราวออกมาขณะทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า
ทั้งหมดนี้มีเสียงกลองตามมาด้วย
เสียงนี้หนักแน่นและลุ่มลึกราวกับกองทัพที่เหยียบย่ำผ่านแผ่นดิน ดุจสายฟ้าที่โหมกระหน่ำไปทั่วโลกา สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งฟ้าดิน!
ตู้ม!
อากาศถูกระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ คลื่นเสียงจากกลองดูเหมือนจับต้องได้ราวกับวัตถุ และสั่นสะเทือนซากสังขารเทพอสูรที่สูงตระหง่านเหล่านั้นในทันที
ฉับพลัน ซากสังขารทั้งสองที่ประชิดใกล้เข้ามาอย่างน่ากลัวนั้น ดูเหมือนถูกฟ้าผ่าเข้าอย่างจัง ร่างแข็งทื่อโดยพลัน ประหนึ่งรูปปั้นศิลาแลง
อะไรกัน?!?
กู่เยี่ยนตะลึงลาน ไม่คิดว่าการตีกลองเพียงครั้งเดียว จะทำให้เกิดผลอันน่าสะพรึงกลัวและน่าอัศจรรย์เช่นนี้ได้
เพราะซากสังขารทั้งสองนั้นเทียบได้กับจักรพรรดิสามดารา!
“ไปกันเถอะ!” เฉินซีจะปล่อยให้โอกาสที่หายากเช่นนี้หลุดลอยไปได้อย่างไร? เขาไม่ลังเลที่จะพากู่เยี่ยนและอาเหลียงออกไปจากที่นี่ทันที
ในเวลาต่อมา อาเหลียงวาดมือซ้าย จากนั้นไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์อันวิจิตรงดงามซึ่งทำจากหยกทั้งชิ้น และมีแสงสีทองเจิดจ้าก็ปรากฏในมือของนาง
ไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งการเผาผลาญ!
เช่นเดียวกับกลองตะบันเทพ มันเป็นสมบัติที่สืบทอดในเผ่าจุลบรรพกาล และมีพลังที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้
ฟึ่บ!
ในขณะเดียวกัน เฉินซีสังเกตเห็นว่าซากสังขารทั้งสองนั่นยังคงแน่นิ่งราวกับถูกแช่แข็ง เพียงชั่วพริบตา ฝูงต่อรากษสโลหิตก็ร่วงหล่นลงมาดุจธารน้ำจากภายในซากนั่น
ในขณะนี้ ตัวต่อลึกลับที่แต่เดิมดุร้าย กระหายเลือด และเยือกเย็น คล้ายหมดสติไป ร่วงหล่นจากซากสังขารของเทพอสูรทั้งสองไม่ขาดสาย
“เพลิงสวรรค์หลอมรวมเป็นหนึ่ง เผาผลาญความชั่วร้ายทั้งปวง!” ท่ามกลางเสียงร่ายมนตร์อันนุ่มนวล และไพเราะ อาเหลียงเผยสีหน้าเคร่งขรึม พลางโบกไม้เท้าศักดิ์สิทธิ์แห่งการเผาผลาญเบา ๆ ในอากาศ
ฉับพลันเปลวไฟสีขาวก็แผ่ขยายปกคลุมฟ้าดิน พัดกระโหมกระหน่ำดุจคลื่นยักษ์ที่ซัดสาด โถมเข้าใส่ฝูงต่อรากษสโลหิต