ตอนที่ 1904
บทที่ 1904 เทียบได้กับจักรพรรดิ ....................
October 21, 2026
บทที่ 1904 เทียบได้กับจักรพรรดิ
………………..
บทที่ 1904 เทียบได้กับจักรพรรดิ
เทพอสูรโดยกำเนิด!
แม้แต่เฉินซีก็ใจสั่นไหวเมื่อได้ยินชื่อนี้
นี่คือสิ่งมีชีวิตที่ถือกำเนิดในความโกลาหลเมื่อครั้งที่โลกก่อตัวขึ้น และทันทีที่มันเกิดขึ้น มันก็ครอบครองอิทธิฤทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการควบคุมน้ำ ไฟ และสายฟ้า ทั้งยังสามารถเผาผลาญภูเขา หรือทำให้ทะเลเดือด มีฤทธิ์เดชมหาศาล
ยิ่งไปกว่านั้น ยุคบรรพกาลอาจกล่าวได้ว่าเป็นของเทพอสูรโดยกำเนิดอย่างแน่นอน!
เพราะสิ่งมีชีวิตดังกล่าวสามารถเกิดใหม่ได้ด้วยเลือดเพียงหยดเดียว และตราบใดที่จิตสำนึกของพวกมันยังคงอยู่ จิตวิญญาณจะคงอยู่ไปชั่วนิรันดร์ นอกจากนี้ ร่างกายของพวกมันยังบรรจุไปด้วยพลังงานธรรมชาติ ดังนั้นจึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฆ่าพวกมันได้
ตลอดกาลเวลาอันไร้ขอบเขตนี้ มีข่าวลือมากมายที่เกี่ยวข้องกับเทพอสูรโดยกำเนิด ทั้งยังมีบุคคลพิเศษที่สะท้านใต้หล้าปรากฏตัวขึ้นเช่นกัน เช่น บรรพบุรุษของตระกูลโย่วเฉา ปรมาจารย์ของตำหนักเต๋าหนี่หวา ปรมาจารย์ของยุคหมานกู่ บรรพชนจ้าววิญญาณผู้ยิ่งใหญ่สิบคนแห่งยุคบรรพกาล….
นับตั้งแต่มาจวบจนบัดนี้ เฉินซีเคยได้ยินตำนานเช่นนี้มากมาย แต่ไม่เคยเห็นเทพอสูรโดยกำเนิดที่แท้จริง ซึ่งถือกำเนิดจากภายในความโกลาหล
ดังนั้นเมื่อได้เห็นซากศพของเทพอสูรโดยกำเนิดที่ตั้งตระหง่านขึ้นไปบนท้องฟ้า เฉินซีจึงรู้สึกตกตะลึงอย่างเลี่ยงไม่ได้
อันที่จริง สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้จะมาสิ้นชีพที่นี่ได้อย่างไร? ซึ่งแม้แต่ก็ศพก็ไม่ถูกกลบฝัง ทั้งยังต้องยืนทอดกายอยู่บนผืนดินไปชั่วนิรันดร์!
มันเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เหมือนกับที่จ้าวเต๋าคุนเผิงเคยทำเมื่อหลายปีก่อน แต่สุดท้ายก็ไม่อาจหลบหนี และต้องตกตายลงที่นี่?
หวด!
ความว่างเปล่าผันผวน เมื่อศพของเทพอสูรโดยกำเนิดที่ลอยอยู่ในระยะไกล เริ่มเคลื่อนที่อย่างช้า ๆ แม้ว่ามันจะไม่มีร่องรอยของพลังชีวิต แต่กลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นก็น่าพรั่นพรึง
มันเหมือนกับว่าอันตรายที่น่ากลัวอย่างยิ่งถูกซ่อนอยู่ภายในซากศพนั่น
“ถอยเร็วเข้า!” เฉินซีขมวดคิ้วพลางจดจ้องไปยังซากศพที่กำลังเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ และฉับพลันนั้นความหนาวเย็นก็ก่อตัวขึ้นในใจอย่างห้ามไม่ได้
เขานำกู่เยี่ยนทะยานหลบไปด้านข้าง โดยตั้งใจจะอ้อมซากศพประหลาดนี้
ถึงอย่างไร นี่คือแดนรวนเรลืมเลือน สถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยอันตรายอันไร้ขอบเขตและความหวาดกลัวที่ไม่อาจระบุได้ ดังนั้นเฉินซีจึงไม่กล้าที่จะประมาทแม้แต่น้อย
โอม! โอม!
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่ทั้งสองคนจะเคลื่อนตัวไปรอบ ๆ มันได้ กระแสเกลียวคลื่นอันหนาวเย็นก็ก่อเกิดจากซากศพ และพัดพาออกไปราวกับระลอกคลื่นที่กลืนกินฟ้าดิน!
โครม!
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง เกราะทองสัมฤทธิ์ที่แตกหักซึ่งปกคลุมศพของเทพอสูรได้ระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ ก่อนที่ร่างสีดำสนิทที่ดูเหมือนตั๊กแตนกลุ่มหนึ่งจะพุ่งออกมาจากภายในศพ ปกคลุมท้องฟ้าและผืนดินราวกับเมฆดำ
พวกมันได้ปิดกั้นเส้นทางของเฉินซีและกู่เยี่ยนโดยสมบูรณ์!
นี่มันอะไรกัน?
หัวใจของเฉินซีสั่นสะท้าน เมื่อเห็นว่าร่างสีดำสนิทเหล่านั้นคือตัวต่อ!
ตัวต่อเหล่านี้มีขนาดเล็กดุจเมล็ดข้าว เมื่อพินิจดี ๆ แล้วจะเห็นว่าพวกมันมีรูปโฉมงดงามและเยือกเย็น ดวงตาสีแดงเลือดสุกใส ใบหน้าซีดขาว และปีกสีดำสนิทที่ดูเหมือนโปร่งแสงคู่หนึ่ง
โดยรวมแล้ว มันดูสวยงาม แปลกตา และน่ากลัว
แม้พวกมันจะตัวเล็ก แต่กลับบินได้เร็วปานสายฟ้า และเคลื่อนที่ผ่านอวกาศได้ นอกจากนี้ร่างกายของพวกมันยังแผ่กลิ่นอายที่กระหายเลือดและเยือกเย็น
ตัวต่อเหล่านี้คืออะไรกัน?
ในใจของเฉินซีเริ่มระมัดระวังมากขึ้น แม้พวกมันจะมีขนาดเท่าเมล็ดข้าว แต่เมื่อรวมตัวกันแล้วกลับกลายเป็นเหมือนฝูงตั๊กแตน ก่อตัวเป็นกลุ่มหนาแน่นหลายพันตัว และกลิ่นอายที่แผ่ออกมานั้นช่างน่ากลัวจนเฉินซีรู้สึกหนาวสั่นไปตามกระดูกสันหลัง
“รีบออกจากที่นี่! เร็วเข้า!” แม้จะดูเหมือนใช้เวลานานในการอธิบาย แต่ทุกสิ่งก็เกิดขึ้นในชั่วพริบตา ความคิดเหล่านี้แวบขึ้นมาในใจเฉินซี ก่อนที่จะเปลี่ยนทิศทางเพื่อนำกู่เยี่ยนหลบหนีไปตามสัญชาตญาณ และพุ่งปราดในยังทิศทางที่พวกเขามา
แต่เพียงชั่วครู่หนึ่ง เฉินซีก็ต้องหยุดลงอีกครั้ง ใบหน้าดูเคร่งเครียดสุดแสน
เพราะจู่ ๆ ศพขนาดมหึมาของเทพอสูรโดยกำเนิดก็ปรากฏตัวขึ้นในอากาศด้านหลังเขา
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า ศพนี้จะต้องมีตัวต่อจำนวนมากซ่อนอยู่ภายในเช่นกัน!
“ท่านอาจารย์อา ดูเหมือนว่าพวกเราจะถูกปิดล้อมแล้ว” กู่เยี่ยนมีท่าทางเคร่งเครียด ขณะชักกระบี่วิเศษยาวกว่าสี่ฉื่อและเต็มไปด้วยแสงดาวออกมา
“ดูท่าพวกเราคงทำได้เพียงแต่มุ่งไปข้างหน้า และเข่นฆ่าเพื่อเปิดทางหลบหนีเท่านั้น!” เฉินซีหายใจเข้าลึก และชักยันต์ศัสตราออกมา ดวงตาของเขาทอประกายเยียบเย็นและพลุ่งพล่านด้วยจิตสังหารอันท่วมท้น
“บุก!” ท่ามกลางเสียงตะโกนลั่น ผมสีดำหนาทึบของเฉินซีปลิวไสว ยันต์ศัสตราในมือกลายเป็นลำแสงที่เจิดจ้าซึ่งฟันผ่าท้องฟ้า ดูเหมือนลำแสงที่สามารถทะลวงตะวันได้ และยังเปล่งอานุภาพอันร้ายกาจไม่มีใครเทียบได้
ครืน!
ทันใดนั้น ตัวต่อกลุ่มแรกที่พุ่งเข้ามาก็ถูกปกคลุมไปด้วยปราณกระบี่นี้ และพวกมันถูกสะบั้นออกจากกันจนกลายเป็นหมอกเลือด
อย่างไรก็ตาม ก่อนที่เฉินซีจะทันได้ยินดี หมอกเลือดก็มาบรรจบกันอีกครั้ง และควบแน่นเป็นฝูงต่อจำนวนมหาศาล!
ด้วยการบ่มเพาะเต๋าแห่งกระบี่ของเฉินซีในปัจจุบัน เขากลับไม่สามารถปลิดชีพพวกมันทั้งหมดได้จริง ๆ!
ดวงตาของเฉินซีอดไม่ได้ที่จะหรี่ลงเมื่อเห็นเหตุการณ์นี้
เขามั่นใจว่า ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ที่ตัวต่อเหล่านั้นทุกตัวครอบครอง ล้วนเทียบได้กับบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาลขั้นต้น และการจัดการกับคู่ต่อสู้ดังกล่าวก็ง่าย ๆ พอกับเป่าฝุ่นสำหรับเฉินซี
ก่อนหน้านี้ สาเหตุที่แท้จริงของความกลัวของเขา ก็เป็นเพราะตัวต่อเหล่านี้มีจำนวนมากมายมหาศาล จนสามารถก่อตัวเป็นเงาดำหนาทึบบดบังฟ้าดิน และพุ่งเข้ามาดุจกระแสน้ำ ยิ่งกว่านั้น พวกมันยังทยอยออกมาจากภายในซากศพราวกับไม่มีที่สิ้นสุด
บัดนี้เมื่อเห็นว่าตัวต่อที่เขาทำลายได้ฟื้นคืนชีพ และกลับคืนสู่สภาพเดิมทันที เฉินซีก็ตระหนักได้ว่าพวกมันน่าสะพรึงเพียงใด!