ตอนที่ 1907
บทที่ 1907 กลืนกินโลหิตเทวา
October 21, 2026
บทที่ 1907 กลืนกินโลหิตเทวา
………………..
บทที่ 1907 กลืนกินโลหิตเทวา
เหนือแดนรวนเรลืมเลือนนั้นไร้ซึ่งผืนฟ้า เป็นเพียงดินแดนแห่งหมู่ดาราที่กว้างไกลไร้ขอบเขต
กระนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าผู้เยี่ยมยุทธ์จะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระผ่านท้องฟ้าซึ่งเต็มไปด้วยดวงดาวเหล่านี้
เหตุผลนั้นมีเพียงหนึ่งเดียว เมื่อเปรียบเทียบกับพื้นดินเบื้องล่าง ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวในแดนรวนเรลืมเลือนอันตรายและน่ากลัวยิ่งกว่า!
เมื่อผู้เยี่ยมยุทธ์เข้าไปในนั้น พวกเขาไม่เพียงจะต้องเผชิญกับวังวนโคจรของดาวเคราะห์และหมู่ดาวฤกษ์ก่อกำเนิดใหม่เท่านั้น อาจยังถูกดูดกลืนเข้าไปในหลุมดำและประสบกับความวินาศ
สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวในแดนรวนเรลืมเลือนนั้นอยู่ในสภาพยากจะคาดเดาอย่างยิ่ง ทำให้มันง่ายมากที่จะหลงทางและไม่อาจหาทางออกได้ไปตลอดกาล!
แน่นอน ทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับเอกภพที่ไม่ได้เกิดก่อตัวเป็นรูปเป็นร่าง
ในทางกลับกัน เนื่องจากเอกภพที่ก่อตัวเป็นรูปร่างแล้วนั้นมีม่านพลังที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง จึงทำให้การกระจายตัวของพวกมันมีความชัดเจนและเป็นระเบียบ ดาราจักรทั้งหลายภายในเอกภพมีเสถียรภาพ ดังนั้นแม้ว่าผู้เยี่ยมยุทธ์จะยังคงต้องเผชิญกับอันตรายในขณะที่อยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว ทว่าระดับของอันตรายก็ลดลงอย่างมากจนใกล้เคียงกับการเดินทางบนพื้นดิน
ด้วยเหตุนี้ จนกว่ากลุ่มของเฉินซีจะพบเอกภพที่ก่อตัวเป็นรูปร่าง พวกเขาสามารถเดินทางได้เฉพาะบนพื้นดินเท่านั้น
…
“ไปดูกันเถอะ” เมื่อพวกเขาสังเกตเห็นว่ามีเอกภพที่ก่อตัวเป็นรูปร่างอยู่ห่างไกลออกไป และมีแนวโน้มว่าจะมีการสู้รบเกิดขึ้นที่นั่น เฉินซีก็ครุ่นคิดลึกซึ้งครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจ
ไม่ว่ามิตรหรือศัตรู เขาต้องคว้าโอกาสนี้เพื่อที่จะได้รู้ว่าเอกภพก่อตัวขึ้นอย่างไร และการดำรงอยู่ของแก่นสสารเอกภพนั้นเป็นแบบใด
สิ่งนี้จะมีความสำคัญต่อการค้นหาของเฉินซีในภายหน้า
“อาจารย์อา หากเป็นศัตรู เราควรลงมือหรือไม่?” กู่เยี่ยนเอ่ยทั้งสายตาเย็นชาล้ำลึก
“ดูสถานการณ์ไปก่อน” ดวงตาของเฉินซีหรี่ลง “หากมีโอกาส ก็ไม่ควรทิ้งความพยายามในการขัดเกลาและดูดซับพลังเอกภพของที่นั่น”
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
พวกเขาเคลื่อนที่ออกไปยังท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวโดยไม่รอช้า
…
“ไม่นะ!!!” จ้าวชิงเหยาสีหน้าซีดเซียว เสียงกรีดร้องของนางเต็มไปด้วยความโศกเศร้าระคนโกรธแค้น รูปร่างเพรียวบางอ้อนแอ้นสั่นเทาจากโทสะ
ศิษย์จากวังวิหคอมตะผู้นี้ไม่อาจควบคุมอารมณ์ได้อีกต่อไป!
โครม!
ก่อนที่เสียงร้องของนางจะหยุดลง หวังจงก็ทำการโจมตี ศีรษะเปื้อนเลือดกระเด็นขึ้นไปในอากาศ ดวงตาคู่นั้นเบิกโพลงด้วยความโกรธเกรี้ยว ร่องรอยแห่งความไม่เต็มใจและความเกลียดชังประทับบนใบหน้าที่แยกหลุดจากร่าง
เพียงชั่วพริบตา ศีรษะนี้ก็ระเบิดออกเป็นชิ้น ๆ
สิ่งที่น่ากลัวก็คือหวังจงคว้าร่างไร้หัวเอาไว้ ก่อนจะเริ่มดูดเลือดที่ไหลออกมาจากคออย่างคนกระหาย
เขาในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับสัตว์ป่าที่กำลังสูบกลืนเลือดเนื้อของเหยื่อตัวจ้อย!
“โอ้ นานแค่ไหนแล้วนะที่ข้าไม่ได้ลิ้มรสเลือดของยอดบรรพเทวารู้แจ้งจักรวาล? ช่างเป็นรสชาติที่ชวนให้คิดถึงจริง ๆ” หลังจากนั้นไม่นาน หวังจงเงยหน้าขึ้นและถอนหายใจอย่างอารมณ์ดีผ่านมุมปากที่ชุ่มไปด้วยเลือด รูปลักษณ์ที่สะคราญโฉมดูแปลกตา ลึกลับ และน่าประหวั่นขึ้นในพลัน
ด้านหนึ่ง จ้าวชิงเหยาชะงักค้างด้วยความตื่นตระหนก นัยน์ตาขยายวงกว้างเช่นเดียวกับเรือนกายสะท้านชา
ผู้เยี่ยมยุทธ์ที่ถูกหวังจงสังหารคือไท่ซูหง ศิษย์ของบรรพตศักดิ์สิทธิ์แห่งการรังสรรค์ เป็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานซึ่งอยู่เหนือคนอื่น ๆ ในการถกวิถีเต๋ารอบแรกเช่นเดียวกับจ้าวชิงเหยา
ทว่าตอนนี้ไท่ซูหงตายแล้ว!
เขาไม่ได้สิ้นใจจากอันตรายที่มีอยู่ในแดนรวนเรลืมเลือน แต่หากเป็นไปด้วยน้ำมือของชายที่ชื่อหวังจง!
จ้าวชิงเหยาไม่อยากจะยอมรับ
ก่อนหน้านี้ที่ไท่ซูหง หวังจง และนางต่างก็เป็นพันธมิตรที่ผนึกกำลังกัน พวกเขากำลังถกว่าใครจะขัดเกลาและดูดซับพลังแก่นแท้สสารของเอกภพนี้…
แต่ใครจะคิดว่ายังไม่ทันจะได้ข้อสรุป หวังจงก็เปิดการโจมตีอย่างรุนแรงในทันที เขาทำให้ไท่ซูหงได้รับบาดเจ็บสาหัสด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวก่อนที่จะสังหารอีกฝ่ายในที่สุด!
ไม่เพียงเท่านั้น… หวังจงไม่แม้จะปล่อยศพของไท่ซู่หง เขากลืนกินเลือดจากศพนั้นจนหมด กลายเป็นภาพที่โหดร้ายและดูวิปริตยิ่ง
เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเหล่านี้นี้ทำให้จิตใจของหญิงสาวถูกกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ
เพราะเหตุใดกัน?
ตามแผนเดิมของจ้าวชิงเหยา ในบรรดาศิษย์ทั้งสามสิบคนที่เข้ามาในแดนรวนเรลืมเลือน ยี่สิบห้าคนมาจากห้าสุดยอดแห่งเอกภพจักรวรรดิ และมีเพียงไท่ซูหง หวังจง เจียหนาน สวินจิ้นจากอารามสมถะ และนางที่มาจากห้านิกายโบราณที่แตกต่างกัน
เจียหนานเคยชินกับการทำทุกอย่างเพียงลำพัง
ส่วนสวินจิ้นนั้นหายตัวไปทันทีที่เข้าสู่แดนรวนเรลืมเลือน
เดิมทีจ้าวชิงเหยาและไท่ซูหงได้ตกลงร่วมมือกันมาก่อนหน้าแล้ว ต่อมาหวังจงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรในภายหลัง แต่ใครเลยจะคาดคิดว่าพันธมิตรที่ทรยศจะโหดเหี้ยม ไร้ความปรานี และวิปริตถึงเพียงนี้!?
บัดนี้ จ้าวชิงเหยามีเพียงความเคียดแค้น ดวงตากระจ่างวาวนั่นแทบจะลุกเป็นไฟ
“หวังจง ข้าไม่เคยคิดเลยว่าเจ้าจะเป็นคนเยี่ยงนี้!” จ้าวชิงเหยาตะโกนลั่นเสียงเย็นทั้งขบกรามแน่น