ตอนที่ 1908
บทที่ 1908 แสวงหาแก่นแท้
October 21, 2026
บทที่ 1908 แสวงหาแก่นแท้
………………..
บทที่ 1908 แสวงหาแก่นแท้
เจตจำนงกระบี่ทะยานสู่เวหา ทะลวงผ่านท้องนภาพร่างพราว ขยี้มวลดารา เจิดจรัสรัศมีพร่างพราว
เฉินซีและหวังจงต่อสู้พัวพัน ไร้ผู้ใดออมมือ จิตสังหารพล่านพุ่ง เผยฤทธาในกำมือตนอย่างไร้ปิดบัง
ขณะนี้ เจตจำนงกระบี่แผดผลาญจากทั่วร่างของเฉินซี ทุกการเคลื่อนไหวเผยฤทธายิ่งใหญ่เหนือยุคสมัย
กล่าวตามตรง นี่คือครั้งที่สองที่เฉินซีกับหวังจงต่อสู้กัน
หนแรกคือระหว่างการถกวิถีเต๋า เฉินซีใช้กระบี่คู่เอาชนะหวังจงลงผู้ซึ่งก็ใช้กระบี่คู่ได้อย่างไม่ทันตั้งตัว
ศึกนั้นทำให้เฉินซีเข้าใจถึงอำนาจต่อสู้ของหวังจงอย่างลึกล้ำ
ทว่ายามประมือหวังจงยามนี้ เฉินซีก็สังเกตพบว่าอำนาจต่อสู้ของหวังจง ร้ายกาจกว่ากาลก่อนมาก!
ก่อนหน้านี้ จ้าวชิงเหยาก็รู้สึกเช่นกันว่าหวังจงยังคงปกปิดฝีมือบางส่วนในการถกวิถีเต๋า
ทว่าเฉินซีมิได้คิดเช่นกัน เพราะเขาสังเกตชัดเจนว่าฤทธาที่หวังจงเผยนั้นมีเค้าเชื่อมโยงกับกฎเต๋าสวรรค์ในแดนรวนเรลืมเลือนอย่างเป็นเอกลักษณ์ และเพราะการเชื่อมโยงนี้ หวังจงจึงมีอำนาจต่อสู้เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน!
กล่าวคือ เหตุผลที่อำนาจต่อสู้ของหวังจงในยามนี้แข็งแกร่งกว่ายามถกวิถีเต๋ามากนักนั้นเป็นเพราะเขามีเคล็ดวิชาบางอย่าง ทำให้เขาสามารถใช้อำนาจกฎเต๋าสวรรค์ส่วนหนึ่งในแดนรวนเรลืมเลือนได้
สิ่งนี้ดูเกินเข้าใจไปสักหน่อย
แม้เฉินซีจะไม่อาจคาดเดาเหตุผลแท้จริงได้ แต่เขาก็รู้สึกอย่างแรงกล้าว่าที่มาของหวังจงไม่มีทางธรรมดา และไม่มีทางเลยที่หวังจงจะเป็นศิษย์เกาะคางคกทอง!
ยิ่งเป็นเช่นนั้น เฉินซียิ่งมีเจตนาสังหารหวังจงหนักแน่นขึ้น
กาลก่อนในการถกวิถีเต๋า เขาสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังเจือจางต่อหวังจงโดยไม่อาจเข้าใจได้ นอกจากนั้น ยังสังเกตว่าหวังจงเหมือนเห็นตนเป็นเหยื่อ มีความจงเกลียดจงชังอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ แม้เขาจะไม่อาจคาดคิดถึงตัวตนแท้จริงของหวังจง เฉินซีก็ไม่มีทางแสดงความเมตตาใด ๆ
ครืน!
ศึกที่นี่ยิ่งทวีความเข้มข้น ท้องนภาพร่างพราวสั่นสะท้านสนั่นก้องเยี่ยงอัสนีเกรี้ยวกราดไปทั่วทิศทาง
ขณะนี้ หวังจงก็เปี่ยมด้วยจิตสังหารเช่นกัน เขาใช้กระบี่คู่ประชันเฉินซีอย่างสุดกำลัง ห้ำหั่นรุนแรงจนสรรพสิ่งในโลกหล้าหม่นรัศมี
“เฉินซี ที่นี่เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก!” หวังจงแผดหัวเราะอย่างเหิมเกริม ทั่วร่างปกคลุมด้วยหมอกสีดำ ดูประหนึ่งเทพมารน่าสะพรึงกลัวจากขุมนรก
กระบี่พิชิตทัณฑ์ในมือเขาเรืองแสงดำสนิทขณะจู่โจม เผยอำนาจร้ายกาจบ้าระห่ำ
“งั้นหรือ?” สายตาของเฉินซีเย็นเยียบเสียดแทง ทั่วร่างแผดพล่านด้วยปราณกดดันแห่งจักรพรรดิ ประหนึ่งอยู่เหนือสรรพสิ่งทั้งปวง
เพียงพริบตา ฤทธาก็ยิ่งทวีสูง!
วูบ!
ยันต์ศัสตราทะยานแหวกเวหา รัศมีม่วงทองเรืองรอง แผ่อักขระยันต์เจิดจรัสเกินคณานับขณะที่วาดปราณกระบี่มโหฬารเรืองฤทธิ์ พุ่งทะลวงผ่านท้องนภาพร่างพราว
ครืน!
ปราณกระบี่พลิ้วผ่านหนใด หมู่ดาวล้วนสะท้านระเบิดสู่ผุยผง ทั้งสุญตาโลกภูมิล้วนเกินหยุดยั้ง แผลงอำนาจไร้ใดเทียบเทียม!
ระหว่างศึกสุดท้ายของการถกวิถีเต๋า เฉินซีใช้อำนาจเช่นนี้เอาชนะเหลิ่งซิงหุนลงในรวดเดียว
ขณะนั้น หวังจงพินิจศึกอยู่ เขาจึงตระหนักดีว่าการโจมตีนี้น่าสะพรึงกลัวเพียงไร ไม่ว่าจะมั่นใจมากเพียงไหน สีหน้าก็ยังเปลี่ยนไปเล็กน้อย ม่านตาหดตัวอย่างช่วยไม่ได้
วูบ!
หวังจงทุ่มสุดกำลังวาดปราณกระบี่ตระหง่านฟ้า โผนเข้าปะทะการโจมตีของเฉินซี
เปรี้ยง!
เสียงปะทะสะท้านโลกา ร่างของหวังจงถูกฟาดกระเด็นไปพันจั้ง ทั่วร่างสั่นกระตุก กระอักโลหิตคำโตอย่างเกินต้าน
“แค้นนัก! เฉินซี วันที่ข้าฟื้นร่างจริงได้จะเป็นวันตายของเจ้า!” หวังจงแผดเสียง เส้นผมสยายกระเซิง ดวงตาแดงฉาน ดูเสียสติน่ากลัวยิ่ง
วูบ!
“คิดหนี? ทิ้งชีวิตไว้เสีย!” พร้อมเสียงเย็นเยียบนี้ ร่างของกู่เยี่ยนพลันพุ่งออกมาขวางทางหวังจงไว้ และพร้อมกันนั้น ปราณกระบี่อันหนักหนาก็ฟาดฟันลงใส่หวังจงอย่างรุนแรง
กู่เยี่ยนรวบรวมกำลังรออยู่นาน เร้นกายเฝ้ารอยามอีกฝ่ายถอยหนี!
เรื่องทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเร็วเกินไป หวังจงจึงถูกโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัว ปราณกระบี่นี้ฟาดเปรี้ยงเข้าสู่อก ฉีกเป็นแผลลึกถึงกระดูก
“สารเลว!” หวังจงแผดเสียงอย่างเจ็บปวด สีหน้าบิดเบี้ยวบ้าคลั่ง หากหลบไม่ทัน การโจมตีนี้คงได้เกี่ยวชีวิตเขาไปแล้ว
วูบ! วูบ!