ตอนที่ 1939
บทที่ 1939 ม่านอนธการเร้นดารา ....................
October 21, 2026
บทที่ 1939 ม่านอนธการเร้นดารา
………………..
บทที่ 1939 ม่านอนธการเร้นดารา
หุบเหวทัณฑ์หายนะมโหฬารอย่างยิ่งจนเกินจินตนาการ
ยามความกังวลปรากฏในใจเจียหนาน เขาหาตระหนักไม่ว่ามีบุคคลจำนวนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าหุบเหวมหึมานี้มาแสนนาน
พวกเขามีกันทั้งสิ้นสิบคน และปรากฏว่าผู้นำคณะคือหวังจงในชุดคลุมสีเลือด แผ่บรรยากาศดุร้ายเก่าแก่
ตัวตนซึ่งติดตามเบื้องหลังทั้งหมดสวมชุดคลุมสีดำ นอกจากนั้น บรรยากาศที่แผ่ออกมายังเย็นเยียบอันตราย ดูเหมือนสัตว์ประหลาดไร้อารมณ์ เป็นภาพอันชวนสะเทือนขวัญ
ขณะนี้ หวังจงยืนที่ข้างหุบเหว อาภรณ์พลิ้วพัดไปพร้อมเรือนผมยาว จับจ้องลงสู่ส่วนลึกแห่งหุบเหว จมในภวังค์ความคิด
ครืน!
พิรุณอัคคีโปรยปรายลงจากท้องฟ้าที่นี่เช่นกัน ดูประหนึ่งน้ำตกอันหลั่งรินจากสมุทรเพลิงเก้าชั้นสรวง ผลาญสุญญะเรืองฤทธายิ่งใหญ่
หากมองดี ๆ ก็จะสังเกตเห็นได้ว่ามีหมู่ดาวนับไม่ถ้วนปะปนอยู่ในสมุทรเพลิงโปรยปราย หายลับลงสู่หุบเหว
ภาพเช่นนี้บรรยายได้ว่า สมุทรเพลิงโปรยจากเก้าชั้นสรวง มวลดาราจมหายสู่หุบเหว!
กระทั่งหมู่ดาวโปรยปรายเหล่านั้นยังถูกกลืนกินหายสิ้นไร้ร่องรอยในพริบตา จึงแสดงให้เห็นชัดเจนว่าหุบเหวนี้มโหฬารเพียงไร
มันยิ่งใหญ่จนไร้ขอบเขต!
“หนนี้ ขอเพียงเราใช้งานมันสำเร็จ วันโลกาวินาศของแดนเทพโบราณก็จะมาถึง….” หลังเงียบอยู่นาน หวังจงก็พึมพำออกมา สายตาที่มองลงสู่หุบเหวเผยความคลั่งไคล้อย่างปิดไม่มิด
หลังจากนั้น หวังจงก็หันกลับมากล่าวกับร่างในชุดดำทั้งหลาย “เพื่อโอกาสนี้ เผ่าเรารอคอยมาแสนนาน ยามนี้ โอกาสมาถึงเสียที พวกเจ้าก็น่าจะตระหนักดีว่าควรทำเช่นไร”
เสียงของเขาลุ่มลึกเย็นเยียบ
“รับบัญชาใต้เท้า!” ตัวตนในชุดดำเหล่านั้นตอบกลับอย่างเคร่งขรึม
“หากภารกิจนี้เกิดเหตุผิดพลาดใด ๆ พวกเจ้าก็ตระหนักดีถึงผลที่ตามมา ข้าไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้แล้วกัน” หวังจงหันกลับไปจับจ้องหุบเหวอีกครั้ง ก่อนจะพลันขมวดคิ้ว “เหตุใดจึงยังไม่มีข่าวคราว?”
เหล่าตัวตนชุดดำเงียบไป พวกเขาก็งุนงงอย่างยิ่งเช่นกัน
วูบ!
ขณะนั้นเอง หมอกดำสายหนึ่งก็พุ่งเข้ามาจากแสนไกล ส่งเสียงหวีดหวิวแหวกอากาศ
เพียงพริบตา หมอกดำนั้นก็มาอยู่ตรงหน้าหวังจง
เปรี้ยง!
มันระเบิดออก ก่อนที่หมอกดำสายหนึ่งจะแปรสภาพเป็นม่านแสง
ภาพยามคณะของเฉินซีล้อมโจมตีชายชุดดำฉายขึ้นมาบนม่านแสงอย่างน่าตกใจ
เปรี้ยง!
ท้ายที่สุด ยามชายชุดดำบนม่านแสงระเบิดตนเอง ม่านแสงก็แหลกสลายเป็นริ้วเสี่ยง ไม่หลงเหลือร่องรอยใด ๆ
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นเรื่องทั้งหมดนี้ สีหน้าของหวังจงก็ดำคล้ำ ปราณจากร่างยิ่งหนักหนากดดัน
หลังกระสับกระส่ายกันครู่หนึ่ง ตัวตนชุดดำทั้งหลายก็ฟื้นความเงียบสงัดเย็นเยียบกันอีกครั้ง
บรรยากาศเงียบกริบราวป่าช้า อำนาจกดดันรุนแรงเสียจนยากหายใจ
เนิ่นนานจากนั้น หวังจงก็ผ่อนหายใจยาว พึมพำว่า “ดูเหมือนพวกเขาจะสังเกตเห็นการกระทำของเราแล้ว….”
พริบตานั้น เขาหวนนึกถึงข้อจำกัดของจ้าววิญญาณอาถรรพ์บนหนังสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ และนึกถึงเฉินซีขึ้นมา
สังหรณ์กำลังร่ำร้องว่า ทั้งข้อจำกัดของจ้าววิญญาณอาถรรพ์และภาพที่เพิ่งประสบ ทั้งสองน่าจะเกี่ยวข้องกับเฉินซีทั้งสิ้น
“เฉินซีหนอ! เฉินซี! ข้าประเมินฝีมือเจ้าต่ำไปจริง ๆ!” ดวงตาของหวังจงเรืองประกายไร้ปรานี “เจ้าคิดว่าแค่นี้ก็หนีข้าพ้นแล้วหรือ? ฝันไปเถอะ!”
“รับบัญชาข้า!” หวังจงหันกลับมา ดวงตาแข็งกร้าวเย็นเยียบเสียดกระดูกมองไปยังบุคคลชุดดำทั้งหลาย
“จากนี้ไป ใช้งานพลังเอกภพตาลปัตรเต๋า! ใช้กำลังของเราทั้งหมดทั่วแดนรวนเรลืมเลือน เริ่มแผนได้!”
“ข้าอยากให้พวกเขาไร้ที่ให้หนีซ่อน ไร้หนทางนอกจากติดกับดักของเรา!”
“รีบไป!”
…
วันนี้แสงศักดิ์สิทธิ์ประหลาดลึกลับสีดำนับไม่ถ้วนพลันพลุ่งพล่านปรากฏลักษณ์จากทั่วทุกบริเวณในแดนรวนเรลืมเลือน ดุจม่านรัตติกาลอันซุกซ่อนดวงดาวทั้งมวลบนท้องฟ้า
ขณะเดียวกัน อำนาจเต๋าแห่งสวรรค์ทั่วทิศในโลกหล้าต่างเรรวน ทำให้สรรพสิ่งปั่นป่วนไร้ระเบียบ
แดนดินพังทลาย
สุญตาพลิกตาลปัตร
สรรพสิ่งรวนเร
ถึงขนาดกระทั่งที่ไม่อาจตัดสินกระทั่งทิศทางได้อีกต่อไป
สรรพสิ่งเริ่มปั่นป่วนประหนึ่งเผชิญหายนะยิ่งใหญ่!
…
ม่านรัตติกาลคลุมฟ้า ความมืดโรยตัวลง
เจียหนานพลันเงยหน้า และเมื่อเห็นหมู่ดาวทั่วฟ้าหายลับไปในความมืด สีหน้าหนักแน่นสำรวมก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมถึงขีดสุด
“สุดท้ายมันก็เริ่มขึ้นอยู่ดี….” ขณะนี้ เหมือนเจียหนานจะตัดสินใจบางอย่างได้ ร่างของเขาเรืองปราณเด็ดเดี่ยวเปี่ยมกรุณา
ก่อนร่างของเขาจะวูบไหว กระโจนลงสู่หุบเหวทัณฑ์หายนะอันลึกล้ำเกินคะเน!