ตอนที่ 1942
บทที่ 1942 สามสมบัติพลันเกิดปฏิกิริยาประหลาด
October 21, 2026
บทที่ 1942 สามสมบัติพลันเกิดปฏิกิริยาประหลาด
………………..
บทที่ 1942 สามสมบัติพลันเกิดปฏิกิริยาประหลาด
สิ่งที่เฉินซีกังวลเป็นพิเศษนั่นคือ การเปลี่ยนแปลงในหนังอสูรมันชี้มาที่หุบเหวตรงหน้านี้!
พริบตานั้น เฉินซีก็เข้าใจ รู้ดีว่าไม่ว่าตนเองจะระวังเพียงไหน แต่สุดท้ายก็ตกอยู่ในกับดักของหวังจงจนได้!
“แปลกจริง! หุบเหวแห่งนี้ดูไร้ก้น คล้ายว่าดูดกลืนได้ทุกสิ่งอย่าง น่ากลัวกว่าหุบเหวเก้าวิญญาณแห่งแดนเทพโบราณเสียอีกนะ”
“นี่เรา… อยู่ที่ไหนกันแน่?” เย่เฉินและคนอื่น ๆ ก็เห็นเหวสุดประหลาดนี้เช่นกัน บนใบหน้าจึงปรากฏความสับสน
“ที่นี่คือพื้นที่ลึกลับซึ่งลือกันว่ามีความลับมหาวิถีแห่งเต๋าซุกซ่อนอยู่อย่างไรเล่า!” เฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วอธิบายเสียงเรียบ
ว่าไงนะ!? ทุกคนตกตะลึงไม่อยากเชื่อ
ตู้ม!
ก้อนเพลิงศักดิ์สิทธิ์ปรากฏขึ้นบนฝ่ามือเฉินซี มันแผ่ใส่หนังอสูรจนสว่าง ไม่กี่ชั่วอึดใจ มันก็ถูกเผาไหม้จนไม่เหลืออะไรอีก
พอทุกคนเห็นดังนี้แล้วก็เข้าใจทันทีว่าเฉินซีพูดถูก!
แต่พวกเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าตลอดการเดินทางที่ผ่านมา ทำไมสุดท้ายถึงมาอยู่ที่นี่ได้?
เพราะเฉินซีพามาทางตรงข้ามมาโดยตลอด!
แล้วเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร?
ในใจพวกเขาเกิดลางไม่ดีขึ้นมา
“เราตกหลุมพรางมันแล้ว หากเดาไว้ไม่ผิด ไม่ว่าจะไปทางไหนสุดท้ายก็จะต้องมาจบที่นี่อยู่ดี” ตอนนี้เฉินซีกลับคืนสู่ความสุขุมแล้ว นัยน์ตาฉายแววเยือกเย็น “เพราะทุกสิ่งอย่างในแดนรวนเรลืมเลือนถูกพลังลึกลับเปลี่ยนแปลงไปแล้ว ไร้ความเป็นระเบียบเรียบร้อยอีก ดังนั้นไม่ว่าจะไปทางไหนก็ไร้ประโยชน์”
“เช่นนั้นพวกนอกรีตนั่นก็จงใจพาเรามาที่นี่หรือ?” สืออวี๋มีสีหน้าไม่น่าดูเล็กน้อย
“ก็คงจะเป็นแบบนั้น” เฉินซีเดินไปตรงหน้าเหว มองมันน้ำตกเพลิงที่รินจากฟ้าลงสู่ก้นเหวอย่างเงียบเชียบ
ไม่นานก็ยิ้มเอ่ยว่า “แต่ก็ไม่เป็นไรเหมือนกัน เราฉวยโอกาสนี้สืบหาว่าความลับมหาวิถีแห่งเต๋าอยู่ที่นี่จริงหรือไม่จะดีกว่า”
ทุกคนชะงักไป ไม่รู้ว่าเฉินซีคิดอะไรอยู่กันแน่
เฉินซีเองก็ไม่คิดอธิบาย เพียงแต่ชี้ไปที่ก้นเหว “เราอาจจะต้องเข้าไปในนี้เพื่อแสวงโชคเรื่องมหาวิถีแห่งเต๋า ทุกคนเต็มใจจะไปกับข้าหรือไม่?”
“ไหน ๆ ก็มาถึงที่นี่แล้ว หากไม่ลงไปดูก็คงน่าเสียดาย” จ้าวชิงเหยาคลี่ยิ้มเอ่ยอย่างไม่ลังเล
“เจ้าไม่กลัวว่าที่นี่เป็นกับดักที่พวกนอกรีตวางไว้งั้นหรือ?” คงโหยวหรานถามขึ้น
ที่นางลังเลเป็นเพราะนางยังมีความสงสัยอยู่ พวกนอกรีตนั่นคงไม่พาพวกนางมาถึงที่นี่โดยไร้เหตุผลหรอก
“หากพวกมันอยากลงมือกับเราจริง ก็ไม่เห็นต้องลำบากมากมายเช่นนี้” เฉินซีเอ่ยง่าย ๆ แต่ไม่ได้อธิบายอะไร
“ในเมื่อเจ้าสนใจ พวกเราไปกับเจ้าด้วยก็ได้” หลังจากคิดอยู่นาน คงโหยวหรานก็พยักหน้าเห็นด้วย
“แล้วพวกเจ้าเล่า?” เฉินซีมองอวี้จิ่วหุยกับเย่เฉิน
เย่เฉินยิ้มกล่าว “ใครจะไปสนว่าที่นั่นมันที่ไหนกันเล่า! หากไม่ได้ไปดูข้าคงเสียใจไปจนวันตาย”
“ข้าเองก็คิดเช่นนั้น” อวี้จิ่วหุยพยักหน้า
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เราก็พักผ่อนฟื้นฟูพลังที่นี่ก่อน พอแข็งแรงกันดีแล้วค่อยออกเดินทาง!” เฉินซีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
ทุกคนจึงพยักหน้าให้กัน ทั้งกายทั้งใจพวกเขาตอนนี้เหนื่อยล้าจากการต่อสู้ในช่วงเดือนที่ผ่านมา เหนื่อยจนแทบเข่าทรุด ดังนั้นจึงไม่คิดเสี่ยงลงมือทันทีทันใด
พวกเขาจึงนั่งลงทำสมาธิเพื่อฟื้นฟูพลังทันที
ก่อนหน้านี้พวกเขาตรวจสอบและเห็นแล้วว่าในระยะแสนลี้นั้นไร้อันตรายใด
เฉินซีนั่งขัดสมาธิอยู่ข้างเหวลึก ฟื้นฟูพลังไปก็ครุ่นคิดไปเงียบ ๆ ด้วยท่าทีสงบนิ่ง
ตอนนี้เขารู้แล้วว่าออกนอกรีตไม่ได้มองพวกเขาเป็นแค่เหยื่อ เขาเดาว่าก็มันคงจะอยากได้อะไรบางอย่างจากพวกเขา
อีกอย่าง สิ่งที่พวกนอกรีตอยากได้คงจะซุกซ่อนอยู่ในหุบเหวลึกลับแห่งนี้เป็นแน่!
หรือพวกมันก็อยากได้ความลับมหาวิถีแห่งเต๋าที่อาจจะอยู่ใต้นี้เหมือนกัน?
หรือจะมีเหตุผลอื่น?
เฉินซียังคิดไม่ออก แต่เขามั่นใจว่าพวกนอกรีตต้องยืมมือคนอื่นเช่นนี้ พวกมันเองคงไม่สามารถหาของสิ่งนั้นได้เอง คงจะต้องยืมมือผู้บ่มเพาะจากแดนเทพโบราณเช่นพวกเขา
นี่อาจจะเป็นเหตุผลที่พวกนอกรีตยอมลำบากล่อให้พวกเขามาถึงที่นี่
แต่มีอีกอย่างหนึ่งที่เฉินซียังไม่ได้บอกคนอื่น เขาคาดเดาไว้คร่าว ๆ แล้วว่าพวกนอกรีตนั่นคงจะซ่อนตัวอยู่แถวหุบเหวแห่งนี้เป็นแน่!
ส่วนสาเหตุที่ต้องซ่อนตัวนั้น เฉินซียังไม่รู้ แม้จะใช้พลังอักขระผนึกเต๋าก็ตาม
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้ เฉินซีก็ยิ่งระมัดระวังตัวขึ้น ศัตรูอาจซ่อนอยู่ในเงามืด แต่เขากลับหาไม่พบ ดังนั้นจึงต้องระวังไว้ก่อน