ตอนที่ 1973
บทที่ 1973 อารามเต๋า
October 21, 2026
บทที่ 1973 อารามเต๋า
………………..
บทที่ 1973 อารามเต๋า
ตู้ม!
ขณะที่การดับสูญแห่งยุทธ์เยือนย่ำ ลานกว้างแห่งนี้ก็พลันพังทลายลง คลื่นกระแทกอันน่าสะพรึงกลัวกระจายออกไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่อง
ในท้ายที่สุด พลังทำลายล้างก็กวาดไปทั่วเมืองจักรพรรดิแห่งการต่อสู้ ไม่ว่าจะถนน อาคาร ผู้คน หรือท้องฟ้า… ทุกสรรพสิ่งล้วนถูกกวาดทำลายสิ้น
เพียงชั่วเวลาสั้น ๆ เมืองทั้งเมืองก็หายไปจากทัศนวิสัย ทั่วทั้งแผ่นดินหลงเหลือเพียงม่านหมอกสีเทา ความเงียบงัน และความรกร้างที่วังเวงจับใจ
ทั้งหมดนี้ถูกสร้างขึ้นจากพลังและความแข็งแกร่งของยุทธ์ หลังจากที่เขาตาย สิ่งเหล่านี้จึงสลายหายไปตามธรรมชาติ
เฉินซียืนเฝ้ามองทุกสิ่งค่อย ๆ กลืนหายไปอยู่เช่นนั้น เขาอดไม่ได้ที่จะถอนใจเอื่อย ทั้งที่ชายผู้นั้นมีความน่าเกรงขามที่ไม่ธรรมดา ทว่าเมื่อเข้าสู่แดนวิปโยค เขากลับทำได้แค่ใช้พลังของตนสร้างเมืองขึ้นมาเพื่อปลอบประโลมหัวใจที่มีเพียงความเหงาอ้างว้าง ช่างเป็นเรื่องน่าเสียดายนัก
ผ่านไปครู่หนึ่ง เฉินซีเลื่อนสายตาไปยังสัญลักษณ์ลึกลับที่แตกต่างกันสองอันซึ่งลอยอยู่เบื้องหน้า พวกมันเปล่งรัศมีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวออกมา
หนึ่งในนั้นคือผนึกยุทธ์ ขณะที่อีกหนึ่งคือผนึกมายา พวกมันเป็นตัวแทนของมรดกทางอารยธรรมของยุคสมัยที่มีเอกลักษณ์ทั้งสอง
เฉินซีอ้าปากเพื่อกลืนพวกมันเข้าไปในร่างกายของตน
โครม!
ทันใดนั้น เหตุการณ์ที่คุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นภายในทะเลแห่งมโนสำนึก กลิ่นอายแห่งยุคทั้งสองที่แตกต่างกันแผ่ซ่านไปทั่วท้องทะเลกว้างใหญ่ สิ่งสืบทอดทั้งหลายหลั่งไหลเข้ามาราวกับกระแสน้ำหลาก
มันเป็นมรดกของอารยธรรมแห่งยุทธ์และอารยธรรมแห่งมายา เป็นระบบบ่มเพาะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!
เมื่อประกอบกับมรดกแห่งอารยธรรมจ้าววิญญาณที่เขาได้ครอบครองก่อนหน้านี้ ปัจจุบันเฉินซีมีตราประทับยุคสมัยอยู่ในการครอบครองถึงสามชิ้นด้วยกัน!
หากเขาสามารถขัดเกลาและดูดซับพวกมันได้อย่างเต็มกำลัง มรดกของยุคทั้งสามที่สูญสลายไปตามกาลเวลาก็จะปรากฏขึ้นอีกครั้งในร่างของเฉินซี!
เมื่อถึงเวลานั้น ความแข็งแกร่งของเขาจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เพียงไหนกัน?
นี่มันยากจะคิดฝัน!
พลังเหล่านี้ลึกซึ้งยากหยั่งถึง อย่างยุทธ์และเต๋าเองที่ต่างก็เป็นยอดคนไร้เทียมทาน แต่ถึงกระนั้น พวกเขาก็ยังไม่สามารถขัดเกลาและดูดซับตราประทับยุคสมัยเพื่อหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมันได้อย่างเต็มที่แม้จะพยายามมานับครั้งไม่ถ้วนก็ตาม สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าตราประทับยุคสมัยนั้นทรงพลังมากเพียงใด
ด้วยสภาวะดังกล่าว เฉินซีจึงไม่ได้ขัดเกลาและดูดซับพวกมันในทันที เขาเลือกที่จะวางเฉยกับมันแทน ชายหนุ่มรู้ดี ความพยายามที่ไม่ได้เกิดจากการเตรียมตัวที่ดีนั้นมีแต่จะเสียเวลาเปล่าเท่านั้น
สำหรับเฉินซี เวลามีค่าดั่งทอง ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องออกไปจากแดนวิปโยคและกลับไปยังแดนเทพโบราณให้ได้ แน่ล่ะ เขายังมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทำ!
กระนั้น เฉินซีไม่ได้ออกไปจากที่นี่ในทันที
เขาทรุดนั่งขัดสมาธิบนพื้นก่อนจะดำดิ่งลงในฌาน
ในที่สุดเฉินซีก็สามารถยืนยันบางสิ่งได้เมื่อสังหารยุทธ์ เขาแน่ใจแล้วว่าพลังสังสารวัฏและชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากที่ตนครอบครองนั้นเพียงพอสำหรับจัดการผู้ช่วงชิงคนอื่น ๆ ภายในดินแดนซึ่งปราศจากเต๋าแห่งสวรรค์ ปราศจากกฎและความเป็นระเบียบใด ๆ แห่งนี้
การสยบจำนนนี้ไม่ได้เกี่ยวโยงกับการบ่มเพาะของเขานัก หากเป็นรูปแบบหนึ่งของการใช้พลังสยบพลัง
จากการคาดการณ์ของเฉินซี ผู้ช่วงชิงทั้งแปดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผู้รู้แจ้งแผนภาพวารีหลากในช่วงสมัยกาลของตน! กล่าวอีกนัยหนึ่ง ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นสัมพันธ์กับแผนภาพวารีหลาก และเมื่อพวกเขาเข้าไปในประตูแห่งวันโลกาวินาศ พวกก็เขาสูญเสียแผนภาพวารีหลากไป
ในทางกลับกัน เฉินซีนั้นแตกต่างออกไป เขาเป็นผู้ช่วงชิงเพียงคนเดียวที่สามารถนำแผนภาพวารีหลากเข้าสู่แดนวิปโยคได้!
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เฉินซีผู้ซึ่งครอบครองชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากก็เป็นเหมือนกับจักรพรรดิที่ถือครองผนึกจักรวรรดิในกำมือ มีพลังที่สยบทุกสรรพสิ่งไว้ใต้ฝ่ามือ!
กระนั้นสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงไม่เพียงพอที่จะฆ่าพวกเขา อย่างไรเสียการสยบก็เป็นเพียงแต่การสยบเท่านั้น มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะสังหารพวกเขาขณะที่มีระดับการบ่มเพาะอยู่ในขอบเขตมหาราชเทวาสามดาราได้
ด้วยเหตุนี้ พลังสังสารวัฏจึงมีบทบาทสำคัญ
เพราะมันเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อผู้ช่วงชิงทุกคน!
ในอดีต เฉินซีไม่แน่ใจเรื่องนี้เท่าไรนัก ทว่าหลังจากที่เขาสังหารยุทธ์ไปแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้รู้ว่าแม้พลังสังสารวัฏจะไม่เพียงพอที่จะทำให้เขาได้เปรียบเมื่อต่อสู้กับผู้เยี่ยมยุทธ์คนอื่น ๆ แต่มันก็เปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้างอย่างมหาศาลเมื่อนำมาใช้กับผู้ช่วงชิง
พูดง่าย ๆ ก็คือสังสารวัฏสามารถสยบและกำจัดผู้ช่วงชิงได้!
เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? แม้แต่เฉินซีก็ไม่เข้าใจเช่นกัน
และแม้ว่าเขาจะไม่เข้าใจ แต่การได้รู้ว่าพลังสังสารวัฏสามารถรับมือกับผู้ช่วงชิงได้ก็เพียงพอแล้ว
คิด ๆ ไปแล้ว ตัวของเฉินซีเองก็เป็นผู้ช่วงชิงเช่นเดียวกัน แต่เขากลับสามารถครอบครองแผนภาพวารีหลากและสังสารวัฏไว้ได้ นี่เป็นเรื่องที่ผิดปกติไม่น้อย
หืม? ทันใดนั้น เฉินซีคล้ายนึกบางสิ่งขึ้นมาได้ เขาพลิกฝ่ามือของตนก่อนที่ระเบียนแดนมรณะซึ่งเต็มไปด้วยภาพมายาอันไร้ตัวตนจะปรากฏขึ้น
…
“น่าสนใจ ที่แท้เขาก็มีแผนภาพวารีหลากและสังสารวัฏ สหายผู้ช่วงชิงคนใหม่นี้ไม่ธรรมดาจริง ๆ” ณ อารามเต๋าโบราณซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนที่เต็มไปด้วยม่านหมอกสีเทาห่างไกล บัดนี้ปรากฏร่างหนึ่งกำลังยืนเอามือไพล่หลังอยู่ที่ด้านหน้า
เขามีรูปโฉมงดงาม รูปร่างที่แข็งแกร่งสวมทับชุดนักพรตตัวโคร่ง รัศมีลึกซึ้งและยากหยั่งถึงเกินพรรณนา
โดยเฉพาะดวงตา มันลึกดำราวหุบเหว คล้ายกับว่าจะสามารถสอดส่องทุกความผันแปรที่เกิดขึ้นในโลกจากมองเพียงแวบผ่าน
九九归一