ตอนที่ 1974
บทที่ 1974 จู่โจมเฉียบพลัน
October 21, 2026
บทที่ 1974 จู่โจมเฉียบพลัน
………………..
บทที่ 1974 จู่โจมเฉียบพลัน
เต๋านั้นหมายถึงยุคแรกสุด อารยธรรมแห่งเต๋า
เต๋าที่กล่าวถึงที่นี่มิใช่เต๋าแห่งโลกหล้า มันเป็นระบบการบ่มเพาะ หนึ่งยุคสมัยอันผนวกเต๋ากับสรรพสิ่ง
ขณะเดียวกัน เพียงคำว่า ‘เต๋า’ ลำพังก็แสดงชัดว่าผู้บ่มเพาะในยุคสมัยนั้นแข็งแกร่งเพียงไร เพราะพวกเขากล้าเรียกตนเองว่า ‘ผู้ครองเต๋า’ เป็นการกระทำเกินจินตนาการนัก
ในฐานะผู้ช่วงชิงในยุคสมัยนั้น จึงคาดคิดได้ว่าความแข็งแกร่งของ ‘เต๋า’ สูงส่งเพียงใด
ดังนั้นแม้เขาจะมีเจตนากำจัดและช่วงชิงตราประทับยุคสมัยจากเต๋า เฉินซีก็มิกล้าเลินเล่อแม้แต่น้อย
เฉินซีกระทั่งไม่กล้าแน่ใจชัดเจนว่าตนจะชนะ หากอิงเพียงความแข็งแกร่งของสังสารวัฏและชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลาก
เขาไม่กลัวศึก และมิได้ระวังตัวเกินเหตุ นั่นเป็นเพราะเขาเข้าใจอย่างลึกซึ้งต่อศัตรู เขาจึงสามารถประยุกต์ใช้ยุทธการอันถูกต้องได้
เท่าที่เฉินซีทราบ บางทีคงมีเพียงยุทธการอันผิดปกติเท่านั้น จึงก่อให้เกิดผลเกินคาดคิดยามเผชิญศัตรูไม่ธรรมดาเช่นนี้
…
วูบ! วูบ!
เฉินซีเคลื่อนย้ายมิติอย่างไม่จบสิ้น วูบไหวผ่านโลกหล้าอันหมองหม่น
เขาไม่เห็นทิวทัศน์ใดมาตลอดสามเดือน ทั่วทิศหมองหม่นท่ามกลางม่านหมอก ไร้สำเนียงใด ๆ รอบกาย ชวนให้รู้สึกอ้างว้างเล็กน้อยอย่างเกินห้าม
ราวเขาทะยานท่ามกลางโลกหล้าหมองมัวอย่างไม่รู้จุดเริ่มจุดจบ
ในที่สุดเฉินซีก็ตระหนักซึ้ง ว่าเหตุใดทั้งจ้าววิญญาณและยุทธ์จึงอ้างว้างเดียวดายกันนัก ทุกสิ่งในแดนวิปโยคเวิ้งว้างเงียบสงัดเพียงนี้ ยิ่งกาลเวลาผันผ่านก็ยิ่งมิอาจเลี่ยงที่จะหลงวนเวียนท่ามกลางบรรยากาศรอบทิศ ไม่ว่าจะแข็งแกร่งสักเพียงไร
พวกเขาเป็นเช่นสัตว์ร้ายในกรง แม้จะไม่มีตรวนใดพันธนาการให้เห็นได้ แต่โลกหล้านี้ก็คือพันธนาการอันเกินสะบั้นในตัวมันเอง
ไม่อาจคาดคิดได้เลยว่าแดนวิปโยคถูกสร้างขึ้นอย่างไร และเหตุใดจึงคงอยู่จนบัดนี้
แค่การที่มันอยู่ยืนยงท่ามกลางการพังทลายและก่อเกิดของเก้ายุคสมัยจนบัดนี้ได้ ก็เกินคาดคิดยิ่งแล้ว
เฉินซีไม่อาจคาดคิด และไม่อาจคิดมากไปกว่านี้ได้ เขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อสืบความลับของแดนวิปโยค เขาต้องการเพียงออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด แล้วไม่กลับเข้ามาอีก!
ผ่านไปอีกสองสามเดือน
ในที่สุด เค้าโครงสิ่งปลูกสร้างหลังหนึ่งก็ปรากฏเลือนรางอยู่ไกล ๆ ทำให้เฉินซีซึ่งระแวดระวังตัวอยู่แต่แรกยิ่งทวีความระวัง
อารามเต๋า! ยามเขาเข้าไปใกล้ ท้ายที่สุดเฉินซีก็เห็นชัดเจนว่ามันคืออารามเต๋าโบราณอันด่างดำด้วยร่องรอยแห่งกาลเวลา
มันยืนตระหง่านในโลกหล้าเทาทึบราวอยู่มาแต่ยามเริ่มบังเกิดโลกหล้า แผ่บรรยากาศเก่าแก่ เรียบง่าย และงดงามโดยธรรมชาติ
นี่คือที่พำนักของเต๋า!
นับแต่เขากำจัดสี่ผู้ช่วงชิงและไม่อาจแปรสภาพดูดซับตราประทับยุคสมัยของพวกเขาได้อย่างสมบูรณ์ เต๋าก็ไม่เคยออกจากอารามเต๋า สิ่งนี้ทำให้เขาดูลึกลับเกินคาดหยั่งอย่างยิ่ง
เฮือก!
เฉินซีสูดหายใจลึก พลังสังสารวัฏเริ่มหมุนเวียนอย่างเงียบงัน ขณะที่ชิ้นส่วนแผนภาพวารีหลากละล่องในห้วงจิตสำนึก แม้แผนภาพวารีหลากจะไร้ปฏิกิริยา เฉินซีก็ยังตระหนักดีว่า ขอเพียงเขาเข้าสู่การต่อสู้ สัมผัสปราณของผู้ช่วงชิง แผนภาพวารีหลากก็จะทำงานเอง
“สหายน้อย ข้ารอเจ้าอยู่นานแล้ว” นี่เป็นวาทะแรกที่เฉินซีได้ยินจากเต๋ายามเขามาถึงที่นี่ เขายังไม่ทันเข้าใกล้อารามเต๋าด้วยซ้ำ
เสียงของเต๋าอบอุ่นเช่นหยก ไพเราะเช่นลำนำขลุ่ย กังวานเช่นระฆัง ประหนึ่งสายลมวสันต์พัดผ่าน ให้ความรู้สึกราวสหายเก่าอันห่างหายหวนพบหน้า ประโลมใจให้ผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก
ทว่าทันใดนั้น เฉินซีพลันหรี่ตา หัวใจเต้นระรัวอย่างพรั่นพรึงเกินนิยาม นี่คือความรู้สึกของอันตรายสุดขั้ว!
ดุจกระบี่มายาจ่ออยู่ที่ลำคอ เส้นขนทั่วกายลุกชันอย่างเกินระงับ
เปรี้ยง!
เฉินซีไม่แม้แต่จะทันตั้งตัว ทัศนียภาพพลันดับวูบ ร่างเหมือนถูกหัตถ์ไร้ลักษณ์มหึมาตะครุบกำ ระเบิดออกเป็นเสี่ยง!
พริบตานั้น โลหิตพร่างพรม ย้อมโลกหล้าทั่วทิศแดงฉาน
นับแต่เฉินซีหมดสติในสระน้ำโคลนจนหลายปีมานี้ ชายหนุ่มเผชิญอันตรายมามากกว่าหน มีกระทั่งยามที่ร่างระเบิดแหลกเหลือเพียงศีรษะ
แต่สุดท้าย เขาก็ฟื้นกลับมาได้อย่างสมบูรณ์
ทว่าขณะนี้ เขาเพิ่งมาถึงในบริเวณใกล้อารามเต๋า เพิ่งได้ยินเสียงของเต๋า เฉินซีก็ร่างระเบิดเป็นพิรุณโลหิตโดยไม้แม้แต่จะมีเวลาไหวตัว เหตุเกินคาดฝันนี้กะทันหันเสียจนกระทั่งเฉินซียังไม่เคยคาดคิด
มันกะทันหันเกินไป!
เฉินซีเผชิญหายนะโดยไม่มีโอกาสไหวตัวใด ๆ!
“สหายน้อย ข้าสงสารเจ้านัก แต่ข้าไม่เคยคิดให้โอกาสเจ้านับแต่ยามสังเกตเห็นการมาของเจ้าแล้ว”
หนึ่งเสียงรำพึงดังขึ้น ขณะที่หนึ่งบุคคลปรากฏขึ้นในจุดที่เฉินซียืนอยู่เมื่อครู่