ตอนที่ 1975
บทที่ 1975 เกินคิดเข้าใจ
October 21, 2026
บทที่ 1975 เกินคิดเข้าใจ
………………..
บทที่ 1975 เกินคิดเข้าใจ
วิ้ง!
คลื่นพลังลึกลับทวีความรุนแรง ปกคลุมทั่วฟ้าดินเช่นกระแสน้ำ
เต๋าเห็นได้ชัดว่าตราประทับยุคสมัยของเฉินซีเรืองรัศมีลึกลับ ดุจประภาคารชักนำสายโลหิตอันพร่างพรมทั่วทิศกลับมารวมตัว
พิรุณโลหิตจากร่างอันแหลกเหลวของเฉินซีนั้น เดิมทีสาดกระเซ็นทั่วฟ้าดิน ทว่ายามนี้ พวกมันกลับไปกระจุกกันที่ตราประทับยุคสมัยของเฉินซีราวมีชีวิต เป็นภาพอันเกินคิดเข้าใจนัก
ขณะนี้ สีหน้าสุขุมทรงสง่าของเต๋าแปรเปลี่ยนเฉียบพลัน ม่านตาของเขาหดตัว เดือดดาลขึ้นทันใด
เขาไม่อาจควบคุมร่างกาย มิอาจปลดปล่อยพลังใด ๆ ถึงขนาดที่สติรู้คิดของเขายังถูกล้อมกรอบ ไม่อาจออกจากร่างได้!
ขณะนี้ เขาไม่ต่างกับนักโทษซึ่งถูกตอกติดกับกางเขน ไม่อาจขยับเคลื่อนได้แม้กระดิกตัว!
เป็นไปได้อย่างไร?!
เต๋ามั่นใจนักว่าอำนาจต่อสู้ปัจจุบันของเขาเพียงพอกำจัดสรรพสิ่งเพียงดีดนิ้ว กวาดล้างศัตรูใดได้ทั่วจักรวาล นอกจากเต๋าสวรรค์อันสูงส่งยิ่ง ก็ไร้สิ่งใดเทียบเคียงเขาได้!
ทว่าขณะนี้ เขากลับถูกล่ามตรวนโดยคลื่นพลังประหลาดไร้ลักษณ์ แค่จะกระดิกนิ้วยังทำไม่ได้ เขาจะไม่ตกใจเดือดโทสะได้หรือ?
มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? หัวใจของเต๋าสั่นสะท้านรุนแรง ยังคงไม่กล้าเชื่อลง เขาแน่ใจว่าเมื่อครู่ตนฆ่าเฉินซีไปแล้ว แต่ก็ไม่อาจหยั่งทราบเรื่องใดที่เกิดขึ้นตรงหน้านี้ได้เลย
วิ้ง!
คลื่นพลังลึกลับทวีความแข็งกล้า ส่งเสียงเลื่อนลั่นเสียดโสตยิ่งกว่าเก่า มันสะท้านเทิ้มทั่วฟ้าดิน ทำให้เต๋ายิ่งรู้สึกแสบหู ยิ่งกว่านั้น กระทั่งสติของเขายังเจียนถูกตรึงจองจำ!
“ไม่!!!” เต๋าแผดเสียงอย่างสุดพรั่นพรึง เดือดดาลและคับข้องใจ ทำไม? ทำไมจึงเกิดเรื่องนี้ขึ้น? ข้ารอคอยมาเก้ายุคสมัยเชียวนะ! เหตุใดจึงมาเกิดเหตุไม่คาดฝันเอายามนี้?
แต่เหตุการณ์ที่บังเกิดต่อจากนั้นทำให้ความเย็นเยียบเกินบรรยายแผ่ซ่านจากในหัวใจของเต๋า เพราะเขาสังเกตพบแล้วว่า กระทั่งเสียงยังไม่อาจเปล่งออกได้อีก!
ราวถูกอำนาจลึกลับไร้ลักษณ์บางอย่างล่ามตรวน กระทั่งเสียงยังมิอาจเปล่งแม้เพียงแอะ
หลังจากนั้น เต๋าก็ตะลึงจังงัง เพราะยามนี้ในคลองสายตา ตราประทับยุคสมัยของเฉินซีดูประหนึ่งก้อนโลหิต ปกคลุมเต็มไปด้วยเลือด
เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!
เสียงเต้นตุบจากก้อนโลหิตนั้นดังขึ้นเรื่อย ๆ จนไม่ต่างจากเทวารัวกลองทิพย์ สนั่นสะท้านทั่วฟ้าดิน ดูทรงพลังเหนือใด
พร้อมเสียงเต้นเป็นจังหวะนั้น ก้อนโลหิตดูจะก่อลักษณ์หนึ่งบุคคลขึ้นราง ๆ จากภายใน ดูดซับโลหิตทั่วทิศอย่างไม่จบสิ้น
เจ้านั่นจะฟื้นชีวิตกลับมาหรือ? ขณะนี้ ใบหน้าของเต๋าปรากฏเค้าพรั่นพรึงอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาเบิกโพลงเจียนถลน แม้เขาจะมีภูมิปัญญาเลิศล้ำ ก็ยังเกินคาดคิดว่าเรื่องเช่นนี้จะเกิดจริงในโลกหล้า
วิ้ง!
คลื่นพลังลึกลับนี้กวาดกระหน่ำทั่วฟ้าดิน ขณะที่ก้อนเลือดยังคงเต้นตุบไม่จบสิ้น นอกจากนั้น เค้าลางบุคคลภายในก้อนเลือดยังเริ่มชัดเจนขึ้น….
ขณะที่เต๋า บุคคลเลิศล้ำผู้อยู่มาเจียนเก้ายุคสมัยเปรียบเป็นนักโทษในคุมขัง ทำได้เพียงมองเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นตรงหน้า ทำให้ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพรั่นพรึงระคนอึดอัดใจ
เหตุนี้ดูสุดแสนเกินเข้าใจ น่าสะพรึงกลัวและเกินคาดคิดนัก!
แผนภาพวารีหลาก! ใช่แล้ว! ต้องเป็นแผนภาพวารีหลากแน่ ๆ!! ทันใดนั้น เต๋าก็เหมือนฉุกคิดบางเรื่องได้ สีหน้าพลันเหยเกเปี่ยมอารมณ์รุนแรง
ต้องเป็นเจ้าสิ่งสมควรตายนั่นแน่! มันเป็นสิ่งเดียวในโลกหล้าที่แผลงฤทธิ์สยบข้าได้! เวรเอ๊ย! ทำไม! เหตุใดไอ้หนูบ้านั่นจึงนำมันผ่านประตูแห่งวันโลกาวินาศมาได้? หรือยุคสมัยนี้ไม่เหมือนยุคสมัยอื่น ๆ กัน?
เต๋าแผดเสียงซ้ำ ๆ แต่ไม่ว่าเขาจะดิ้นรนเพียงไร ก็ไม่อาจสลัดหลุดจากพันธนาการ สิ่งนี้ทำให้เขาข่มเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างเคืองแค้น ดูประหนึ่งเป็นบ้า
ขณะนี้ แม้เต๋าจะยังจับต้นชนปลายไม่ได้ว่าเหตุตรงหน้าคืออะไรกันแน่ แต่เขาก็แน่ใจว่ามันต้องมาจากแผนภาพวารีหลาก!
มิเช่นนั้น เฉินซีคงไม่มีทางทำเช่นนี้ได้ด้วยความสามารถจ้อยร่อยที่มี!
มีเพียงแผนภาพวารีหลากเท่านั้นที่ทำให้เขากลัวได้เช่นนี้ เพราะนับแต่เริ่มบ่มเพาะมา ที่มาความแข็งแกร่งของเขาก็ใกล้ชิดเกี่ยวพันกับแผนภาพวารีหลาก
เขาคือผู้ช่วงชิงของยุคสมัยแรก และผู้รู้แจ้งแผนภาพวารีหลากเช่นกัน!
แต่ยามนี้ ก็อาจเป็นเพราะแผนภาพวารีหลากที่ทำให้เต๋าถูกพันธนาการ กลายเป็นแกะน้อยรอถูกเชือดอยู่เช่นนี้ เต๋าจึงเดือดดาลถึงขีดสุด
หรือนี่จะเป็นวงจรแห่งกรรม?
แผนภาพวารีหลากตั้งใจชิงอำนาจที่ข้าได้จากมันคืน?
เต๋าไม่กล้าคิดมากกว่านั้น เพราะหากเป็นจริงขึ้นมา ก็เป็นเรื่องชวนตะลึงสิ้นดี
เปรี้ยง!
ขณะนั้นเอง หนึ่งเสียงระเบิดดังเลื่อนลั่นดุจความโกลาหลถูกผ่าแยก หนึ่งอำนาจน่าสะพรึงกลัวสะท้านใจก็ปรากฏขึ้น
จากนั้น เต๋าก็สังเกตเห็นว่าก้อนโลหิตอันก่อขึ้นจากตราประทับยุคสมัยของเฉินซีระเบิดออก หนึ่งร่างสูงใหญ่เดินออกมา
ร่างนั้นมีรูปลักษณ์หล่อเหลา ดวงตาลึกล้ำเยี่ยงท้องนภาพร่างพราว เรือนผมดำดกหนาพลิ้วไสวตามลม สีหน้าสุขุมเฉยชา
ปรากฏว่าเขาคือเฉินซี!