ตอนที่ 1983
บทที่ 1983 ก้าวไปข้างหน้า ....................
October 21, 2026
บทที่ 1983 ก้าวไปข้างหน้า
………………..
บทที่ 1983 ก้าวไปข้างหน้า
บรรยากาศในโถงบวงสรวงนั้นเงียบงันและกดดันอย่างยิ่ง
เสวี่ยอวิ๋นยืนอยู่ที่นั่นเพียงลำพังด้วยสีหน้าเศร้าหมองแปรเปลี่ยนไปมาไม่รู้จบ เหม่อลอยดุจดวงวิญญาณหลุดลอย
ท่าทางของหลีเหวินไท่ดูขุ่นเคือง ดวงตาแทบถลนออกมาด้วยไฟโทสะ เขาแทบถูกครอบงำด้วยความโกรธ เกือบยั้งตนไม่อยู่
ไม่เพียงแต่เสวี่ยหยิงไห่จะไม่รู้สึกผิด แต่ยังกล่าวอย่างหมดความอดทนแทน “เสวี่ยอวิ๋น ในเมื่อมันมาถึงจุดนี้แล้ว รีบ ๆ ทำเถอะ อารองไม่อาจปกป้องเจ้าได้ หากเจ้ายังดึงดันเช่นนั้น”
เมื่อเห็นเหตุการณ์นี้เหล่าจักรพรรดิจากตระกูลกงเหย่ต่างแสดงท่าทางเยาะเย้ย ดุจทุกสิ่งได้ตกอยู่ในกำมือของพวกเขาแล้ว
ในขณะนี้ เสวี่ยอวิ๋นดูสุดอดกลั้น และสูญเสียการควบคุมโดยสิ้นเชิง เรือนกายสั่นเทิ้ม ชี้นิ้วไปที่เสวี่ยอิ้งไห่ จากนั้นตวาดลั่น “เจ้าคนทรยศ! เจ้าไม่ใช่แค่ทรยศท่านพ่อ แต่เจ้าทรยศต่อทั้งตระกูลเสวี่ย! เจ้าจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมาน!”
นางก่นด่าอย่างไม่รู้จบ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความโกรธแค้นและความเกลียดชัง
ใบหน้าของเสวี่ยอิ้งไห่มืดมนทันที และกล่าวเสียงเข้ม “บังอาจ! เสวี่ยอวิ๋น หากเจ้ายังเป็นเช่นนี้ อย่าได้โทษอารองที่ไร้ความปรานี!”
“ถ้าแน่จริงก็ข้าฆ่าสิ!” เสวี่ยอวิ๋นหายใจเข้าลึก ๆ จากนั้นความบ้าคลั่งและความมุ่งมั่นก็พลุ่งพล่านในดวงตาที่สุกใสของนาง “ข้าจะไม่มีวันทรยศต่อตระกูลเด็ดขาด!”
เสวี่ยอิ้งไห่โกรธเกรี้ยว เขากำลังจะตวาด แต่กลับถูกคนจากตระกูลกงเหย่หยุดไว้ก่อน
คนผู้นั้นยิ้มอย่างอบอุ่น จากนั้นจึงกล่าวกับเสวี่ยอวิ๋นช้า ๆ “เจ้าแน่ใจแล้วหรือ? อย่าลืมว่าคนตระกูลเสวี่ยของเจ้าทั้งหมดถูกขังอยู่ในแดนเทวาวิญญาณน้ำแข็ง หากเจ้าตาย พวกเขาอาจจะ… ไม่มีวันออกมาได้”
แม้จะกล่าวด้วยท่าทางสบาย ๆ แต่กลับแฝงเค้าคุกคามอย่างยิ่ง เขาใช้ชีวิตคนของตระกูลเสวี่ยมาเป็นตัวประกัน และมันก็เหมือนกับสว่านน้ำแข็งที่แทงเข้าไปในหัวใจของเสวี่ยอวิ๋นอย่างแรง นางพลันรู้สึกเหมือนตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง ใบหน้าซีดเผือดอย่างน่าสยดสยองทันที
“ข้าจะให้โอกาสเจ้าครั้งสุดท้าย จงมอบปราณวิญญาณหิมะเจ็ดอัศจรรย์ให้ข้าซะ และวางมือจากตระกูลเสวี่ยซะ ไม่เช่นนั้น….” เมื่อกล่าวมาถึงจุดนี้ สีหน้าของชายผู้ประณีตก็กลายเป็นเฉยเมยและเย็นชา “ทั้งตระกูลของเจ้าจะตายไปพร้อมกับเจ้า!”
ใบหน้างดงามของเสวี่ยอวิ๋นซีดลง นางกัดริมฝีปากแน่น และรู้สึกถึงความทรมานในใจอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ในขณะนี้ นางไม่หวังอะไรนอกจากตายให้รู้แล้วรู้รอด
แต่นางรู้ว่า หากนางตาย มันจะไม่แค่ชีวิตของนางที่เสียไปเท่านั้น และมันจะเป็นความตายของทั้งตระกูลเสวี่ย…
ข้าควรทำอย่างไรดี? จิตใจของเสวี่ยอวิ๋นสับสนและว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง
“เสวี่ยอวิ๋น….” หลีเหวินไท่ตั้งใจจะกล่าวอะไรบางอย่าง แต่เขาก็ต้องตกตะลึงกับคำพูดไม่กี่คำของชายตรงหน้าอีกครั้ง
“ข้าได้ยินมาว่า เจ้าเป็นประมุขของนิกายกระบี่ที่เรียกว่าสมุทรทมิฬ? หากไม่อยากให้นิกายของเจ้าถูกฝังไปพร้อมกับเจ้า ก็หุบปากเสีย!”
เพียงประโยคเดียวก็ทำให้สีหน้าของหลีเหวินไท่แปรเปลี่ยนไปมาอย่างรุนแรง เขารู้สึกขัดแย้งในใจอย่างมาก และมั่นใจมากว่า ไอ้สารเลวจากตระกูลกงเหย่กล้าทำตามที่พวกมันพูดอย่างแน่นอน
ความสิ้นหวังถาโถมเข้าสู้ใจของเสวี่ยอวิ๋น สีหน้าของนางพลันมืดมนเต็มไปด้วยความหดหู่
ดูเหมือนนางจะตัดสินใจเลิกต่อต้านแล้ว
อันที่จริง หากใครมายืนอยู่จุดเดียวกับที่เสวี่ยอวิ๋นเผชิญอยู่ คนคนนั้นก็คงทำอะไรไม่ถูก และยอมจำนนอย่างไร้ทางเลือก
เสวี่ยอิ้งไห่สังเกตเค้าจำนนในตัวเสวี่ยอวิ๋นอย่างชัดเจน จึงรีบตีเหล็กตอนยังร้อน “เสวี่ยอวิ๋น ตัดสินใจได้ถูกต้องแล้ว เมื่ออารองเข้ารับตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้ว ข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้สืบทอดคนต่อไปทันทีแน่นอน”
เมื่อเห็นสิ่งนี้ เหล่าคนของตระกูลกงเหย่ต่างเผยให้เห็นรอยยิ้มที่พึงพอใจที่เรื่องทั้งหมดเป็นไปตามแผนของพวกตนโดยไม่ต้องเปลืองแรงใด ๆ
“ข้า….” เสวี่ยอวิ๋น กล่าวด้วยเสียงที่แผ่วเบาและแหบแห้ง ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้างุนงงและทำอะไรไม่ถูก ศัตรูของนางอยู่ตรงหน้า แต่นางกลับไร้พลัง ไม่อาจทำอะไรได้เลย นี่มันเลวร้ายยิ่งกว่าตายทั้งเป็นไม่ใช่เหรอ?
ทันใดนั้น จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงดังก้องไปทั่วห้องโถง “แม่นางเสวี่ยอวิ๋น เจ้าเหนื่อยมามากแล้ว ให้ข้าจัดการเรื่องนี้เถอะ”
เสียงนี้ราบเรียบ แต่กลับดูเหมือนฟ้าร้องเมื่อดังก้องในช่วงเวลาที่ตึงเครียดเช่นนี้ และมันดึงดูดความสนใจของทุกคนในห้องโถงได้ทันที
ฟึ่บ!
สายตาของชายผู้ประณีตและคนอื่น ๆ จากตระกูลกงเหย่ตวัดไปราวกับคมดาบ และพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะ เมื่อเห็นว่าเป็นชายหนุ่มอ่อนแอที่พวกเขามองข้ามเหมือนมด
นอกจากนี้ยังมีบางคนที่เดือดดาลอย่างมาก เพราะมันเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เสวี่ยอวิ๋นกำลังจะมอบปราณวิญญาณหิมะเจ็ดอัศจรรย์ ทว่ามันกลับถูกขัดโดยตัวตนเล็กจ้อยเช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงรู้ว่าคนผู้นี้หาที่ตาย!
จักรพรรดิจากตระกูลกงเหย่ถามด้วยเสียงทุ้มลึก แววตาเต็มไปด้วยจิตสังหารที่พลุ่งพล่านดุจสายฟ้า “เขาเป็นใคร?”
เสวี่ยอิ้งไห่โกรธมาก และรีบอธิบายเมื่อได้ยินว่าจักรพรรดิถาม “ไอ้สารเลวนั่นชื่อเฉินซี….”
เฉินซี!?
ก่อนที่เสวี่ยอิ้งไห่จะกล่าวจบ ดวงตาของพวกเขาก็หรี่ลงพร้อมกัน หัวใจสั่นไหวอย่างไม่อาจยับยั้ง
ชื่อนี้ไม่แปลกหูต่อพวกเขาอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากอัจฉริยะรุ่นเยาว์ที่โดดเด่นที่สุดของตระกูล ผู้สืบทอดคนต่อไปของตระกูลกงเหย่นั่นต้องทนทุกข์ทรมานกับความตายอย่างน่าสังเวชด้วยน้ำมือของเฉินซี
แล้วพวกเขาจะไม่รู้จักชื่อนี้ได้อย่างไร?
ประกอบกับความจริงที่ว่า เฉินซีผงาดขึ้นมาราวกับดาวตกในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา กลายเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงและไม่มีใครเทียบได้ในโลก แล้วพวกเขาจะลืมชื่อนี้ไปได้อย่างไร?