ตอนที่ 1982
บทที่ 1982 หม้อหยกผสานเต๋า
October 21, 2026
บทที่ 1982 หม้อหยกผสานเต๋า
………………..
บทที่ 1982 หม้อหยกผสานเต๋า
การถูกเสวี่ยอวิ๋นตะคอกใส่ ทำให้สีหน้าของเสวี่ยอิ้งไห่ไม่น่าดูและแปรเปลี่ยนไปมา เขายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตามนางไป
“มีบางอย่างผิดปกติ….” เฉินซีพึมพำ
“เจ้าก็สังเกตเหมือนกันเหรอ?” หลีเหวินไท่เหลือบมองที่เฉินซี และกล่าวอย่างครุ่นคิดว่า “แม้แต่คนแบบเจ้าก็ยังสามารถแยกแยะได้ว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง ดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติจริง ๆ”
ฟึ่บ!
ยังไม่ทันสิ้นเสียง ร่างของหลีเหวินไท่ก็พุ่งปราดเข้าสู่โถงบวงสรวง
เฉินซีลูบจมูกและหัวเราะกับตัวเองไม่รู้จบ
แม้ว่าวาจาของหลีเหวินไท่จะไม่มีคำหยาบคายใด ๆ แต่ก็แสดงให้เห็นทางอ้อมว่าเฉินซีเป็นเพียงคนไม่สำคัญในใจของเขา
ในท้ายที่สุด เฉินซีก็ส่ายหัวและเดินตามพวกเขาเข้าไป
…
โถงบวงสรวงที่บริสุทธิ์ราวกับหิมะนั้นถูกปกคลุมไปด้วยการตกแต่ง และเครื่องเรือนสีดำสนิท
ทางเดินสีดำสนิท เสาหินสีดำสนิท เก้าอี้สีดำสนิท…. การเดินภายในห้องโถงนี้ก็เหมือนกับการเดินจากกลางวันไปสู่กลางคืน และบรรยากาศอันเคร่งขรึมแฝงกลิ่นอายกดดันมหาศาล
เมื่อเฉินซีเดินเข้าไปในห้องโถงนี้ สิ่งแรกที่เขาเห็นคือหม้อหยกใบหนึ่ง มันเป็นสีขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ สูงประมาณหนึ่งจั้ง ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางห้องโถง และดูขัดกับความมืดที่ปกคลุมโดยรอบให้มลายสิ้น
อักขระที่หนาแน่นและซับซ้อนถูกจารึกไว้บนพื้นผิวของหม้อหยก ซึ่งเฉินซีก็สามารถมองเห็นแผนภาพที่โบราณและลึกลับต่าง ๆ ได้จาง ๆ เช่น ดอกไม้ นก แมลง ปลา การขึ้นลงของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ หรือภาพการถวายเครื่องบวงสรวงในสมัยโบราณ
หม้อหยกตั้งอยู่อย่างเงียบ ๆ แต่กลับแผ่กลิ่นอายที่ทิ่มแทงใบหน้าจนปวดแปลบ มันดูไม่เหมือนกับหม้อใบใหญ่ และดูเหมือนกลับเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ที่พิเศษอย่างไม่มีใครเทียบได้!
มันเป็นสมบัติวิญญาณธรรมชาติที่ไม่ธรรมดา!
เฉินซีมองเห็นได้ทันทีว่าต้นกำเนิดของมันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน อีกทั้งมันถึงขั้นที่ตาข่ายครอบคลุมสวรรค์และเหรียญทองแดงโปรยสมบัติที่เขาครอบครองได้!
ตระกูลที่อาศัยอยู่ในดาราจักรนางแอ่นสงัดมีสมบัติล้ำค่าเช่นนี้จริง ๆ สิ่งนี้ทำให้เฉินซีอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็น ตาข่ายครอบคลุมสวรรค์หรือเหรียญทองแดงโปรยสมบัติ พวกมันล้วนเป็นสมบัติล้ำค่าของเขาเทพพยากรณ์และนิกายอำนาจเทวะ
อย่างไรก็ตาม หม้อหยกใบนี้ที่อยู่ภายในตระกูลเสวี่ย กลับมีพลังเทียบเท่าสมบัติทั้งสอง ดังนั้นจึงเห็นได้ชัดว่ามันไม่ธรรมดามาก
แต่เพียงชั่วพริบตา เฉินซีก็ไม่มีโอกาสได้ถอนหายใจ เพราะเขาสังเกตได้อย่างชัดเจนว่าบรรยากาศในห้องโถงนั้นแปลกไป!
โดยเฉพาะเมื่อเห็นทุกสิ่งทุกอย่างภายในห้องโถง เขาก็อดที่จะหรี่ตาลงไม่ได้
เสวี่ยอวิ๋นยืนอยู่ลำพังในห้องโถงที่ใหญ่และกว้างขวาง ขณะที่มีคนนั่งเป็นแถวอยู่ข้างหน้านาง
คนที่นั่งตรงกลางแถวเป็นชายวัยกลางคนที่สวมเสื้อผ้าหรูหรา ใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาสะอาดสะอ้าน ถือพัดขนนกสีขาวเหมือนหิมะอยู่ในมือ
ท่าทางอบอุ่นและประณีต มีรอยยิ้มประทับอยู่ที่มุมปากจาง ๆ แต่กลิ่นอายนั้นเหมือนกับเหวลึกที่ไร้ก้นบึ้ง ยิ่งไปกว่านั้น เขายังแผ่กลิ่นอายหยิ่งยโสอันสูงสุดออกมาแผ่วเบา
สิ่งที่ทำให้เฉินซีตกตะลึงก็คือ ชายผู้ประณีตคนนี้คือจ้าวเอกภพ!
คนอีกแปดคนนั่งอยู่ทั้งสองข้างของชายวัยคนกลางผู้สง่างาม มีทั้งชายและหญิงทุกวัย แม้จะมีรูปลักษณ์และลักษณะแตกต่างกันไป แต่กลิ่นอายแต่ละคนล้วนทรงพลังถึงขีดสุด เป็นจักรพรรดิทั้งแปดคน!
เฉินซีมั่นใจว่าไม่มีทางที่พวกเขาจะเป็นคนของตระกูลเสวี่ย เพราะในขณะนี้ เสวี่ยอิ้งไห่ที่เข้ามาในห้องโถงก่อนหน้านี้ กำลังยืนก้มหน้าสำรวมเหมือนคนรับใช้อยู่ที่ด้านข้าง มือหย่อนแนบลำตัว ใบหน้าเต็มไปด้วยท่าทางสอพลอ
ในทางกลับกัน หลีเหวินไท่ก็ยืนอยู่ด้านข้าง สีหน้าดูขุ่นเคือง ไม่อาจปกปิดความโกรธของตัวเองได้
ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนนาน แต่เมื่อทันทีที่เฉินซีมาถึง บรรยากาศภายในห้องโถงก็ตกสู่สภาวะแปลก ๆ ทันที และหากไตร่ตรองดูแล้ว มันก็เพียงชั่วพริบตาเท่านั้น
ฟึ่บ!
เมื่อพวกเขาเห็นเฉินซี สายตาหลายคู่ก็จับจ้องมาเป็นตาเดียว ก่อนจะส่ายหัว และเบือนสายตาไป เมื่อสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้มีกลิ่นอายที่อ่อนแอ
มันเหมือนกับว่าได้เห็นมดเข้าในอาณาเขตของพวกเขา ไม่ควรค่าให้ใส่ใจ
หัวใจของเฉินซีดิ่งลง เขามั่นใจได้คร่าว ๆ ว่าตระกูลเสวี่ยไม่เพียงแต่ประสบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญกับปัญหาที่กำหนดความเป็นความตายของทั้งตระกูล
เฉินซีรู้สึกสงสัยว่า การหายตัวไปของเหล่าคนรับใช้และคนของตระกูลเสวี่ยนั้น อาจเกี่ยวข้องกับเหล่าคนที่นั่งอยู่ในห้องโถง
ถึงขนาดที่อาการบาดเจ็บของผู้นำแห่งตระกูลเสวี่ย เสวี่ยฉางคงนั้นอาจเกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้
ยิ่งไปกว่านั้น เสวี่ยอิ้งไห่ ผู้เป็นอาของเสวี่ยอวิ๋น อาจเป็น ‘สายลับ’ ให้ศัตรูมาโดยตลอด!
ทั้งหมดนี้ทำให้เฉินซีถอนหายใจเล็กน้อย ตามที่คาดไว้ ทั้งหมดนี้ไม่ง่ายเลย ข้าเกรงว่าแม้แต่เสวี่ยอวิ๋นและหลีเหวินไท่ก็อาจไม่เคยคาดคิดว่าเหตุการณ์ที่น่าตกใจ และไม่คาดคิดเช่นนี้จะเกิดขึ้นในตระกูลเสวี่ยในขณะที่พวกเขาไม่อยู่