ตอนที่ 1992
บทที่ 1992 ทั่วหล้าไร้คู่เปรียบ
October 21, 2026
บทที่ 1992 ทั่วหล้าไร้คู่เปรียบ
………………..
บทที่ 1992 ทั่วหล้าไร้คู่เปรียบ
เปรี้ยง!
ศึกดำเนินต่อ รัศมีศักดิ์สิทธิ์แหลกสลาย ทั่วทิศรวนเรปั่นป่วน
ความตายของสหายทั้งสองทำให้บัณฑิตหนุ่มและคณะบ้าคลั่งไปอย่างสิ้นเชิง ดวงตาของพวกเขาเจียนถลนหลุด รีดเร้นทุกฝีไม้ลายมือ ไม่ต่างจากการสู้เดิมพันชีวิตอย่างสิ้นหวัง
ฟ้าดินทั่วทิศเริ่มพังทลายสู่สุญตา ศึกระหว่างจ้าวเอกภพมาถึงระยะร้ายแรงสุดขั้ว
เหล่าสมาชิกตระกูลเสวี่ยซึ่งยืนอยู่ห่าง ๆ ต่างตกตะลึง พวกเขายิ่งรู้สึกโชคดีกว่ายามใด ทุกคนล้วนตระหนักดีว่าหากมิใช่เพราะเฉินซี พวกเขาทั้งตระกูลคงถูกกำจัดสิ้นไปนานแล้ว
“ไม่ไหวแน่ อำนาจต่อสู้ไอ้บ้านั่นแข็งแกร่งเกินไป ข้าพยายามเต็มที่แล้ว แต่เราก็ยังไม่อาจเปลี่ยนสถานการณ์ได้ พวกเราแย่แน่!” ครู่ต่อมา ชายวัยกลางคนในชุดคลุมขนกระเรียนผู้หนึ่งก็แผดเสียงสนั่นลั่น เขาถูกเฉินซีต้อนเสียจนเจียนสิ้นสติ
มิเพียงชายวัยกลางคนผู้นี้ คณะของพวกเขาต่างอยู่ในสถานการณ์ไม่ต่างกัน ถูกเฉินซีรุกไล่เสียจนแรงกดดันที่เผชิญทวีสูง ไม่อาจตอบโต้ใด ๆ ได้เลย
หากเป็นเช่นนี้ต่อไป พวกเขาก็คงได้ตายวันนี้แน่!
เราควรทำเช่นไร? หรือเราต้องหนี?
ความคิดนี้พลุ่งพล่านในหัวใจบัณฑิตหนุ่มและคณะแทบจะพร้อมกัน
มิใช่พวกเขากลัวศึก แต่เป็นเพราะฝีมือที่เฉินซีแสดงร้ายกาจบ้าบอเกินไป เขาเป็นเพียงจ้าวเอกภพสามดาราแท้ ๆ แต่กลับเผยอำนาจต่อสู้ท้าทายสวรรค์เพียงนี้ แม้พวกเขาจะเดือดดาลไม่ยินยอมเพียงไร ก็ยังต้องพิจารณาความปลอดภัยของตนเองอย่างช่วยไม่ได้
พรวด!
เพียงไม่นาน ปราณกระบี่สายหนึ่งก็แผ่วพลิ้วเช่นหมอกควันไร้ลักษณ์จากอากาศธาตุ เพียงตวัดแผ่วเบา ศีรษะของชายวัยกลางคนในชุดคลุมขนกระเรียนก็สะบั้นจากบ่า ไม่อาจแม้แต่จะไหวตัว!
วูบ!
โลหิตแดงสดสาดทะลัก ศีรษะกระเด็นสู่เวหา
จ้าวเอกภพถูกสังหารไปอีกหนึ่ง!
เหตุการณ์นี้เป็นดั่งเส้นฟางสะบั้นหลังอูฐ ทำให้บัณฑิตหนุ่มและคณะสิ้นสติอย่างสมบูรณ์
ชายวัยกลางคนในชุดคลุมขนกระเรียนผู้นั้นมีนามว่าคุนอู๋ชง เป็นจ้าวเอกภพสี่ดาราผู้แข็งแกร่งไร้เทียมทาน! เป็นตัวตนสูงสุดในหมู่พวกเขา แต่ยามนี้ กลับถูกเฉินซีบั่นหัว!
พวกเขาจะไม่ตกใจได้หรือ?
กระทั่งคุนอู๋ชงยังถูกบั่นหัว แล้วพวกเขาจะเหลืออะไร?
“เผ่น!”
“หากยังไม่หนี พวกเราตายที่นี่แน่!”
“แค้นนัก! เจ็บใจโว้ย!!”
จ้าวเอกภพอีกเก้าคนที่หลงเหลือ รวมถึงบัณฑิตหนุ่มล้วนแตกฮือหนีกระจายทุกทิศทางดุจวิหคตื่นเกาทัณฑ์
ขณะนี้ พวกเขาล้วนไร้ความหยิ่งผยองกร่างกำแหง ดูประหนึ่งสุนัขวิ่งหนีหางจุกก้น
แต่เฉินซีก็เหมือนคาดการณ์นี้ไว้แล้ว ยันต์เทวะอันโอ่อ่านับไม่ถ้วนโผจากพื้นสู่เวหา อักขระยันต์หลากทะลักเชื่อมต่อกันจากไกล ๆ โอบล้อมโลกหล้าทั่วทิศไว้จนสิ้น
ยันต์เทวะเหล่านี้หนาแน่นกว้างไกลดุจท้องนภาอันสุกสกาว ลึกลับ และน่าสะพรึงกลัว เรืองฤทธายิ่งใหญ่ทะยานเวหา ส่งวจีเคลื่อนคลั่งสั่นคลอนทันทีที่พวกมันปรากฏ
มหาค่ายกลยันต์เทวะ!
วิ้ง!
ขณะเดียวกันนั้นเอง ยันต์ศัสตราในมือเฉินซีก็โผนทะยานสู่ฟ้า ด้ามชี้ฟ้า ปลายชี้ดิน ลอยนิ่งใจกลางมหาค่ายกลอันสร้างจากยันต์เทวะมากมาย เรืองประกายแสงพร่างพรมโปรยปราย!
มันพรมลงมาสร้างเป็นอักขระเต๋าลึกลับผสานลงกับค่ายกล ทำให้ฤทธามหาค่ายกลยิ่งทวีความแข็งกล้า
เพียงพริบตา มันก็ปกคลุมร่างของบัณฑิตหนุ่มและคณะซึ่งหนีกระเจิงไว้!
มุมปากถูเมิ่งซึ่งเห็นเหตุนี้จากไกล ๆ อดกระตุกไม่ได้ ในที่สุดเขาก็เข้าใจว่าตนมิได้มีเพียงการบ่มเพาะที่ล้าหลังอาจารย์อามากนัก กระทั่งการบรรลุเต๋าแห่งยันต์อักขระยังห่างไกลเกินเทียบได้!
เฉินซีสร้างมหาค่ายกลยันต์เทวะแห่งหนึ่งได้ในพริบตา นี่เป็นสิ่งที่มิใช่ใครก็ทำได้ ในเขาเทพพยากรณ์ ผู้ที่บรรลุถึงขั้นนี้ เกรงว่านิ้วมือตนยังนับถึง!
ขณะนี้ ในที่สุดเหล่าสมาชิกตระกูลเสวี่ยก็ได้ประจักษ์ถึงมรดกเต๋าแห่งยันต์อักขระของเขาเทพพยากรณ์ หัวใจของพวกเขาสั่นสะท้านเกินสงบได้เนิ่นนานเกินระงับ
จองจำโลกหล้าในพริบตาเดียว!
หากเต๋าแห่งยันต์อักขระเช่นนี้ถูกใช้สร้างแนวป้องกันในตระกูล พวกเขาหรือจะห่วงศัตรูบุกโจมตี?
ค่ายกลศักดิ์สิทธิ์หมุนวน แปรเปลี่ยนซับซ้อนไร้สิ้นสุด สาดรัศมีเรืองรองในโลกหล้า
บัณฑิตหนุ่มและคณะติดอยู่ในค่ายกล ร่างของพวกเขาปลาสนาการ กระทั่งเสียงยังเงียบกริบ ไม่อาจเอะอะได้แม้แต่น้อย
ให้ความรู้สึกราวพวกเขามิได้ถูกขังในค่ายกล แต่ตกสู่หุบเหวไร้ก้นบึ้งเสียแทน!
เช้ง!