ตอนที่ 1993
บทที่ 1993 หนึ่งหัตถ์ปิดนภา ....................
October 21, 2026
บทที่ 1993 หนึ่งหัตถ์ปิดนภา
………………..
บทที่ 1993 หนึ่งหัตถ์ปิดนภา
ทว่า….
ยามพบว่าเฉินซีกำลังจากไป เสวี่ยอวิ๋นก็ยังรู้สึกอิดออดใจเล็กน้อย ดวงตาละห้อยเศร้าหมอง
เสวี่ยฉางคงเห็นแล้วก็อดถอนใจมิได้
ก่อนหน้านี้ เขาเร่งเร้าให้บุตรสาวเกี้ยวพาเฉินซีอย่างเต็มที่ แต่ยามนี้ ยามได้ประจักษ์ศึกสะท้านโลกา เขาก็ตระหนักทันทีว่าบุตรสาวคงไม่มีทางเกี้ยวตัวตนโดดเด่นไร้เทียมทานเช่นเฉินซีได้ ฝืนดึงดันไปก็มีแต่จะล้มเหลว
“ยายหนู อย่าทำเช่นนั้นเลย เฉินซีแบกรับความรับผิดชอบมากมาย เขาหรือจะอยู่ที่นี่ได้นาน หากเจ้าถือเขาเป็นสหาย ภายหน้าไปพบเขาก็ได้นี่” เสวี่ยฉางคงตบบ่าเสวี่ยอวิ๋นพลางเกลี้ยกล่อมนางด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
เฉินซีย่อมเดาความคิดบางส่วนของเสวี่ยอวิ๋นได้ แต่เขาก็ไม่อาจดื่มด่ำไปกับมัน
นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เขาต้องรีบร้อนจากไป เขากังวลว่าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป เขาคงต้องแบกรับความรู้สึกของสตรีอีกคน จึงรู้สึกว่าการชิงลงมือสะบั้นมันเสียก่อนสุกงอมเป็นการดีที่สุด
“เช่นนั้น… ก็ดูแลตนเองด้วยนะ” เสวี่ยอวิ๋นสูดหายใจลึก ๆ ดวงตากระจ่างจ้องมองเฉินซีพลางกล่าวเสียงเบา
เฉินซียิ้มบาง “เจ้าก็ด้วยนะ”
ว่าแล้ว เขาก็เตรียมจากไปพร้อมกับถูเมิ่ง ทว่าในตอนนั้นเอง หนึ่งความรู้สึกอันตรายยิ่งปรากฏในใจ ทำให้ร่างของเขาชะงักเฉียบพลัน ก่อนจะเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า
หือ?
เมื่อเห็นเช่นนี้ คนอื่น ๆ ก็ผงะไปอย่างช่วยไม่ได้ พวกเขาต่างมองตามสายตาเฉินซี ที่นั่นดูสุดแสนว่างโล่งไร้สิ่งผิดปกติ ทำให้พวกเขาอดงุนงงไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับเขา?
มีเพียงถูเมิ่งที่เหมือนสังเกตเห็นบางอย่าง สีหน้าของเขาย่ำแย่ลง “อาจารย์อา ดูเหมือน…”
“อย่าพูด!” เฉินซีโบกมือหยุดถูเมิ่งไว้ สีหน้าของเขาแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
หัวใจของคนอื่น ๆ ยามเห็นเช่นนี้เต้นกระตุก ยามเผชิญจ้าวเอกภพทั้งสิบสองก่อนหน้านี้ เฉินซีไม่ได้มีสีหน้าจริงจังเช่นยามนี้ด้วยซ้ำ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“เฮ้อ ข้ามาสายไปอยู่ดีหรือนี่” ขณะนั้นเอง หนึ่งเสียงอันเฒ่าชราอย่างยิ่งพลันแว่วมาในโลกหล้า เช่นสายหมอกอันลอยล่องบางเบา ทำให้คนอื่น ๆ ไม่อาจทราบที่อยู่แท้จริงของเจ้าของเสียง
หัวใจทุกดวงในละแวกหนาวยะเยือกเมื่อได้ยินเสียง เกิดความหวาดหวั่นพรั่นพรึง ความกลัวอันเกินบรรยายเกาะกุมถ้วนหน้า
หลายบุคคลซึ่งอ่อนแอหน่อยกระทั่งเริ่มร่างสะท้านเทิ้ม ใบหน้าซีดขาว เจียนทรุดกองกับพื้น!
นี่เป็นเพียงฤทธาจากเสียงเท่านั้น!
“มหาเทพเต๋า….” ม่านตาของเฉินซีหดตัว สีหน้าของเขาเคร่งขรึมถึงขีดสุด
มหาเทพเต๋า!
เมื่อได้ยินวาทะนี้ กระทั่งสีหน้าของถูเมิ่ง เสวี่ยฉางคง เสวี่ยเวิ่นชิง และคนอื่น ๆ ก็แปรเปลี่ยน ความรู้สึกอันตรายอย่างแรงกล้าสุดขั้วแผ่ซ่านในหัวใจ
มหาเทพเต๋าผู้ใดกัน? หรือเขาจะมา… ล้างแค้น?
“เจ้าหนู เจ้าฆ่าคนตระกูลกงเหย่ของข้าไปมากมาย ดังนั้นพวกเจ้าต้องชดใช้ด้วยชีวิตเพื่อประโลมวิญญาณคนตระกูลข้า!” เสียงอันเฒ่าชรานั้นดึงขึ้นอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้แฝงด้วยจิตสังหารอันเฉียบขาดเยียบเย็น
เพียงพริบตา โลกหล้าก็หม่นแสง สรรพสิ่งโหยไห้ กระทั่งมหาเต๋ายังสะท้านสั่น โลกหล้าทั่วทิศปกคลุมด้วยจิตสังการอันชวนพรั่นพรึง!
นี่คือฤทธามหาเทพเต๋า ทุกวาจาการกระทำเต็มไปด้วยฤทธายิ่งยง
“หรือเจ้าจะไม่กลัวล่วงเกินเขาเทพพยากรณ์ของเรา?” ถูเมิ่งตะโกนลั่นเสียงแข็ง กระทั่งยามนี้ พวกเขาก็ยังไม่อาจจับที่อยู่อันแน่ชัดของมหาเทพเต๋าผู้นี้ได้ ทำให้หัวใจของพวกเขาสั่นสะท้านเกินสงบ
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ! ข้าคิดจะทำเสียอย่าง เขาเทพพยากรณ์จะถือเป็นอะไรได้!” เสียงเฒ่าชรานั้นหัวเราะลั่นสนั่นหล้า
เพียงพริบตา สีหน้าของถูเมิ่งก็แปรเปลี่ยน เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่ามหาเทพเต๋าจากตระกูลกงเหย่จะกล้ากระทำตัวบุ่มบ่ามเช่นนี้
ขณะเดียวกัน ในที่สุดเฉินซีก็เข้าใจเสียทีถึงคำพูดที่เทพธิดาแห่งอารามไท่ชูเคยบอกตนไว้…
ทุกตัวตนผู้บรรลุเป็นมหาเทพเต๋าล้วนโหดเหี้ยมไร้ความกลัว พวกเขาไม่ถูกกรรมและกฎเกณฑ์ในโลกหล้าเหนี่ยวรั้ง คิดฆ่าก็ฆ่า ไม่ถือที่มาภูมิหลังของผู้ใดใส่ใจ!
ในที่สุดยามนี้ เฉินซีก็ได้รู้ซึ้งถึงความนัยแห่งวาทะนาง และอดรู้สึกกดดันยิ่งอย่างช่วยไม่ได้
เขาส่งกระแสปราณถึงถูเมิ่งโดยไม่หยุดคิด “สถานการณ์อันตราย จากนี้ข้าจะทุ่มสุดกำลังสู้ ให้เจ้ารีบ…”
ไม่ทันสิ้นคำ สีหน้าของเขาพลันแปรเปลี่ยน
หนึ่งหัตถ์เหี่ยวย่นขนาดมหึมาพลันปรากฏเต็มคลองสายตาอย่างเงียบงันบนท้องฟ้า
หัตถ์นั้นโอฬารโดยแท้ มันปกคลุมทั่วทั้งท้องนภา ดูประหนึ่งคลุมได้ทั้งดาราจักรที่พวกเขาอยู่!
ปราณของหัตถ์นั้นน่าสะพรึงกลัวเกินใดเปรียบ เส้นลายมือดูประหนึ่งตราประทับมหาเต๋า เต็มไปด้วยพลังกฎสูงสุด แผ่อำนาจขยี้โลกหล้าถล่มแหลกยุบเป็นหลุม!
ขณะเดียวกัน เฉินซีรู้สึกอึดอัด แก่นโลหิตทั่วกายดูประหนึ่งถูกแช่แข็ง รู้สึกคลับคล้ายเจียนตายเต็มที
ตุบ! ตุบ!
เฉินซียังเป็นเช่นนี้ ผู้อื่นจะเหลืออะไร เพียงพริบตา สมาชิกส่วนใหญ่ของตระกูลเสวี่ยก็ล้มลงหมดสติ