ตอนที่ 1995
บทที่ 1995 เหวินเต้าเจิน
October 21, 2026
บทที่ 1995 เหวินเต้าเจิน
………………..
บทที่ 1995 เหวินเต้าเจิน
ระหว่างทางกลับไปยังเขาเทพพยากรณ์ ในที่สุดเฉินซีก็เข้าใจว่าทำไมอู๋เซวี่ยฉานจึงสามารถตามหาเขาได้
ปรากฏว่าเมื่อตระกูลกงเหย่ได้ร่วมมือกับกองกำลังอื่น ๆ เพื่อส่งจ้าวเอกภพทั้งสิบสองคนมายังที่นี่ อู๋เซวี่ยฉานก็สังเกตเห็นทั้งหมด
ท้ายที่สุดแล้ว มันเป็นปฏิบัติการที่ดำเนินการโดยกองกำลังชั้นยอดจำนวนมากของเอกภพจักรวรรดิ และพวกมันก็ยังส่งจ้าวเอกภพทั้งสิบสองคนออกไปด้วย!
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ จึงเป็นเรื่องยากที่จะไม่ดึงดูดความสนใจของผู้อื่น
บางทีมันอาจไม่ได้มีความหมายที่พิเศษอะไรสำหรับคนอื่น และยังไม่ใช่สิ่งที่ควรค่าแก่การสนใจเกินไป อย่างไรก็ตาม เมื่ออู๋เซวี่ยฉานได้ยินข่าวนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเขาสามารถระบุตัวตนของกองกำลังชั้นยอดเหล่านั้น เขาเริ่มให้ความสนใจกับมันทันที
เพราะอู๋เซวี่ยฉานจำได้ชัดเจนว่า ครั้งที่เฉินซีกลับมาจากซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ เขาได้รับความทุกข์ทรมานจากการกดขี่ของกองกำลังชั้นยอดเหล่านั้น
เหตุผลนี้ง่ายมาก เฉินซีได้สังหารมหาเทวาวิญญาณจำนวนมากในซากโบราณสถานรกร้างหมานกู่ เช่น ลั่วฉ่าวหนง กงเหย่เจ๋อฟู คุนอู๋ชิง ตี้จวิน และจินชิงหยาง ดังนั้นเมื่อเขาสังเกตเห็นว่ากองกำลังเหล่านั้นได้รวมตัวกันอีกครั้ง มันก็กระตุ้นความสงสัยของอู๋เซวี่ยฉานทันที
ต่อมา ในขณะที่เขากำลังสืบสวนเรื่องนี้ เขาได้สังเกตเห็นว่า มหาเทพเต๋าแห่งตระกูลกงเหย่ กงเหย่เจิ้งเดินทางออกจากตระกูล อู๋เซวี่ยฉานจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ชอบมาพากล
หลังจากนั้น เมื่อเขาพบว่ากงเหย่เจิ้งตั้งใจที่จะฆ่าศิษย์น้องเล็กของเขาจริง ๆ อู๋เซวี่ยฉานที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็เลือกที่จะโจมตีอย่างดุเดือดอย่างเด็ดเดี่ยว ซึ่งทำให้กงเหย่เจิ้งไม่ทันระวังตัว และสังหารกงเหย่เจิ้งในรวดเดียว!
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประทับใจเล็กน้อย เขาไม่แปลกใจที่อู๋เซวี่ยฉานฆ่ากงเหย่เจิ้ง แต่เขาแปลกใจที่ศิษย์พี่ใหญ่สังเกตเห็นความผิดปกติ และสามารถช่วยเหลือเขาได้ทันเวลา
นี่ไม่ได้หมายความว่าศิษย์พี่ใหญ่ของเขาเป็นกังวลต่อการหายตัวของเขามาตลอดหรอกหรือ? มิฉะนั้น คงเป็นไปไม่ได้ที่จะอู๋เซวี่ยฉานจะใส่ใจถึงเพียงนี้
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเฉินซีถึงประทับใจ
…
เขาเทพพยากรณ์
ทิวทัศน์ของที่นี่ก็ยังคงเหมือนเดิม ภูมิทัศน์เงียบสงบและงดงาม อีกทั้งยังปกคลุมไปด้วยกลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจยาวแรงไม่รู้จบ เมื่อได้ก้าวเข้าสู่นิกายอีกครั้ง หลังจากผ่านไปหลายร้อยปี หากเป็นไปได้ เขาก็อยากจะอยู่ในนิกายตลอดไป น่าเสียดายที่เขาแบกภาระหลายอย่างมากเกินไป ดังนั้นจึงได้แต่จินตนาการในใจเท่านั้น
เมื่อเฉินซี อู๋เซวี่ยฉาน และถูเมิ่งเพิ่งมาถึงยอดเขาเทพพยากรณ์ พวกเขาก็ได้ยินเสียงแหลมดังก้องมาจากระยะไกล
หลังจากนั้น นกสีขาวที่สวยงามอย่างยิ่งก็กระพือปีกทะยานเข้ามา มันร่อนลงตรงหน้า ขณะจ้องมองเฉินซีและกล่าวอย่างภาคภูมิ
“เหล่าไป๋ ไม่เจอกันนาน” เฉินซีคลี่ยิ้ม น่าแปลกที่นกสีขาวคือเหล่าไป๋ที่ถูกเรียกว่า ‘นายเหนือสิ่งอื่นใด’
“ฮึ่ม! เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ร้อยปี มันก็เหมือนกับชั่วพริบตาสำหรับข้า” เหล่าไป๋แค่นเสียงเย็นอย่างเย่อหยิ่ง เขาเป็นเช่นนี้อยู่เสมอ ทั้งก้าวร้าวและไร้ความเมตตา ทั้งยังชอบวางตัวเหมือนผู้อาวุโส
เฉินซีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นว่าเหล่าไป๋ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด
เหล่าไป๋ก็เริ่มหัวเราะเช่นกัน จากนั้นเขาก็กระพือปีกและโผทะยานทะลุหมู่เมฆ และตะโกนด้วยเสียงอันแหลมคม “เร็วเข้า! รีบมาดูนี่! เฉินซีกลับมาแล้ว!!!”
เสียงของเหล่าไป๋ดังก้องไปทั่วโลก
“ใครนะ?”
“เฉินซี?”
“เขากลับมาแล้วหรือ?”
ในเวลาเพียงชั่วพริบตา ร่างจำนวนมากก็ฉีกท้องฟ้ามาจากทุกทิศทุกทาง น่าแปลกที่มันเป็นศิษย์พี่สามเที่ยอวิ๋นไห่ ศิษย์พี่สี่ปราชญ์เฒ่า เยี่ยเหยียน เหวินถิง ฮวาเยี่ยน และคนอื่น ๆ
ถึงขนาดที่ศิษย์หลานของบรรพชนผู้ก่อตั้งคนที่สาม เหวินเต้าเจินก็รีบมา พวกเขาล้วนมีความสุขเมื่อเห็นว่าเฉินซีกลับมา
เฉินซีรู้สึกยินดีอย่างมาก ใบหน้าที่คุ้นเคย ทำให้รู้สึกราวกับได้กลับบ้านในที่สุด
ในคืนนั้นเอง สหายของเฉินซี และศิษย์เขาเทพพยากรณ์ทั้งหมดได้มารวมตัวกัน พวกเขาร่ำสุราและจิบชา พลางคุยถึงประสบการณ์ของพวกเขาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
เมื่อราตรีมาเยือน ดวงจันทร์กลมโตลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า จากนั้นเปล่งแสงเย็นลงมาราวกับม่านอันนุ่มนวล
เฉินซีและคนอื่น ๆ เมามายอยู่ใต้แสงจันทร์ และพูดคุยกันอย่างมีความสุข
เฉินซีได้นำกู่เยี่ยนและอาเหลียงออกมาจากระเบียนแดนมรณะเช่นกัน พวกเขาก็ร่วมพูดคุยกับทุกคนเช่นกัน
โดยส่วนใหญ่แล้ว ยังคงเป็นเฉินซีที่กำลังเล่าอยู่คนเดียว ในขณะที่คนอื่น ๆ นั่งฟังเกี่ยวกับประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาของเขา
อย่างไรก็ตาม เมื่อเฉินซีกล่าวถึงการเข้าสู่ประตูแห่งวันโลกาวินาศ เขาก็ถูกขัดจังหวะโดยอู๋เซวี่ยฉาน ก่อนที่อู๋เซวี่ยฉานจะหันเหไปกล่าวถึงเรื่องอื่น
เฉินซีตระหนักได้ทันที เนื่องเพราะประตูแห่งวันโลกาวินาศเป็นสิ่งต้องห้าม และเขาไม่สามารถกล่าวถึงมันได้ ดังนั้นเขาจึงข้ามส่วนนั้นไป
หลังจากนั้น เฉินซีพบว่าเยี่ยเหยียน เหล่าไป๋ และคนอื่น ๆ ได้รับการปิดด่านบ่มเพาะอยู่ภายในเขาเทพพยากรณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา และใช้ชีวิตอย่างสงบสุข เฉินซีจึงรู้สึกอิจฉาพวกเขาเล็กน้อย