ตอนที่ 1996
บทที่ 1996 ต้นกำเนิดแผนภาพวารีหลาก
October 21, 2026
บทที่ 1996 ต้นกำเนิดแผนภาพวารีหลาก
………………..
บทที่ 1996 ต้นกำเนิดแผนภาพวารีหลาก
เฉินซีส่งสายตาว่างเปล่ามองพื้นที่ข้างหน้า รู้สึกกดดันอยู่บ้าง
บทสนทนาระหว่างตี้ซุน เหวินเต้าเจิน และอู๋เซวี่ยฉานมีแต่คำว่า ‘ตัวแปร’ มันเป็นคำที่ลึกล้ำนัก ทำให้เฉินซีรู้สึกว่าเข้าใจ แต่พอลองคิดดูดี ๆ แล้ว เขากลับไม่ได้เข้าใจอะไรเกี่ยวกับมันเลย
พวกเขาหมายความว่าอย่างไรที่ว่าสังสารวัฏปรากฏขึ้นแล้ว วันโลกาวินาศก็ใกล้จะมาถึง? หรือว่าความวิบัติที่อาจมาจากหลังประตูแห่งวันโลกาวินาศอย่างไรก็จะลงมาสู่แดนเทพโบราณอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้งั้นเหรอ?
หากเป็นเช่นนั้น หรือว่าสุดท้ายยุคนี้ก็จะถูกทำลายไปเช่นกัน?
เฉินซีไม่อาจรู้ได้เลย
ตอนที่พวกเขาบอกว่ามีหลายตัวแปรมันหมายความว่าอย่างไรกัน หมายความว่ามีหลายผลลัพธ์หรือ? ที่บอกว่าจากนี้ต่อไปคงไม่อาจล่วงรู้ความลับสวรรค์ได้หมายความว่าอย่างไรกัน?
หรือว่าตัวแปรที่พวกเขาพูดถึงจะเกี่ยวข้องกับเต๋าแห่งสวรรค์?
เฉินซียังคิดไม่ออก
ดังนั้นในระหว่างที่ตี้ซุน เหวินเต้าเจิน และอู๋เซวี่ยฉานคุยกันอยู่นั้น เฉินซีจึงได้แต่ฟังเงียบ ๆ ไม่ได้พูดอะไร
แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขามั่นใจอยู่เรื่องหนึ่ง นั่นคือปรมาจารย์แห่งเขาเทพพยากรณ์ ฝูซีนั้นยังมีชีวิตอยู่!
เฉินซีถึงกับเดาได้ราง ๆ ว่าสาเหตุที่ฝูซีหายตัวไปอาจจะเกี่ยวข้องกับการตามหาความลับแท้จริงมหาวิถีแห่งเต๋าก็เป็นได้
…
เวลาผ่านไปหนึ่งก้านธูป เฉินซีที่มีคำถามอยู่เต็มอกก็ติดตามอู๋เซวี่ยฉานไป จนกระทั่งเขาบอกลาตี้ซุนกับเหวินเต้าเจิน แล้วออกจากแดนซ่อนเร้นไป
พอเดินออกมาข้างนอก ท้องฟ้าก็กระจ่าง รอบข้างวุ่นวาย บรรยากาศดูเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทำให้เฉินซีรู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น
“ศิษย์น้องเล็ก เจ้าคงจะยังมีคำถามอยู่อีกมาก แต่เรื่องที่อาจารย์ลุงของเราคิดนับว่าคลุมเครือเกินไป อีกทั้งตอนนี้ยังไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าแต่อย่างไร ดังนั้นเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก” เฉินซียังไม่ทันได้อ้าปากถาม อู๋เซวี่ยฉานก็เป็นฝ่ายอธิบายก่อนเสียแล้ว “แต่ข้าช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับแผนภาพวารีหลากบางข้อของเจ้าได้”
เฉินซียังคงเงียบงันอยู่ จากนั้นก็พยักหน้ายิ้มแล้วกล่าวขึ้นมา “ก็ได้”
ทั้งสองเดินไปด้วยกันตามทางเดินขรุขระขึ้นเขา บรรยากาศเงียบสงบ ไม่ได้รู้สึกกดดันเหมือนอย่างตอนพูดคุยกับตี้ซุนและเหวินเต้าเจิน
“ศิษย์พี่ใหญ่ แผนภาพวารีหลากเป็นสมบัติอะไรกันแน่?” เฉินซีคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนถามคำถามที่ง่ายที่สุดออกมา แต่มันก็เป็นคำถามที่ยากจะตอบที่สุดเช่นกัน
ในอดีต เฉินซีไม่เคยมานั่งคิดว่าแผนภาพวารีหลากมาจากไหน ทำไมถึงลึกลับขนาดนี้ได้
เขาเพียงแค่รู้ว่าแผนภาพวารีหลากเคยทำให้เทพและอสูรต่อสู้กันในสามภพเมื่อหลายปีก่อน ทำให้เกิดความวิปโยคนองเลือดอยู่นาน
ภายหลังพอได้มันมาอยู่ในครอบครอง เขาก็เห็นว่ามันลึกลับมาก ไม่เพียงแต่จะมีความลับน่าตกตะลึงมากมายซุกซ่อนอยู่ มันยังมีความแข็งแกร่งเกินคาดอยู่ด้วย
เส้นทางการบ่มเพาะพลังหลังจากนั้น แผนภาพวารีหลากก็ตื่นขึ้นมาอยู่หลายครั้ง คอยช่วยเฉินซีไว้ในจังหวะจวนตัวก็หลายหน
พอกลับมาจากแดนวิปโยค เฉินซีจึงเข้าใจว่าแผนภาพวารีหลากมีมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม รั้งอยู่มาจนถึงมาเก้ายุคสมัยแล้ว!
เป็นเรื่องน่าตกใจยิ่ง
ที่น่าตกใจที่สุดสำหรับเฉินซีคือการล่มสลายของทุกยุคล้วนเกี่ยวข้องกับผู้ช่วงชิงคนที่เก้าของยุคนั้น ๆ ที่สำคัญคือ ผู้ช่วงชิงเหล่านั้นล้วนมีแผนภาพวารีหลากเพื่อใช้เปิดประตูแห่งวันโลกาวินาศกันทั้งสิ้น
ทั้งหมดนี้ทำแผนภาพวารีหลากยิ่งดูลึกลับกว่าเก่า ทำให้ฉินซีเริ่มครุ่นคิดเกี่ยวกับคำถามเหล่านี้มากขึ้น อยากรู้ว่าต้นกำเนิดที่แท้จริงของแผนภาพวารีหลากคือเมื่อใดกันแน่!
อู๋เซวี่ยฉานได้ยินคำถามนี้แล้วก็อึ้งไป จากนั้นก็ถอนใจออกมาหลังผ่านไปชั่วอึดใจหนึ่ง “ข้าเองก็อยากรู้คำตอบเช่นกัน สมัยอาจารย์ยังอยู่ ข้าได้ยินเขาบอกว่าแผนภาพวารีหลากคงจะเกิดมาจากความวิบัติแห่งสามภพ อาจจะถือกำเนิดขึ้นมาก่อนความวิบัติแห่งสามภพเสียอีก ส่วนเมื่อไหร่นั่น ท่านอาจารย์เองก็ไม่อาจคาดเดาได้”
“ความวิบัติแห่งสามภพ?” เฉินซีอึ้งไป เท่าที่เขารู้ ช่วงเวลาก่อนเกิดภพเซียน ภพมนุษย์ และยมโลกขึ้นมาก็คือยุคแรกกำเนิด ตอนนั้นสามภพยังไม่ถือกำเนิด ทั้งโลกมีเพียงโลกเดียว ตอนนั้นเรียกว่ายุคแรกกำเนิด
ส่วนยุคก่อนโลกแรกกำเนิดเรียกว่ายุคบรรพกาล เป็นช่วงเวลาของเหล่าเทพอสูรและนักปราชญ์
และที่เก่าไปกว่านั้นก็คือยุคโกลาหล
เป็นยุคที่ทุกสิ่งอย่างเพิ่งเติบโตขึ้นมา ไร้ธรรมชาติไร้ผืนดิน เป็นแดนลึกลับเกินหยั่งถึง!