ตอนที่ 2014
บทที่ 2014 ศึกชิงเหนือ
October 21, 2026
บทที่ 2014 ศึกชิงเหนือ
………………..
บทที่ 2014 ศึกชิงเหนือ
ยังไม่ทันสิ้นเสียงเฉินหลิงคง เฉินซีก็ลุกขึ้นมาแล้ว
เขาสัมผัสได้ว่าสายตาที่มองมามีทั้งความประหลาดใจ ความรังเกียจ เดียดฉันท์ และความกังขา….
แต่ก็ไม่อาจทำลายความตั้งใจของเฉินซีได้ เขายังคงสีหน้าสงบสุขุมไว้ ก่อนจะป้องมือทำความเคารพศิษย์พี่อู๋เซวี่ยฉานกับถังเสียน จากนั้นเขาก็ก้าวเข้าไปหาแท่นบูชา
อาภรณ์พลิ้วไสวยามเคลื่อนกาย สายตาคนรอบข้างขึ้นไปตามเงาร่างเขา เหมือนอยากรู้ว่าเขาจะเป็นคนอย่างไรกันแน่ ไปเอาความมั่นใจเข้าร่วมกันแข่งขันเช่นนี้มาจากไหน
แต่เฉินซีเหมือนไม่สนใจอะไร ตอนนี้เขาสนเพียงแท่นบูชาโบราณและการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้นเท่านั้น!
เขารอวันนี้มานานแล้ว ใช้ทั้งเลือดทั้งเหงื่อและความพยายามมากมาย ดังนั้นครั้งนี้เขาจะไม่มีวันล้มเหลวแน่
มีแต่ต้องทำให้สำเร็จเพื่อที่จะช่วยบิดามารดาจากตระกูลเฉินที่เหมือนเป็นถ้ำเสือต่อหน้าทุกคนให้ได้!
ดังนั้น….
เขาต้องชนะการต่อสู้ครั้งนี้เท่านั้น!
…
“นั่นน่ะหรือเฉินซี? ดูไม่ค่อยเท่าไหร่เลยนะ”
“หึ! ก็แค่ไอ้เด็กคนหนึ่งจากแดนเทพโบราณ แต่คิดผงาดอยากเป็นผู้สืบทอดตระกูลเฉินเรา ประเมินตนเองสูงไปแล้ว!”
“ข้าสงสัยว่าทำไมผู้อาวุโสใหญ่ถึงยอมให้คนนอกอย่างเขาเข้าร่วมด้วย? หรือเพราะว่ามันเป็นทายาทของอาชญากรเฉินหลิงจวินนั่น? แต่ในกายเขาไม่มีเลือดตระกูลเฉินอยู่เลยนะ!”
“ฮ่า ๆ! ไม่ต้องประหลาดใจไปหรอก ไม่ว่าเขาจะด้อยกว่าอย่างไร เขาก็เป็นศิษย์เขาเทพพยากรณ์อยู่ดี ถึงเราไม่ไว้หน้าเขา แต่ก็ต้องไว้หน้าเขาเทพพยากรณ์”
“เหมือนหาเรื่องให้ตัวเองอับอาย!”
“ข้าสงสัยนัก เขาแกร่งขั้นไหนกันแน่? เพราะเขาใช้พลังขอบเขตจ้าวเอกภพสี่ดาราเอาชนะเฉินจืออวี้ที่เป็นจ้าวเอกภพห้าดาราไปได้เมื่อหลายวันก่อน ซึ่งไม่ใช่เรื่องปกติเลย”
“แบบนี้ยิ่งทำให้น่าสนใจไม่ใช่หรือ? หากเขาอ่อนแอเกินไป เราชนะเขาได้เราก็ไม่รู้สึกชนะ แต่เป็นเหมือนตระกูลเฉินรังแกเขาเสียมากกว่า”
ท่าทีของพวกเขาชัดเจน ล้วนแต่เยาะเย้ยถากถางเฉินซี ไม่มีใครเข้าข้างเขาสักคน เหมือนรอดูตัวตลกเดินไปตายเองอย่างไรก็อย่างนั้น
มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่เผยสีหน้าฉงนสงสัย เพราะเท่าที่พวกเขารู้ เฉินซีมีพลังต่อสู้ไม่ด้อยไปกว่าใคร เพราะสามารถเอาชนะเฉินจืออวี้ได้
แต่ก็แค่สงสัยว่าเฉินซีจะรั้งอยู่ในการแข่งขันคัดเลือกทายาทตระกูลได้นานเท่าไหร่เท่านั้นเอง
ส่วนเฉินซีจะชนะหรือไม่พวกเขาไม่คิดใส่ใจ เพราะยอดฝีมืออย่างเฉินเต้าหยวน เฉินชิวสุ่ย และเฉินเซียวอวิ๋นเข้าร่วมการแข่งขันนี้ด้วย เฉินซีย่อมไม่มีโอกาสคว้าชัยชนะมาได้แน่นอน
หรือให้พูดก็คือ พวกเขาสงสัย ดูถูก และเกลียดชังกับการที่เฉินซีเข้าร่วมการแข่งในครั้งนี้ด้วยมาก ถึงจะสงสัยแปลกใจอย่างไร แต่ก็เป็นความสงสัยว่าเหตุใดเฉินซีถึงเข้ามารนหาที่ตายให้อับอายเองแบบนี้ต่างหาก!
คนตระกูลเฉินรู้สึกเช่นนี้ ความคิดความเห็นชัดเจน ด้วยมองว่าถึงเฉินซีจะมาจากเขาเทพพยากรณ์ แต่สุดท้ายก็ยังเป็นคนนอกอยู่ดี!
ในเมื่อคนนอกกล้าอยากได้ตำแหน่งทายาทตระกูลพวกเขา ไม่ใช่ว่าเป็นการรนหาที่ตายอย่างนั้นหรือ?
ทว่าแขกที่รับชมอยู่รอบข้างกลับสงสัยว่าทำไมเฉินหลิงคงถึงยอมให้คนนอกเข้าร่วมการแข่งขันที่จริงจังเช่นนี้ได้
หรือว่าเขาไร้ทางเลือก เพราะเกรงใจอำนาจและอิทธิพลของเขาเทพพยากรณ์งั้นหรือ?
หรือจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ของเฉินซีกับเฉินหลิงจวินที่ตระกูลเฉินกักขังไว้อยู่?
ไม่ว่าเรื่องอะไรก็น่าแปลกทั้งสิ้น เป็นเรื่องที่ทำให้ใครก็ประหลาดใจ
แต่ยิ่งเป็นเช่นนี้พวกเขาก็ยิ่งอยากรู้อยากเห็น อยากรู้ว่าตระกูลเฉินคิดจะทำอะไรกันแน่
…
พริบตาเดียว เฉินซีก็มาถึงแท่นบูชาโบราณ ยืนสบาย ๆ อยู่ท่ามกลางคนตระกูลเฉินอีกสิบห้าคนที่เข้าร่วมการแข่งในครั้งนี้ด้วย
เป็นภาพที่น่าสนใจไม่น้อย เฉินซียืนอยู่เพียงลำพังท่ามกลางคนตระกูลเฉิน แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างเด่นชัด แม้จะไม่รบกวนกัน แต่ก็แข่งขันกันอยู่ในที เหมือนน้ำกับไฟที่อยู่ร่วมกันไม่ได้
เฉินหลิงคงซึ่งยืนอยู่กลางแท่นบูชาทำเป็นไม่ใส่ใจ พอเฉินซีมาถึงแท่นบูชาแล้ว เขาก็ประกาศกฎการแข่งขันด้วยเสียงทุ้มออกมาทันที
“การแข่งขันจะถูกแบ่งออกเป็นสองรอบ”
“รอบที่หนึ่ง จะแข่งกันสี่กลุ่ม ข้าจะเลือกหนึ่งคนจากแต่ละกลุ่มขึ้นมา อีกสามคนในกลุ่มจะเป็นฝ่ายท้าเขาสู้ คนที่รั้งอยู่จนจบจะได้ไปต่อในการแข่งขันรอบที่สอง”
พูดจบ เฉินหลิงคงก็โบกมือ
ได้ยินเสียงดังลั่นสี่ครั้งดังขึ้นไล่กัน ลานประลองสี่แห่งปรากฏขึ้นบนแท่นบูชาโบราณ