ตอนที่ 2136
บทที่ 2136 ความกลัว
October 21, 2026
บทที่ 2136 ความกลัว
………………..
บทที่ 2136 ความกลัว
สีหน้าเยือกเย็นเฉยชาของเฉินซีไร้สัญญาณผ่อนคลายยามเห็นเค้าร่างค่ายที่มั่นค่อย ๆ เผยขึ้นตรงหน้า
กลับกัน คิ้วของเขากลับขมวดแน่นกว่าเก่า ขณะที่ใบหน้าหล่อเหลาอันซีดเซียวเล็กน้อยนั้นปรากฏสัญญาณซีดลงอีก
ราวกับกำลังฝืนทนความเจ็บปวดบางอย่างในกาย
พรวด!
ยามมาถึงค่ายที่มั่น เฉินซีก็อดกลั้นกระอักโลหิตคำโตมิได้ ทั่วร่างของเขาสะท้านเทิ้ม
โดยเฉพาะพลังชีวิตอันดูเสถียร ทว่ากลับเผยสัญญาณอันตรายเจียนรวนเร
เฉินซีสูดหายใจลึก ฝืนสะกดพลังอันปั่นป่วนรุนแรงในกาย ขณะที่เขากำลังจะไหวกายเคลื่อนสู่ตำหนักของตน จู่ ๆ สายตาก็ตวัดมองไปด้านข้างราวสังเกตเห็นบางสิ่ง
วูบ!
ขณะเดียวกันนั้นเอง สองบุคคลก็ปรากฏขึ้นจากอากาศธาตุ หนึ่งชายหนึ่งหญิง ปรากฏว่าพวกเขาก็คือเหลิ่งซิงหุนและเต๋าอู๋ซวง!
สีหน้าของเหลิ่งซิงหุนเย็นชาเฉยเมยไม่แปรเปลี่ยน ทว่าสายตายามมองมานั้นดูพิกลเล็กน้อย มันดูแฝงความประหลาดใจ เวทนา และจิตสังหารจาง ๆ
ข้างกันนั้น เต๋าอู๋ซวงฉีกยิ้ม ดวงตากระจ่างพินิจเฉินซีอย่างใคร่รู้ ราวกำลังพยายามยืนยันบางสิ่ง
เฉินซีหรี่ตาลง เขามิคาดว่าจะได้มาเผชิญเหลิ่งซิงหุน อริเก่าในเวลาเช่นนี้!
ไม่สิ ควรเรียกว่า ‘ร่างที่ก่อใหม่’ มากกว่า
ระหว่างมาเข้าร่วมศึกผู้พิทักษ์วิถี ศิษย์พี่ใหญ่ของเขาอู๋เซวี่ยฉานเคยบอกไว้ ว่าเหลิ่งซิงหุนตายไปแล้วจริง ๆ เหลิ่งซิงหุนในขณะนี้เป็นเพียงตัวตนที่เจ้านิกายอำนาจเทวะสร้างขึ้นใหม่ด้วยเคล็ดวิชา และมีเพียงความทรงจำทั้งหมดของเหลิ่งซิงหุนก่อนตายเท่านั้น
เห็นได้ชัดว่าเหลิ่งซิงหุนและเต๋าอู๋ซวงมาถึงค่ายที่มั่นนานแล้ว พวกเขากระทั่งได้ประจักษ์การต่อสู้เมื่อครู่ชัดถนัดตา
ยามนี้ ในเมื่อทั้งสองมาปรากฏต่อหน้ากะทันหัน ก็เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มาดี!
ทันใดนั้น เหลิ่งซิงหุนก็ปรบมือชื่นชม “อัศจรรย์ กระทั่งข้ายังมิคาดคิดเลยว่า ไม่เพียงเจ้าจะรอดการรุมโจมตีของสี่ทายาทศักดิ์สิทธิ์สูงสุดมาได้ง่าย ๆ แต่กระทั่งฉวยโอกาสฆ่าได้ถึงสอง ผลงานศึกเช่นนี้พิจารณาได้แล้วว่าไร้ใดเปรียบปานในโลกหล้า”
คำชมจากศัตรูไม่เคยถือเป็นจริงเป็นจังได้ เนื่องด้วยมันอาจเป็นเพียงการแค่นขอด
เฉินซีทำเพียงชำเลืองเหลิ่งซิงหุน ก่อนจะกล่าวอย่างเฉยชา “เจ้าก็ฉวยโอกาสได้ไม่เลว นี่คือยามที่ข้าอ่อนแอที่สุด บางทีหากลงมือยามนี้ ก็อาจมีโอกาสฆ่าข้าได้จริง ๆ”
ประกายเฉิดฉายเรืองรองในสายตาเหลิ่งซิงหุน เขาดูประหลาดใจ แต่ก็กระเหี้ยนกระหือรือ และสุดท้ายก็ขมวดคิ้วอย่างอดมิได้ “นี่เจ้าพยายามหลอกข้า?”
เฉินซีไหวไหล่ “โอกาสมีเพียงหน เชิญลองพิสูจน์ได้ตามสบาย”
กล่าวจบ เฉินซีก็ไม่ให้ความสนใจเหลิ่งซิงหุนและเต๋าอู๋ซวงอีก และเดินมุ่งตรงสู่ค่ายที่มั่น สีหน้าไร้การเปลี่ยนแปลงแต่ต้นจนจบ
เขากระทั่งอดกระอักไอรุนแรงอยู่สองสามหนมิได้ยามเหยียบย่างเข้าค่ายที่มั่น โลหิตหนึ่งสายหลั่งรินจากมุมปาก
ดวงตาของเหลิ่งซิงหุนวูบไหวเรืองจ้า หัวใจคละคลุ้งไปด้วยจิตสังหาร เขารู้ว่ายามนี้คือโอกาสอันเลิศล้ำสูงสุดในการฆ่าเฉินซี ใครจะรู้ว่าหากปล่อยโอกาสนี้หลุดลอย โอกาสต่อไปจะมายามใด
ทว่า….
เจ้านี่อยู่ในสภาวะอ่อนแอที่สุดแล้วจริง ๆ หรือ?
เหลิ่งซิงหุนหาแน่ใจไม่
เมื่อนานมาแล้วในแดนรวนเรลืมเลือน เขาเคยตกตายอย่างอนาถด้วยมือเฉินซีเนื่องด้วยประเมินอีกฝ่ายต่ำไป ดังนั้นนับแต่ถูก ‘ก่อร่างขึ้นใหม่’ เขาก็ถือเฉินซีเป็นศัตรูสูงสุดในชีวิตของตนมาโดยตลอด มิกล้าประมาทเฉินซีแม้เพียงน้อย
ประกอบกับที่เขาเพิ่งได้เห็นเฉินซีฆ่าทายาทศักดิ์สิทธิ์สูงสุดไปสอง และบีบให้ต้องหนีไปอีกสองมากับตา เหลิ่งซิงหุนจึงยิ่งแน่ใจว่าตนมิได้ระแวงเกินเหตุไปเอง เพราะอำนาจต่อสู้ของเฉินซีท้าทายสวรรค์เกินไปจริง ๆ
ทว่ายามนี้ เฉินซีดูอ่อนแอ บาดเจ็บสาหัสยิ่งจนเห็นได้ชัด และนี่คือโอกาสฆ่าเฉินซีที่ดีที่สุด เหลิ่งซิงหุนจึงลังเลว่าควรลองดีหรือไม่!
เหลิ่งซิงหุนสับสนในใจอย่างสุดขั้ว เมื่อถึงยามต้องโจมตีเฉินซีจริง ๆ เขาพลันสังเกตเห็นว่าแท้จริง แม้จะเผชิญเฉินซีผู้ดูสุดอ่อนแอ ตัวเขากลับมิได้มั่นใจเต็มที่เลย!
ทำไมกัน?
หรือเงาแห่งความครั่นคร้ามหวาดกลัวต่อเฉินซีจะหยั่งรากฝังไว้ในส่วนลึกหัวใจแล้ว?
ทั้งหมดนี้ใช้เวลาสาธยายเนิ่นนาน ทว่าแท้จริงเกิดขึ้นเพียงพริบตา ทุกสิ่งที่ว่ามานั้นประดังสู่หัวใจเหลิ่งซิงหุนพร้อมเพรียงกัน จนใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์เริ่มแปรเปลี่ยนไปอย่างเกินอ่าน
“หากเรายังอยู่เฉย เราจะพลาดโอกาสไปนะ!” เต๋าอู๋ซวงเอ่ยปาก คิ้วขมวดเป็นปม นางเหมือนจะงุนงงจากท่าทีอ้ำอึ้งของเหลิ่งซิงหุนในขณะนี้ เพราะตลอดมา นางไม่เคยเห็นอาการเช่นนี้ของเขาเลย
“ข้า….” เหลิ่งซิงหุนมองไล่หลังเฉินซีซึ่งกำลังเคลื่อนจากไปไกลขึ้นทุกขณะ เส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผาก สีหน้าปรากฏความสับสน
“พอแล้ว! ในเมื่อเจ้าไม่คิดจู่โจมล้างแค้นเอง ข้าก็จะจัดการเขาให้เจ้าเอง” กล่าวจบ ใบหน้าจิ้มลิ้มเปี่ยมเสน่ห์ของนางก็แปรเปลี่ยนเป็นขึงขัง ปลายนิ้วเรียวขาวมีจิตสังหารอัดแน่นพลุ่งพล่านเคลื่อนพัน