ตอนที่ 835
บทที่ 835 ทักษะพิเศษ
October 21, 2026
บทที่ 835 ทักษะพิเศษ
บทที่ 835 ทักษะพิเศษ
หญิงสาวสวมชุดสีม่วงที่มีลวดลายกลีบดอกไม้กระจัดกระจาย ไหล่ของนางบอบบาง เข้ากันได้ดีกับเอวบางเรียว และใบหน้าที่ขาวเนียนดั่งหยก นางทั้งงดงาม บริสุทธิ์ และอ่อนโยน ทำให้หญิงสาวดูโดดเด่นยิ่งในขณะที่เดินอย่างสง่างามมาจากทางเดินด้านใน
นางคือหญิงสาวคนนั้น หลิงชิงโม่ที่เฉินซีจำได้ว่าเป็นหญิงสาวที่ขี้หลงขี้ลืมและมีอารมณ์รุนแรง
ดูเหมือนนางจะหงุดหงิดเล็กน้อย และคิ้วที่ดำสนิทก็ขมวดเข้าหากัน หญิงสาวเม้มปากน้อย ๆ ขณะที่พึมพำเรื่องแปลก ๆ ระหว่างเดิน “จะมีประโยชน์อันใดในการเฝ้าดูกลุ่มคนขี้โม้ มันน่าเบื่อมาก…”
เมื่อนางเดินผ่านเฉินซี ร่างของหญิงสาวก็พลันหยุดชะงักไป ก่อนที่หลิงชิงโม่จะเอียงคออย่างประหลาดใจ และอดไม่ได้ที่จะร้องออกเมื่อเห็นรูปลักษณ์ของชายหนุ่มอย่างชัดเจน “เป็นเจ้านั่นเอง!”
เฉินซีพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เราเจอกันอีกแล้ว”
ในขณะนี้ ประตูห้องรับรองพิเศษเลียบริมทางเดินด้านในก็เปิดออกอย่างกระทันหัน เป็นนักพรตเต๋าหลิงผมหงอกที่เดินออกมา ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองหลิงชิงโม่ และใบหน้าของเจ้าตัวก็มืดมนทันทีขณะเอ่ยคำตำหนิ “ชิงโม่! การที่เจ้าออกมาเช่นนี้ มันไม่เหมาะสมยิ่งนัก!”
ใบหน้าเรียวเล็กของหลิงชิงโม่มืดมนลง จากนั้นนางก็ดึงแขนเสื้อของเฉินซี และพูดกับนักพรตเต๋าหลิงว่า “ท่านปู่ ดูสิ! นี่คือปรมาจารย์ค่ายกลยันต์อักขระที่ข้าเคยเล่าให้ฟัง เป็นอย่างไรบ้าง เขายังเด็กจริง ๆ ใช่หรือไม่?”
นักพรตเต๋าหลิงกำลังเดินเข้ามาใกล้ และเจ้าตัวก็เป็นต้องตกตะลึงไปเช่นกันเมื่อเห็นเฉินซี หากแต่ไฟแห่งความโกรธกำลังลุกโชนอยู่ในใจ ดังนั้นชายชราจึงเพียงพยักหน้าให้เฉินซีก่อนจะมองไปทางหลานสาว และพูดด้วยสีหน้าเศร้าหมองว่า “มาเถอะ กลับไปกับปู่”
หลิงชิงโม่ส่ายหัวราวรัวกลอง และพูดว่า “ไม่ ไม่! ข้าจะไม่กลับไปแม้ว่าปู่จะฆ่าข้าก็ตาม!”
นักพรตเต๋าหลิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็พลันโกรธเสียจนปากของเขากระตุกเมื่อเห็นหลานสาวทำตัวดื้อรั้น “ถ้าเจ้ายังดื้อรั้นต่อไป ท่านปู่ผู้นี้จะลงโทษเสีย!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออก หลิงชิงโม่ดูราวกับหวาดกลัวยิ่ง หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหูข้างขวาแน่น ก่อนจะกรีดร้องขณะวิ่งหนีเหมือนกวางน้อยที่กำลังหนีด้วยความหวาดกลัว
“พี่ใหญ่ พี่ใหญ่ ช่วยข้าเร็วเข้า ท่านปู่รังแกข้าอีกแล้ว!” หญิงสาวร้องเสียงดังขณะหลบหนี เสียงใสของนางดังก้องไปทั่วทางเดิน
“เจ้ามันอวดดีเกินไป ข้าจะไม่ยกโทษให้เจ้าแน่ไม่ว่าใครจะมาช่วยเจ้าในวันนี้ก็ตาม!” เมื่อเห็นผู้เป็นหลานสาวทำตัวเช่นนี้ ใบหน้าของชายชราพลันกลายเป็นถมึงทึง ก่อนที่นักพรตเต๋าหลิงจะรีบไล่ตามนางไป
ในเวลาไม่นาน ปู่และหลานสาวคู่หนึ่งก็ได้หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
เฉินซีมองดูฉากนี้ด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะถามอย่างอยากรู้อยากเห็นว่า “เซวียนอวิ๋น เหตุใดนางจึงปิดหูก่อนหน้านี้?” การกระทำนั้นแปลกประหลาด และทำให้เขาจดจำมันได้
ผู้ดูแลสาวสวยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจเหตุผล นางปิดปากและหัวเราะคิกคักขณะที่พูดว่า “คุณชาย ท่านจะเข้าใจว่าทำไมหลังจากที่ได้ลองหยิกหูนาง”
ในฐานะผู้หญิง นางจึงเข้าใจว่าหญิงสาวที่มีร่างกายพิเศษจะมีจุดที่บอบบางไม่มากก็น้อย เช่น หู คอ ใต้ซี่โครง… หรือแม้กระทั่งในขอบเขตที่มีสถานที่ส่วนตัวมากกว่านั้น
หากมีใครต้องการจัดการกับผู้หญิงคนนั้น การกำหนดเป้าหมายไปยังจุดที่ละเอียดอ่อนนั้น จะทำให้ได้รับผลที่ไม่คาดคิดและน่าอัศจรรย์ยิ่ง
แน่นอนว่าในฐานะผู้หญิง จุดดังกล่าวถึงเป็นของสงวนอย่างยิ่งและจะไม่เปิดเผยได้ง่าย ๆ โดยปกติแล้ว มีเพียงคู่บำเพ็ญที่สนิทสนมเท่านั้นจึงจะรู้ถึงจุดดังกล่าว…
ดังนั้นเซวียนอวิ๋นจึงไม่สามารถอธิบายให้ชัดเจนได้ มิฉะนั้นจะเป็นการเปิดเผยอีกฝ่ายมากเกินไป
เฉินซีคล้ายเข้าใจบางสิ่งอย่างคลุมเครือ แต่ก็ช่วยไม่ได้ที่แม้เขาจะคุ้นเคยกับผู้หญิงหลายคนในช่วงชีวิตที่ผ่านมา แต่ชายหนุ่มก็เป็นเพียงกระดาษเปล่าในด้านนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจว่าเหตุใดรอยยิ้มของเซวียนอวิ๋นถึงเป็นเช่นนั้น
เฉินซีส่ายหัวและหยุดคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จากนั้นเขาจึงเดินตามเซวียนอวิ๋นมาถึงหน้าห้องรับรองพิเศษในทางเดิน
มีแผ่นทองสัมฤทธิ์แขวนอยู่เหนือประตูห้องรับรองพิเศษ และมีหมายเลขเขียนไว้ ‘007’
…
หลังจากที่เฉินซีเข้าไปในห้องรับรองพิเศษ เขาพลันสังเกตเห็นว่ามันเหมือนโลกที่แตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง มันถูกตกแต่งอย่างหรูหรา ในขณะที่ผังอักขระยันต์แขวนไว้ตรงกลางอย่างโดดเด่น
เมื่อเทียบกับม่านแสงในห้องโถงใหญ่ ม่านของที่นี่กว้างกว่า และเส้นยันต์อักขระที่ไหลอยู่ภายในนั้น ก็ทำให้ดูเหมือนทะเลสาบที่ลอยอยู่กลางอากาศ
ตามข้อมูลที่เซวียนอวิ๋นให้ไว้ ห้องรับรองพิเศษนี้มีเพียงสิบห้องเท่านั้น และมันได้ถูกจัดเตรียมไว้เป็นพิเศษสำหรับผู้บ่มเพาะที่น่านับถืออย่างยิ่ง หรือเพื่อให้ปรมาจารย์ค่ายกลยันต์อักขระใช้งานโดยเฉพาะ ดังนั้นแม้มันจะว่างเปล่า ผู้อื่นก็จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
เฉินซีมองไปรอบ ๆ ห้องรับรองนี้ ก่อนที่ตัวเขาจะหันไปสนใจวัตถุสองชิ้น
อย่างแรกคือเบาะทำสมาธิที่ถักทอจากกิ่งและใบของต้นหม่อนแห่งความว่างเปล่าในยุคบรรพกาล กับพู่กันสีเขียวสดที่เล็กราวนิ้วก้อยและแผ่สัมผัสที่เย็นเยือกออกมา
วัตถุทั้งสองชิ้นนี้ดูไม่ธรรมดาเมื่อมองแวบแรก เฉินซีนั่งขัดสมาธิบนเบาะ และรู้สึกได้ถึงพลังงานที่เย็นสดชื่นที่ไหลเวียนเข้าไปในจิตใจของเขาทันที ทำให้จิตวิญญาณของชายหนุ่มรู้สึกปลอดโปร่งเบาสบาย
เขาหยิบพู่กันยันต์ขึ้นมาและลูบมันเบา ๆ ซึ่งก็ให้ความรู้สึกสบายมากเช่นเดียวกัน
เฉินซีพอใจมาก เขามาที่ห้องโถงใหญ่เพื่อซ่อมแซมค่ายกลยันต์อักขระ ดังนั้นการทำเช่นนี้ในห้องรับรองพิเศษ จะช่วยประหยัดเวลาได้มากขึ้นอย่างไม่ต้องสงสัย และเขาจะไม่ต้องกังวลว่าจะถูกรบกวนจากผู้อื่น
“คุณชาย ม่านแสงนี้แตกต่างจากม่านในห้องโถงใหญ่ มันสามารถแสดงค่ายกลยันต์อักขระที่เสียหายทั้งหมดที่อยู่ภายในหอคอยยันต์อักขระนี้ และท่านสามารถเลือกได้ว่าจะซ่อมแซมค่ายกลส่วนใดก่อน” เซวียนอวิ๋นอธิบายจากด้านข้างด้วยเสียงที่แผ่วเบา “กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ คุณชายสามารถเลือกค่ายกลอักขระยันต์ทั้งสามพันหกร้อยแห่งในห้องโถงใหญ่เพื่อทำการซ่อมแซมได้เจ้าค่ะ”
เฉินซีพูดด้วยความประหลาดใจ “จะเป็นอย่างไรหากค่ายกลอักขระยันต์ที่ข้าเลือก เป็นอันเดียวกับที่เหล่าผู้บ่มเพาะในโถงใหญ่เลือกเช่นกัน”
เซวียนอวิ๋นยิ้มเบา ๆ “คุณชายจะได้รับความสำคัญกว่าแน่นอนเจ้าค่ะ”
เฉินซีพยักหน้า จากนั้นเขาก็ไม่พูดอะไรอีกในขณะที่มุ่งความสนใจไปยังม่านแสงเบื้องหน้า
เซวียนอวิ๋นถอยไปยืนด้านข้างเงียบ ๆ เมื่อนางเห็นสิ่งนี้ จากนั้นหญิงสาวจึงนั่งขัดสมาธิบนพื้น และตราบใดที่เฉินซีมีคำสั่ง นางก็จะดำเนินการทันที ซึ่งนี่เป็นสิทธิพิเศษที่มีเฉพาะแขกผู้มีเกียรติในห้องรับรองพิเศษเท่านั้นที่จะได้รับ
ม่านแสงนี้เป็นเหมือนน้ำตกที่มีโครงสร้างของค่ายกลยันต์อักขระอยู่อย่างหนาแน่น ดั่งสายน้ำไหลที่มิอาจคำนวณหาต้นปลาย