ตอนที่ 1146
บทที่ 1148 ท่องเที่ยวในแดนหิมะ
October 22, 2026
บทที่ 1148 ท่องเที่ยวในแดนหิมะ
ผู้หญิงสามคนก็สร้างละครได้แล้ว นับประสาอะไรกับผู้หญิงแปดคน?!
ฉินเฟิงทำเป็นไม่ได้ยิน มุ่งทำงานตรงหน้าต่อไป แท้จริงแล้วในใจเขาก็กังวลอยู่ไม่น้อย
นับแต่กลับมายังเมืองหลวงชีวิตก็แสนจะสุขสบายเหลือเกิน
หลิ่วหงเหยียนปากร้ายแต่ใจดี แม้ปากจะด่าฉินเฟิงว่าเป็นอกตัญญูไร้น้ำใจ แต่ความจริงแล้วกลับทะนุถนอมฉินเฟิงราวกับไข่ในหิน
จะพูดว่าเป็นการ ‘ยื่นมือรอรับเสื้อผ้า อ้าปากรอรับอาหาร’ ก็ไม่เกินจริงแต่อย่างใด
หลังตรุษจีน ฉินเฟิงจะต้องจากลาเมืองหลวง
เขาอยากพาบรรดาสตรีไปยังดินแดนทางใต้ด้วยกัน แต่พอคิดอีกที ก็ต้องล้มเลิกความคิดบ้า ๆ นี้
เพราะจุดศูนย์กลางของสงครามครั้งนี้ อยู่รอบเมืองกูซู
พูดตรง ๆ ก็คือการไปรบถึงหน้าประตูบ้านของผู้อื่น ฝ่ายตรงข้ามย่อมได้เปรียบในทุกด้าน หากรู้ตำแหน่งที่อยู่ของครอบครัวฉินเฟิง
อีกทั้งหลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งมีสถานะพิเศษเกินไป ฝ่ายตรงข้ามต้องทุ่มสุดกำลังเพื่อโจมตีครอบครัวของฉินเฟิงอย่างแน่นอน
ฉินเฟิงไม่มีทางนำครอบครัวไปเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องแยกจากกัน แต่ว่าหลี่เซียวหลานและจิ่งเชียนอิ่งต่างก็ตั้งครรภ์แล้ว หากถึงเวลาคลอด ฉินเฟิงไม่ได้อยู่เคียงข้าง
ไม่ต้องพูดถึงความรู้สึกของหญิงทั้งสอง แม้แต่ฉินเฟิงเองก็ไม่อาจให้อภัยตัวเองได้
ดังนั้นแผนการในตอนนี้มีเพียงวิธีเดียว คือต้องจบศึกให้เร็วที่สุด
ต้องจัดการสงครามทางใต้ให้เสร็จสิ้นก่อนที่หญิงทั้งสองจะคลอด และรีบกลับมาให้ทัน
แต่ว่าเรื่องนี้จะง่ายได้อย่างไร?
ขณะที่ฉินเฟิงกำลังรู้สึกจนปัญญา เสียงร้องไห้ครวญครางดังขึ้นมาดึงดูดความสนใจของเขา
ฉินเฟิงวางเนื้อย่างในมือลง ลุกขึ้นยืนมองไปทางต้นเสียง
เห็นว่าห่างออกไปจากริมทะเลสาบราวหลายสิบก้าว มีคนกลุ่มหนึ่งกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่
ไม่นานร่างบางร่างหนึ่งก็วิ่งออกมาจากกลุ่มคน มุ่งหน้ามาทางนี้
พอมองดูให้ชัด ดูเหมือนจะเป็นเด็กสาวอายุราวสิบกว่าปี
แต่วิ่งได้ไม่กี่ก้าว ก็ถูกอีกฝ่ายไล่ตามทัน ถีบจนล้มลงกับพื้น
ฉินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ส่งสัญญาณทางสายตาให้ฉินเสี่ยวฝู
ฉินเสี่ยวฝูนั้นเหมือนพยาธิไส้เดือนในท้องของฉินเฟิงไม่จำเป็นต้องพูดอะไร ก็รู้ความคิดของฉินเฟิงจึงก้าวเดินออกไปทันที
ไม่นานนัก เมื่อฉินเสี่ยวฝูกลับมา ก็ถอนหายใจยาว
“คุณชายขอรับ พ่อค้าแถวนี้จับโจรได้สองคน กำลังสั่งสอนอยู่ขอรับ”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนั้น ฉินเฟิงไม่สนใจเรื่องนั้นอีก ก้มหน้าย่างเนื้อต่อไป
ฉินเฟิงแสดงฝีมือการทำอาหารออกมาเต็มที่ ย่างเนื้อเสียบไม้จนเสียงดังฉ่า ๆ วางลงบนจาน แล้วให้คนรับใช้นำไปส่งที่รถม้า
ฉีหยางจวิ้นจู่ยิ้มแล้วพูดหยอกล้อ
“ฉินอ๋องแห่งต้าเหลียงถึงกับมาทำงานรับใช้เช่นนี้ หากเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อ”
เสี่ยวเซียงเซียงวางจานไว้ตรงกลางรถม้า เพื่อให้คุณหนูและนายหญิงทั้งหลายได้ลิ้มลอง
พร้อมกับส่ายหน้าอย่างจนใจ “คุณชายเป็นเช่นนี้เสมอเจ้าค่ะ”
“แม้จะมีชาติกำเนิดสูงส่ง แต่งานสกปรกและงานหนัก ล้วนลงมือทำเอง ไม่เคยให้ผู้อื่นมายุ่งเกี่ยว”
“บางครั้งพวกข้าทนดูไม่ได้ อยากจะเข้าไปช่วย ก็มักจะถูกคุณชายไล่ออกมา”
“คุณชายบอกว่า งานหยาบและงานหนักเช่นนี้ สมควรให้บุรุษเป็นผู้ทำ”
“สตรีก็มีงานที่สตรีควรทำ”
เมื่อได้ยินคำพูดเช่นนั้น สายตาที่ฉีหยางจวิ้นจู่มองไปที่ฉินเฟิงยิ่งรู้สึกน่าสนใจ