ตอนที่ 1194
บทที่ 1196 อู๋เหอลี่อีกแล้ว
October 22, 2026
บทที่ 1196 อู๋เหอลี่อีกแล้ว
ฉินเฟิงโกรธจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เขาได้กำชับซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ทหารทุกนายระมัดระวังและห้ามมีเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวบ้านเกิดขึ้นอีก
แต่ผลคือยังไม่ทันได้หายใจหายคอ ข่าวร้ายก็มาถึงอีกครั้ง และครั้งนี้หมู่บ้านที่ถูกโจมตีกลับเป็นหมู่บ้านใหญ่ที่มีชื่อเสียงแถบเมืองกูซู
อีกไม่กี่วันข่าวนี้คงสะพัดไปทั่วเมืองกูซู เมื่อถึงเวลานั้น ชาวบ้านในแถบนี้คงขยาดคำว่า ‘ราชสำนัก’ ราวกับเจอเสือร้าย
เมื่อเผชิญกับความโกรธของฉินเฟิงจ้าวเจิ้นไห่ก็มีสีหน้าซับซ้อน
เขาลงจากหลังม้าอย่างเงียบ ๆ แล้วคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าฉินเฟิง
“ที่นี่เป็นเขตปกครองของข้าน้อย”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ฉินเฟิงกลับยิ่งโกรธหนัก จ้าวเจิ้นไห่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกองค่ายเทียนจีนำทัพองครักษ์ค่ายเทียนจีผ่านศึกสงครามนองเลือด และสร้างผลงานมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นหนึ่งในแม่ทัพที่ฉินเฟิงให้ความไว้วางใจเป็นพิเศษ
แต่หลังจากมาถึงแดนใต้กลับปล่อยปละละเลยจนเกิดเหตุการณ์สังหารหมู่ชาวบ้าน เรื่องนี้ไม่อาจให้อภัยได้
ฉินเฟิงไม่เอ่ยอะไรให้มากความ ยกมือรับแส้จากองครักษ์แล้วโยนไปตรงหน้าจ้าวเจิ้นไห่
“คำสั่งทหารต้องเด็ดขาดดั่งหินผา!”
“ข้าเคยบอกไว้แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด หากชาวบ้านในเขตที่รับผิดชอบถูกโจมตี จะต้องลงโทษผู้รับผิดชอบอย่างหนัก”
“ถึงแม้เจ้าจะเป็นขุนพลเก่าข้างกายข้า ก็จะไม่มีการผ่อนปรนให้เด็ดขาด”
ฉินเฟิงเหลือบมองสตรีในหมู่บ้านที่กำลังตะลึงงัน
“หมู่บ้านต้าเถียน มีผู้เคราะห์ร้ายกี่คน?”
ตอนแรกไม่มีใครพูดอะไร พวกนางต่างรู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าควรเชื่อใจท่านอ๋องที่อยู่ตรงหน้าหรือไม่
ในที่สุดหลิวชุ่ยก็ตอบเสียงเบา “อย่างน้อยหนึ่งร้อยยี่สิบคนเจ้าค่ะ”
หนึ่งร้อยยี่สิบคน!
เพียงเพราะการป้องกันที่หละหลวม การรักษาการณ์ที่หย่อนยาน ทำให้ชาวบ้านต้องเสียชีวิตถึงหนึ่งร้อยยี่สิบคน
ฉินเฟิงจ้องมองด้วยสายตาเยียบเย็น “ทุกชีวิตที่ต้องตายในหมู่บ้านต้าเถียน เท่ากับหนึ่งแส้ที่จ้าวเจิ้นไห่ต้องรับ”
พูดจบ ฉินเฟิงหันไปมองหลิ่วหมิงที่ยืนเงียบอยู่ข้าง ๆ “เจ้าเป็นคนลงโทษ!”
หลิ่วหมิงได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าองครักษ์เสื้อแพรในฐานะหัวหน้าสายสอดแนมเขาจะไม่ปรานีแม้แต่น้อย หนึ่งร้อยยี่สิบแส้นี้ จ้าวเจิ้นไห่ต้องตายแน่นอน
เหล่าแม่ทัพนายกองที่อยู่ในที่นั้น ต่างลงจากม้าคุกเข่าขอความเมตตา
“ขอท่านอ๋องโปรดเมตตา ต่อให้เป็นร่างกายที่แข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่อาจทนรับหนึ่งร้อยยี่สิบแส้นี้ได้ขอรับ”
“ด้วยที่จ้าวเจิ้นไห่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับท่าหลายครั้ง แม้ไม่มีความดีความชอบ ก็ยังมีคุณงามความดีที่ได้ร่วมรบเคียงบ่าเคียงไหล่มา ขอท่านอ๋องโปรดลดหย่อนโทษให้เขาด้วยเถิด”
“แม่ทัพจ้าวไม่เคยปล่อยปละละเลยแม้แต่น้อย เขานำพวกข้าลาดตระเวนรอบเมืองกูซู ค้นหาทางลับออกจากเมืองอยู่ตลอด”
“โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นที่หมู่บ้านต้าเทียนครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน”
ท่ามกลางคำวิงวอนของผู้คน แววตาของฉินเฟิงกลับไม่มีทีท่าอ่อนลงแม้แต่น้อย ยังคงเย็นชาอย่างที่สุด
“กฎย่อมเป็นกฎ พวกเจ้ากล้าวิงวอนให้จ้าวเจิ้นไห่ หรือว่าพวกเจ้าได้สมคบคิดกับเขาแล้ว?!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ แม่ทัพสิบกว่านายที่ร่วมวิงวอน ต่างรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งร่าง
ใคร ๆ ก็รู้ว่าฉินเฟิงรังเกียจการจับกลุ่มสมคบคิดที่สุด
การให้รางวัลและการลงโทษนั้นชัดเจน เมื่อทำผิดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นจ้าวเจิ้นไห่ หรือแม้แต่สวีโม่และจ้าวอวี้หลง ฉินเฟิงก็ไม่มีทางละเว้น
การที่พวกเขาวิงวอนให้จ้าวเจิ้นไห่ เท่ากับเป็นการบอกทุกคนว่า แค่มีเส้นสายในกองทัพก็สามารถรอดพ้นจากการลงโทษได้
ในตอนนั้นเอง จ้าวเจิ้นไห่ก็ตะโกนขึ้น “ทุกท่านไม่ต้องวิงวอนแทนข้าอีกแล้ว!”
“เรื่องนี้เป็นความประมาทของข้าเอง สมควรถูกลงโทษ!”