ตอนที่ 510
บทที่ 510 เค้าโครงละครที่คุ้นเคย
October 21, 2026
ตระกูลเฉิน
ในบรรดาห้าตระกูลใหญ่แห่งจิ่นหู ตระกูลนี้จัดอยู่ในอันดับสี่
ฉินเทียนคาดไม่ถึงว่า เป็นพวกเขาที่มาออกหน้าในครั้งนี้
“ให้พวกเขาไปรอที่ห้องโถงใหญ่ เดี๋ยวฉันรีบลงไป ....ช้าก่อน!”
จู่ๆ ฉินเทียนก็รู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ เขาเห็นสามพี่น้องแห่งตระกูลเฉินจากจอมอนิเตอร์นั้น มีท่าทีเคารพนบน้อม แววตามองไปที่รถบิสซิเนทที่อยู่ด้านหลังอย่างไม่ตั้งใจ
หรือว่า ในรถยังมีคนที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ที่ยังไม่ได้ลงจากรถ?
ผู้นำตระกูลเฉินมาด้วยตัวเองอย่างนั้นหรือ?
“ถามชื่อพวกเขามา”
“และก็พวกเขาเป็นตัวแทนของตระกูลเฉิน ใช่หรือไม่?”
“บนรถ ยังมีใครอีกไหม?” เขารีบสั่งให้เจ้าหกไปสอบถามทันที
หลังจากที่เจ้าหกพูดคุยเจรจาแล้ว ก็มีอาวุโสตาบอดลงจากรถมาอีกหนึ่งคน
เมื่อเห็นชายชราคนนี้แล้ว สามพี่น้องนั้นต่างพากันทำความคำนับทักทายและถอยหลังไปด้วยความกลัว เห็นดังนั้นแล้ว ความรู้สึกของฉินเทียนเองก็อดไม่ได้ที่จะเปลี่ยนไป
สัญชาตญาณของเขารับรู้ได้ว่าชายชราคนนี้ไม่ธรรมดา
พอได้ฟังรายงานจากเจ้าหกแล้ว เขายิ่งขมวดคิ้วแน่นขึ้นไปอีก
“พี่เทียน ชายชราคนนี้บอกว่า เขาเป็นตัวแทนของตระกูลเจี่ยง เขาไม่มีชื่อ ให้เรียกเขาว่าตาเฒ่าตาบอด”
“ส่วนสามคนนั้น แซ่เฉิน ให้เรียกว่า เฉินต้า เฉินเอ้อและเฉินซาน พวกเขามีชื่อว่าพญายมสามตา”
ที่แท้ก็เพราะว่า ตระกูลเฉินเพียงตระกูลเดียวน้ำหนักยังไม่มากพอ
ที่แท้เบื้องหลังยังมีตระกูลอันดับสองอย่างตระกูลเจี่ยง หนุนด้วยอีกนั่นเอง
ฉินเทียนดูเหมือนจะเดาออกแล้วว่า ใครเป็นคนแอบอ้างชื่อเขาและฆ่า ปีศาจขาวระหว่างทางเมื่อตอนเย็นของวานนี้
“เชิญพวกเขาไปดื่มน้ำชาที่ห้องโถงใหญ่!”
“เดี๋ยวฉันรีบตามลงไป!”
ตาเฒ่าตาบอดและสามพี่น้องตระกูลเฉินเอากล่องใบใหญ่กล่องหนึ่งมาด้วย ด้านในนั้นเต็มไปด้วยธนบัตรสีสันต่างๆ มากมายเต็มกล่อง
ฉินเทียนแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ “ฉันกับผู้นำตระกูลเจี่ยง และผู้นำตระกูลเฉินไม่เคยเจอกันมาก่อน ทำไมจู่ๆ ถึงส่งของกำนัลชิ้นใหญ่นี้มาหล่ะ?”
“มีคำกล่าวว่าไม่รับสินบนใดๆ ทั้งสิ้น แบบนี้จะให้ฉันยอมรับของพวกนี้ยังไง”
เฉินต้าหัวเราะและพูดว่า “ถึงแกไม่รับ แต่ยังไงก็ต้องรับไป”
“ฉินเทียน แม้ว่าพวกเราจะพึ่งเจอกันเป็นครั้งแรก แต่สิ่งที่แกกับคนของแกทำหลังจากมาถึง จิ่นหูพวกเราล้วนรู้กันอย่างแจ่มแจ้ง”
“แกเอาคนของตระกูลหยางกับตระกูลหม่ามาเล่นเหมือนเป็นลูกไก่ในกำมือ ทำพวกเขาสูญเสียภรรยาและสมุนคนใกล้ชิดไป แกคิดว่าพวกเขาจะยอมปล่อยแกงั้นหรือ?”
“อย่าคิดว่า ตอนนี้พวกเขาไม่มีวิธีจัดการกับแก แกก็เลยอยู่อย่างสุขสบายไร้กังวลสินะ”
“สองตระกูลนี้ รวมกับทรัพย์สินสี่ร้อยถึงห้าร้อยพันล้าน ตราบใดที่พวกเขายังจะจัดการกับแกด้วยทุกวิถีทาง แกลองถามตัวเองนะ ว่าแกจะหนีรอดไปได้ไหม?”
“ขอแค่พวกเขายอมจ่ายเงิน เขาจะซื้อนักฆ่ามืออาชีพได้มากน้อยสักเท่าไร?”
“ครอบครัวของแก แถมยังมีบริษัทของภรรยาแกอีก จะยังอยู่รอดต่อไปได้ไหม?”
สีหน้าของฉินเทียนเคร่งขรึมขึ้น สิ่งที่เขาไม่พอใจที่สุดก็คือ มีคนพูดถึงเรื่องครอบครัวของเขา
“แกหมายความว่าตระกูลเฉินและตระกูลเจี่ยงของพวกแก จะสามารถปกป้องฉันได้อย่างนั้นหรือ”
“เพียงแค่ยินยอมทำให้ตระกูลหยางและตระกูลหม่าขัดใจกับฉัน?”
“ยังไม่ต้องพูดว่าพวกแกมีความสามารถนั้นหรือไม่ ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่า พวกแกทำเพื่ออะไรกันแน่?”
จู่ๆ ชายชราก็บ่นพึมพำขึ้นว่า “ทางใต้นี้อากาศแย่จริงๆ พึ่งจะฤดูใบไม้ผลิ ก็มีแมลงวันเยอะขนาดนี้แล้ว ช่างน่ารำคาญเสียจริง”
พูดพลาง เขาก็โบกมือไปมาอย่างตามใจชอบ
แสงจันทร์สองข้างทางค่อยๆ กะพริบและดับลง มีสองเสียงอันแผ่วเบาลอยมาตามสายลม
ถงชวนรีบตามไปดู อดไม่ได้ที่จะตกใจจนอ้าปากค้าง
ห่างออกไปเพียงสามฟุต แมลงวันสองตัว ถูกเข็มเงินสองเล่มปักเข้ากับเสาหิน
ระยะไกลขนาดนี้ ความบางเบาของเข็มเงินสองเล่มนั้น ไม่เพียงแต่ปักทะลุแมลงวันเท่านั้น แต่ยังปักเข้าไปในเสาหินอีกด้วย
ที่สำคัญกว่านั้น คนที่ปาเข็มนั้นไป เป็นเพียงตาเฒ่าตาบอดคนหนึ่งเท่านั้น
นี้มันกระบวนยุทธอะไรกันแน่นะ?
ไม่เพียงแค่ถงชวนหม่าหงเทาและคนอื่นๆ ที่อยู่ข้างๆ ล้วนแต่ตกตะลึงกันไปหมด พวกเขาถามตัวเองว่า ไม่มีใครทำได้หรอก