ตอนที่ 9
ตอนที่ 9 ระวัง
September 21, 2026
เซวียเจียวเย่ว์เจ็บทั้งมือและแก้ม น้ำตาไหลพรากด้วยความน้อยใจ นางคว้างานปักที่ทำค้างอยู่ครึ่งหนึ่งขึ้นมา แล้วเดินออกไปข้างนอก
“เจียวเย่ว์?”
ที่ประตู เซวียเจียวเย่ว์ชนเข้ากับเซวียซุ่ยชวน
“ตัวเองไม่มีความสามารถ ยังมีหน้ามาร้องไห้! ข้าให้กำเนิดคนโง่เง่าอย่างเจ้าได้อย่างไร!” นางโจวด่าไม่หยุด เซวียเจียวเย่ว์ทนฟังต่อไปไม่ไหว นางไม่ทันได้เรียกพี่ชาย ก็รีบวิ่งหนีไปทั้งน้ำตาอย่างรวดเร็ว
เซวียซุ่ยชวนมองตามหลังน้องสาว แล้วเดินเข้าไปข้างใน ถามว่า “ทะเลาะกันอีกแล้วหรือ”
นางโจวกำลังโมโห เมื่อเขาถาม นางก็พรั่งพรูทุกอย่างออกมาทันที “ก็เพราะน้องสาวที่ไม่เอาไหนของเจ้าน่ะสิ! ข้าลำบากวางแผนเพื่ออนาคตของนาง แต่นางกลับเข้าข้างคนนอก! ดูเอาเถอะ เรียกคนอื่นว่าพี่สะใภ้ได้เต็มปาก อีกไม่กี่วันคงจะเต็มใจไปเป็นบ่าวล้างเท้าให้คนอื่น!”
เมื่อได้ยินคำว่า ‘พี่สะใภ้’ เซวียซุ่ยชวนเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วนั่งลงข้างๆ นางโจว เขาจับมือของนางเบาๆ “เจียวเย่ว์ยังเด็ก ยังไม่เข้าใจอะไรหลายอย่าง ท่านแม่ อย่าได้ถือสากับนางเลย ส่วนพระชายาอ๋องจิ้งของเรา...”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง มุมปากยกยิ้ม “เดี๋ยวลูกไปดูนางสักหน่อย ท่านแม่ ขอป้ายผ่านทางให้ลูกหน่อยสิ”
เรือนนั้นมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด หากไม่มีป้ายผ่านทาง เซวียซุ่ยชวนย่อมเข้าไปไม่ได้
หากยังฝืนจะบุกเข้าไป ดาบในมือองครักษ์เหล่านั้นคงไม่ไว้หน้าเขาแน่
นางโจวขมวดคิ้ว “เจ้าจะไปดูนางทำไม? ไม่ได้!”
ทว่าตลอดหลายชั่วยามที่ผ่านมา ใบหน้าและเรือนร่างอ้อนแอ้นของเสิ่นเย่าได้วนเวียนอยู่ในความคิดของเซวียซุ่ยชวน รบกวนจนหัวใจของเขากระสับกระส่าย มีหรือที่เขาจะยอมแพ้ง่ายๆ
เขาเกลี้ยกล่อมอย่างอดกลั้น “ท่านแม่ ท่านโมโหที่นางไม่ยอมมาคำนับท่านไม่ใช่หรือ ในเมื่อท่านแม่เป็นผู้ดูแลจวน จะลดตัวลงไปหานางได้อย่างไรกัน จะใช้พวกบ่าวไพร่ นางย่อมไม่เห็นอยู่ในสายตา มีแต่ลูกเท่านั้นที่ไปได้ ท่านแม่โปรดวางใจ ลูกรับรองว่าพรุ่งนี้นางจะต้องมาคารวะท่านแม่ด้วยความนอบน้อมแน่นอน!”
……
เสิ่นเย่าคลายมวยผม ถอดปิ่นและเครื่องประดับออก หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จ ก็เตรียมตัวเข้านอน
ชิงเชวี่ยจัดที่นอนเสร็จแล้วก็ก้าวเดินออกไปด้านนอก ไม่ทันไร นางก็ส่งเสียงร้องด้วยความตกใจ
เสิ่นเย่าเร่งฝีก้าวออกไปสองก้าว กำลังจะถามว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
ทันใดนั้น มีเสียงหัวเราะของบุรุษดังมาจากด้านนอก “คุณหนูไม่ต้องตกใจ ข้าน้อยเซวียซุ่ยชวน เป็นลูกพี่ลูกน้องของท่านอ๋อง ข้ามิได้มีเจตนาร้าย ดูสิ นี่คือป้ายผ่านทางของข้า”
เสิ่นเย่าหน้ามุ่ย
ดึกดื่นขนาดนี้ เขามาทำอะไร?
ข้างนอก ชิงเชวี่ยถามด้วยความระแวดระวัง “ดึกดื่นเช่นนี้ ไม่ทราบว่าคุณชายเซวียมาที่นี่ด้วยเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ”
เซวียซุ่ยชวนตอบกลับอย่างอารมณ์ดี “ข้ามีเรื่องสำคัญอยากจะหารือกับพี่สะใภ้”
ชิงเชวี่ยปฏิเสธทันทีโดยไม่ลังเล “พระชายาเข้านอนแล้ว คุณชายเซวียกลับไปก่อนเถอะ”
เซวียซุ่ยชวนกลับดื้อรั้น “เรื่องสำคัญมาก รบกวนแจ้งพี่สะใภ้ด้วย!”
ชิงเชวี่ยยังคงหนักแน่น “ข้ารับใช้พระชายามาตั้งแต่เล็ก รู้ดีว่าเมื่อพระชายานอนหลับไปแล้ว คงปลุกให้ตื่นไม่ได้ง่ายนัก หากคุณชายเซวียมีเรื่องสำคัญจริงๆ โปรดมาแต่เช้าตรู่ในวันพรุ่งนี้ดีกว่าเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงของนางมั่นคง ไม่เปิดช่องให้ต่อความ
เซวียซุ่ยชวนเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วยิ้มอีกครั้ง “ดีละ เช่นนั้นพรุ่งนี้เช้าข้าจะมาใหม่”
ชิงเชวี่ยที่อยู่ด้านนอกรู้สึกโล่งใจ
เสิ่นเย่าที่อยู่ในห้องก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะเดินไปที่เตียง
ทว่าทันใดนั้น มีเสียงกรอบแกรบดังขึ้นมาจากหน้าต่างทางทิศตะวันตก
นางหันไปมองตามเสียง เห็นเงาตะคุ่มกำลังผลักบานหน้าต่าง แล้วปีนเข้ามาจากด้านนอก!
เสิ่นเย่าร้อง ‘แย่แล้ว’ อยู่ในใจ เงาตะคุ่มนั้นก้าวเดินเข้ามาสองก้าว แสงเทียนข้างเตียงส่องให้เห็นใบหน้ากรุ้มกริ่มไร้ยางอายชัดเจน
“พี่สะใภ้โกหกข้าจริงๆ ด้วย”
เสิ่นเย่าไม่มีเวลาคิดมาก รีบร้องเรียกขอความช่วยเหลือทันที แต่ดูเหมือนเซวียซุ่ยชวนจะคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าแล้ว เขาก้าวพรวดพราดเข้ามา แล้วปิดปากนางไว้แน่น “ชู่ว์…”