ตอนที่ 1002
บทที่ 1002 ฮองเฮาในวันข้างหน้า
October 31, 2026
บทที่ 1002 ฮองเฮาในวันข้างหน้า
ซ่านเซิ่งหานนั่งหน้าโต๊ะคนเดียว กระดานหมากยังคงเหมือนเดิม
ฉางอีฉินที่ไม่ได้พบเขามานาน ก็มาซบข้างไหล่เขา ในสายตาก็ยิ้มเยาะเล็กน้อย ดวงตาคู่นั้นใช้เวลาหลายปีถึงจะมองเห็นได้บ้าง ตอนนี้ก็มาเห็นกระดาษในมือของซ่านเซิ่งหาน ทุกตัวอักษรทำให้นางต้องหลั่งน้ำตาลงมา เปียกชุ่มไปยังชุดของซ่านเซิ่งหาน
“ที่เจ้าต้องการ คือผู้หญิงแบบนี้หรือ?”
พอเห็นในกระดาษ เขียนว่ากู้อ้าวเวยยื่นข้อเสนอต่อฮ่องเต้
หวังว่าองค์ชายสามจะได้สืบราชบัลลังก์ ยังมีประโยชน์มากกว่าพวกผู้หญิงในวังที่อยู่มาหลายปี
ซ่านเซิ่งหานก็พลิกดูไปมา จนกระดาษในมือนั้นเริ่มยับ ส่วนฉางอีฉินก็ดื่มเหล้าจนหมด เยว่มานั่งข้างๆ เขา แต่กลับยื่นมาแค่ชาหนึ่งถ้วย ความไม่พอใจต่อกู้อ้าวเวยหลายปี ตอนนี้มันเหลือเพียงแค่ไม่ได้รับความเป็นธรรม
มองซ่านเซิ่งหานอย่างเศร้า “องค์ชายสาม ไอ้คนนั้นถูกส่งไปยังไทเฮาแล้ว”
“เช่นนั้นก็ดี” ซ่านเซิ่งหานดึงสติกลับมา วางกระดาษในมือลง แล้วมองไปยังกระท่อมสองชั้นด้านนอก มันเป็นอาคารที่เขาทำไว้เพื่อกู้อ้าวเวย แต่เสียดายที่นางอยู่ได้ไม่กี่วัน หลายปีผ่านมา กู้อ้าวเวยก็ยังจะช่วยให้เขาได้ครองราชย์ดังเดิม
ความสัมพันธุ์นี้มันบอกยาก แต่ไม่ใช่ความรักแน่
“ถ้าองค์ชายสามยินยอม เดี๋ยวจะไปจับตัวนางมาอยู่กับท่าน” เยว่อดไม่ได้ที่จะมองซ่านเซิ่งหาน
หลายปีมานี้ มีแต่เรื่องของกู้อ้าวเวยที่ทำให้เขายิ้มได้ แต่ตอนนี้ช่างเหงายิ่งนัก
“ถ้านางไม่ยอม ก็ต้องหนีไปตลอดชีวิต ส่วนข้านั้น เป็นหนี้นางไว้เยอะ ตอนนี้มันถึงเวลาที่ต้องวางมือแล้ว” ซ่านเซิ่งหานเผยยิ้มเย็นๆ แล้วก็สั่งการเฟิงฉีนและเฟิงเยว่ “ไปรื้ออาคารสองชั้นนั้นออกให้หมด แล้วสิ่งของด้านในทั้งหมด ก็เก็บเอาไปส่งคืนแก่ตำหนักอ๋องจิ้ง”
“ฝ่าบาท!” เฟิงเยว่ตกใจ
“รื้อไปเถอะ” ซ่านเซิ่งหานพูดซ้ำ พวกนางก็ไม่ถามต่อ
พอนึกถึงหญิงสาวข้างกายเขามากมาย แต่คนที่สามารถตอบสนองความต้องการในใจเขาได้ ก็เห็นจะมีแต่กู้อ้าวเวยคนเดียว
ตอนนั้นพบกันโดยบังเอิญ เขายังจำแสงสว่างในวันนั้นได้ ดวงตาในวันนั้นแพรวพราวดั่งดวงดาว ตอนนั้นถูกขังอยู่ที่ตำหนักอ๋องจิ้งออกมาไม่ได้ พระชายาจิ้งที่ไม่ลองใจ ไม่บ่นไม่โมโห พูดออกมาไม่กี่คำ ก็ทำให้ใจเขาเต้นรัว
ต่อมาได้ทำงานร่วมกัน นางก็เชื่อใจเขา สุดท้ายถูกเยว่กลั่นแกล้ง นางเองก็ไม่อ้อมค้อม แต่ก็เปิดอกคุยกันตามตรง ต่อมาก็เอาเรื่องส่วนร่วมมาร่วมมือกับนาง แต่ที่ได้อยู่ห้องเดียวกันหลายวันนั้น ทำให้เขามีความสุขมากกว่าคืนไหนๆ
ลุ่มหลงไปหลายปี
ต้นไม้แก่ของตำหนักอ๋องจิ้งพอจะมีชีวิตชีวาขึ้น ก็ถูกห่าฝนในปีนั้นซัดเสียจนเกือบตาย
ส่วนอาคารสองชั้นขององค์ชายสาม ถึงแม้จะใช้เป็นที่ทำงานของเขา แต่ก็ยังคงว่างเปล่า
เดิมทีเยว่อยากจะจัดการเอกสารที่ฮ่องเต้ส่งมาเสีย แล้วก็ไปเห็นตัวหนังสือบรรทัดหนึ่งเขา แล้วก็หันไปมองซ่านเซิ่งหาน “ฝ่าบาท นาง........”
“ข้ากับอ๋องจิ้งเคยหาเช่ออี้จื่อ (ต้นหญ้า) มาได้ แต่นางก็ยังไม่ใช้ น่าจะเป็นความจริง” ซ่านเซิ่งหานยิ้มเบาๆ แล้วก็หยิบกระดาษโยนใส่กองไฟ ไฟก็ลุกสูงขึ้น
ถูกพิษแทรกซึม บาดเจ็บทั้งตัว นางรอดมาได้ก็ถือว่าอัศจรรย์มากแล้ว
ในเปลวไฟนั้น เหมือนจะเห็นคำว่า กำลังจะตาย
เยว่ก็โล่งอก แล้วมองซ่านเซิ่งหาน “ฝ่าบาท ท่านจะเข้าวังไปหานางไหม?”