ตอนที่ 1005
บทที่ 1005 เคารพซึ่งกันและกัน
October 31, 2026
บทที่ 1005 เคารพซึ่งกันและกัน
ตื่นจากความฝัน โดยไม่รู้ว่าผ่านมากี่ชั่วยามแล้ว
กู้อ้าวเวยเอามือคลำหลังคอ แล้วลุกขึ้นจากเตียงใหญ่ เสื้อผ้าไม่ทันขยับ แม้แต่ผ้าห่มก็ยังอยู่บนตัว พอมาคิดคำพูดก่อนที่จะสลบไป นางก็จำอะไรไม่ได้ พอตอนที่จะลุกจากเตียง ขาก็อ่อนแรง จนเกือบจะหัวขมำพื้น
ซ่านเซิ่งหานตกใจเพราะนางชอบตื่นแล้วลุกขึ้นเลย ก็เลยรีบเข้าไปพยุงไว้
จากนั้น กู้อ้าวเวยก็เอามือมาดันเขาออก “ข้าจับต้นสายปลายเหตุไม่ได้!ก่อนหน้านี้เจ้าพูดถึงอะไรนะ!”
“เจ้าค่อยๆ ลองนึกดู” ซ่านเซิ่งหานทำหน้านิ่ง แล้วเอานางไปส่งที่เตียง พอเห็นนางน้ำตาคลอเบ้า ก็เลยเอามือไปนวดที่ขมับ แล้วพูดว่า “ที่ข้าพูดนั้น เป็นเรื่องจริงทั้งหมด”
กู้อ้าวเวยมองตาขวาง แล้วเอามือมาดึงเสื้อเขา “เจ้าตีข้าจนสลบ แล้วยังวางยาข้าอีกด้วย!”
ปลายจมูกของทั้งสองคนนั้นมาชนกัน แต่ซ่านเซิ่งหานกลับเห็นสายตาอาฆาตภายใต้ดวงตากลมโตของนาง ก็ตกใจอยู่ไม่น้อย แล้วเขาก็จับมือนางไว้ แล้วพูดกับนางว่า “แบบนี้ เจ้าถึงจะสงบลงได้บ้าง เจ้าคิดคำพูดที่ข้าพูดเมื่อครู่เสียดีกว่า”
กู้อ้าวเวยหายใจเข้าลึกๆ ถึงอย่างไรก็สู้ซ่านเซิ่งหานไม่ได้ ก็เลยกลับไปเอนหลังใหม่อีกครั้ง แล้วรู้สึกว่าหายใจสะดวกขึ้น แล้วก็รีบหลับตานึกถึงคำพูดที่เขาพูดเมื่อครู่ ทุกถ้อยคำ หลังจากนางรู้สึกว่าเห็นยู่จุน นางเหมือนได้ยินเหมือนมีคนกำลังเล่านิทาน แต่เรื่องไม่ปะติดปะต่อ แล้วนางก็ปวดหัว
ไม่ได้ใกล้ชิดกับกู้อ้าวเวยแบบนี้มานานแล้ว ซ่านเซิ่งหานก็นั่งนิ่งๆ อยู่ด้านข้าง จ้องมองดูขนตาที่บางดั่งปีกจักจั่นของนาง กะพริบไปมาตามดวงตา แล้วก็มองเรือนร่างที่ผอมบางของนาง แล้วก็พูดขัดขึ้นมา “เจ้าจะไม่ยอมเป็นฮองเฮาของข้าจริงๆ หรือ?”
“ชีวิตข้านั้นวุ่นวาย ต้องตัดปัญหาออกให้หมด วันข้างหน้าจะได้สบาย” ลืมตาขึ้นช้าๆ ในหัวโล่งโปร่ง สติสัมปชัญญะกลับมาเหมือนเดิม แต่เสียงที่พูดนั้นก็นิ่งเย็นเสียเหลือเกิน “แล้วทำไมเจ้าต้องลุ่มหลงไม่เลิกด้วย”
“ข้าหลงไม่เลิกตรงไหน?” ซ่านเซิ่งหานขมวดคิ้ว
“ข้าอยากเที่ยวเล่นไปตลอดชีวิต วันนี้จัดการทุกอย่างแล้ว วันหน้าจะได้สบาย เจ้าอยากจะเป็นผู้นำเพื่อเปลี่ยนแปลงแคว้นชางหลาน แล้วจะมาแยกสมาธิเพื่อรักข้าทำไมกัน?” กู้อ้าวเวยกัดฟันพูด แล้วก็โน้มร่างกายที่อ่อนแรงไปข้างหน้า “ข้านึกถึงคำพูดที่เจ้าพูดเมื่อครู่แล้ว ก็ตอบตกลงกับเจ้าไม่ได้อยู่ดี”
ผู้หญิงเช่นนี้ ควบคุมยากจริงๆ
ความคิดแค่ชั่วครู่ แต่กลับมีความคิดที่ทะลุปรุโปร่งเช่นนี้
ซ่านเซิ่งหานก็ยิ้มแหยๆ ออกมา “เจ้าไม่สนใจว่าวันหน้าซ่านจินจื๋อจะเป็นเช่นไรหรือ?”
“จะถูกคนตามฆ่าก็ดี จะถูกคนด่ามากมายก็ดี ที่เขาต้องการก็คืออยากลบภาพลักษณ์แย่ๆ สมัยหนุ่มๆ แล้วอยากมีชีวิตกับข้า ตายไปกับข้า อยู่กับข้าเท่านั้น” อารมณ์ของกู้อ้าวเวยเริ่มกลับมาเป็นสายตาของความหวังและเศร้า แต่มันก็เป็นเพียงความหวัง แต่ยากจะได้พบพาน
กู้อ้าวเวยเหมือนจะหมดแรง เลยต้องเอนตัวกลับลงไปพิงเตียง ในคอเหมือนจะมีกลิ่นคาวเลือด แต่นางก็กลั้นใจกลืนมันกลับลงไป แล้วเอามือมาจับคอ พอดีขึ้นก็พูดว่า “เจ้าให้ข้าเป็นฮองเฮาของเจ้า เห็นแก่ตัวไปหรือเปล่า?”
ซ่านเซิ่งหานก็ยิ้ม “เจ้าปฏิเสธข้ามาสามครั้ง ข้าจะไม่ตามตื๊อเจ้าแล้ว”
พอเก็บอารมณ์ไป ซ่านเซิ่งหานเอามือพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียง มองไปที่ห้องแล้วพูดว่า “เจ้านึกคำที่ข้าพูดออกแล้วหรือยัง?”
กู้อ้าวเวยก็ขมวดคิ้ว แล้วก็ยิ้ม “ก่อนหน้านี้เจ้าพูดอะไรตั้งมากมาย แค่ประโยคเดียว เจ้าพูดว่าเรื่องนี้ไม่ต้องให้ข้ามาจัดการหรอก มันเป็นชะตากรรมของซ่านจินจื๋อ”
แต่เจ้าจะเห็นแก่ตัวเช่นนี้
อีกครึ่งประโยค กู้อ้าวเวยไม่ได้พูดออกมา ซ่านเซิ่งหานก็ไม่อยากจะขัดขวางความรักใคร และไม่อยากทำร้ายนาง ถึงจะมีแผนการอะไรมากมาย แต่ก็ไม่เคยจะล่วงเกินนาง
ส่วนนาง ตั้งแต่ที่ยังไม่ได้ยกเลิกว่าจะช่วยเขาชิงบัลลังก์นั้น ทั้งสองคนต่างช่วยเหลือกัน ไม่ติดค้างกัน