ตอนที่ 1006
บทที่ 1006 แอบร่วมมือกันลับๆ
October 31, 2026
บทที่ 1006 แอบร่วมมือกันลับๆ
แผนทุกอย่าง เข้าที่เข้าทางหมด
ซ่านเซิ่งหานและซ่านต้วนโฉงร่วมมือกันอย่างดี ตอนนี้ได้ล่อซ่านจินจื๋อเข้ามายังที่ตกอับ พอตกดึกอีกหน่อย ซ่านจินจื๋อก็ต้องเข้าไปสู่ในความมืดนั้น พอหันกลับมาก็ไม่เห็นซ่านหลิงเอ๋อร์ ทุกคนก็วุ่นวาย จุดคบไฟหาตัวซ่านหลิงเอ๋อร์กันจ้าระหวั่น จนแทบอยากจะพลิกภูเขาหากันเลยทีเดียว
และตอนนั้นเองซ่านหลิงเอ๋อร์ก็ไปนั่งบนหลังม้ากับเฉิงซาน ด้านหน้าเป็นซ่านจินจื๋อตัวจริงที่กำลังขี่ม้าอยู่
ซ่านหลิงเอ๋อร์รู้เรื่องนี้ทั้งหมด นางบอกเรื่องของยู่จุนและหยูนซีไปหมดแล้ว ซ่านจินจื๋อได้ฟังแล้ว ก็เลยสั่งทหารให้ซ่อนอยู่ในป่าเขาหยินซาน แล้วก็แกล้งแสดงละครขึ้นมา เพื่ออ้างซ่านหลิงเอ๋อร์มายื้อเวลา
อยู่บนม้ามันกระทบกระแทก ด้านหน้าของซ่านหลิงเอ๋อร์มีแต่ความมืด และความเย็นทะลุกระดูก พอผ่านมาได้สัก10กว่าลี้ จนทนไม่ได้เลยต้องถามเฉิงซาน “ข้ารู้ว่าเรื่องนี้เป็นแผน แต่ตอนนี้ท่านอาจะไปที่ไหนกันแน่?”
“ไปอีกสักหลายลี้ จะมีเมืองที่ไม่รู้จักชื่อ ในนั้นมีหูตาของท่านอ๋อง” เฉิงซานพูดเสียงเบาๆ แล้วขยับห่างซ่านหลิงเอ๋อร์เล็กน้อย เพราะขายหญิงจะสัมผัสตัวกันไม่ได้
ซ่านหลิงเอ๋อร์เอียงหัวเล็กน้อย เพราะสงสัยอยู่
พอมาถึงเมืองนั้น ก็รู้ว่าถนนสองสายของที่นี่เป็นของซ่านจินจื๋อทั้งหมด แล้วก็หาโรงเตี๊ยมที่เชื่อถือได้เข้าพัก ม้าสองตัวที่ดูเหมือนจะไม่ใช่ม้าธรรมดา ถูกมัดอยู่ในคอกม้า ซ่านหลิงเอ๋อร์ก็ลากแขนเสื้อเฉิงซานเข้าไปยังด้านใน
ในเมืองเล็กๆ นี้ ต่อให้ด้านในโรงเตี๊ยมโล่งมากแค่ไหนก็ไม่มีใครสงสัย
พอซ่านจินจื๋อนั่งลง ก็มีคนเอาพวกพู่กันกระดาษออกมาให้ ซ่านจินจื๋อก็รีบเขียน เขียนๆ ไป4-5แผ่นจนเสร็จ แล้วมองเจ้าของร้านนิ่งๆ แล้วก็เอากล่องเหล็กขนาดเท่าฝ่ามือออกมา แล้วก็ล็อกมันไว้อย่างดี “เอานี่ไปส่งให้ถึงมือฉูห้าว ตอนนี้เขาน่าจะเข้ามาเขตแดนของแคว้นชางหลานแล้ว”
เจ้าของร้านก็ค่อยเอาสิ่งนั้นมาอย่างระวัง แล้วเรียกคนจัดการเอาของไปส่งโดยด่วน
ตอนนั้นก็โน้มตัวคำนับ “ทหารด้านนอก ได้รวมพลเรียบร้อยแล้ว แต่แคว้นชางหลานยังวุ่นวายไม่น้อย ท่านอ๋องจะจัดการเรื่องวุ่นวายนี้ก่อนใช่ไหม?”
“ตอนนี้ เวลามันไม่มีค่า มีแต่ชีวิตที่มีค่า”
หลังจากที่เขาได้ฟังเรื่องจากซ่านหลิงเอ๋อร์ เดิมทีคิดว่าท่านพี่และท่านแม่จะคิดถึงเพียงเรื่องของตนเอง แต่ตอนที่ซ่านเซิ่งหานตั้งใจจะให้เขาไปยังหมู่บ้านประมง เขาก็รู้สึกว่าเรื่องมันเริ่มแปลกๆ
ตั้งใจเอาเรื่องมากมายนี้ไปบอกเขา ไม่ใช่อยากจะให้เขามาช่วยแก้ปัญหา หรือมาเข้าใจคนเป็นพี่
แต่เพราะอยากจะหลอกเขาไปอีกทาง
ดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังทหารในมือฮ่องเต้จะมีไม่มาก เหมือนจะเชื่อมั่นในตัวของเขาและซ่านเซิ่งหานผู้เป็นเชื้อพระวงศ์ พอมาคิดดู ตอนนี้ซ่านต้วนโฉงไม่กลัวจะมีกองทัพมาประชิดเมือง และไม่กลัวจะมีกำลังบุกเข้าวังมาปลดตำแหน่ง คิดว่าเขาน่าจะมีกำลังของตนเองอยู่
พอไปตรวจสอบดูอย่างละเอียด ตรวจนับฎีกาต่างๆดูแล้ว เรื่องสถานที่ที่จะก่อกบฏ มีอยู่ไม่น้อยเลย
แต่หลังจากที่เขาและเฉิงซานตรวจสอบกันนั้น ถึงได้รู้ว่า พวกลูกน้องจากเมืองเหยสุ่ย ลามมาถึงที่นี่ พอคิดดูว่าเมืองเหยสุ่ยเป็นที่ของฮ่องเต้ ก่อนนี้กู้อ้าวเวยถูกพวกตระกูลจูจับตัวไปจากเมืองเหยสุ่ย ฮ่องเต้ไม่ไถ่ถามอะไรสักคำ ต่อมาความทรงจำของกู้อ้าวเวย ก็ถูกซ่อนไว้เนื่องจากเมืองเหยสุ่ยนี้
ถ้ามีคนจะ “ก่อกบฏ” ก็จะเป็นคนของซ่านต้วนโฉงเอง
เช่นนั้นก็ชัดเจน ว่าทำไมฮ่องเต้ไม่กลัวใคร เพียงกำลังเล็กน้อยที่ร่วมมือกัน ก็ต้องรอจนกว่าเขาจะสิ้นลมก่อน ถึงจะก่อความวุ่นวายในแคว้นได้ ส่วนตอนนี้ถายนอกเป็นฮ่องเต้ที่ดี ทั้งหมดก็เพื่อหลอกตาประชาชี
ซ่านจินจื๋อขมวดคิ้ว แล้วยกมือขึ้นสั่ง “สั่งการลงไป อย่าฆ่าคนเด็ดขาด ถ้าเป็นไปได้ก็ให้ค้นหาหลักฐานในตัว แล้วไปไว้ที่ช่องลับ หนึ่งเดือนให้หลัง ข้าจะส่งคนไปเอามาเอง”
เจ้าของร้านก็เข้าใจ แต่มาคิดดูว่าช่องลับของแต่ละเมือง มันก็อยู่คนละที่ ถ้าระหว่างนั้นเกิดปัญหาขึ้นมา กลัวจะเสียหาย...........
“ท่านอ๋อง เรื่องไม่อาจรีบร้อนไปได้” เจ้าของร้านรีบบอกเหตุผลต่างๆ ออกมา
แต่เห็นซ่านจินจื๋อมีสายตาที่ร้ายขึ้นมา “ตอนนี้กู้อ้าวเวยถูกขังอยู่ในวัง เพียงเดือนเดียวก็ทำให้นางลำบากมากพอแล้ว”